เกิด แก่ เจ็บ.....ตาย เป็นเรื่องที่ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้ ......ทำให้เกิดทุกข์เช่นเรื่องราวของสุนัข RIM Road ในซอยที่ฉันอาศัยอยู่ และเรื่องราวจากFW เมล์ที่น้องคนไม่มีรากส่งมาให้อ่าน



เรื่องแรกเป็นเรื่องสุนัขในซอย

เมื่อคืนเรานอนไม่หลับเหมือนคืนก่อนๆ

ตั้งแต่มีสุนัขจรจัดพลัดมาอาศัยอยู่ในซอย

จนออกลูกให้เห็นไปแล้ว 2 รุ่น รุ่นนี้

เหลือทิ้งไว้ให้เราได้ทำทานทุกๆวัน

เหตุที่นอนไม่หลับคือในจำนวน 4 ตัวนี้

มีตัวหนึ่งซึ่งไม่รู้ว่าเป็นตัวไหน

ไปกัดรองเท้าของผู้อาศัยอยู่ห้องเช่าใกล้ๆบ้านฉัน

และถูกเขาตีเอาอย่างหนัก แถมพาลเอ็ดคนที่ชอบเลี้ยงข้าวสุนัขอีก

และบ่นว่าน่าจะเอามันไปกำจัดให้หมด จะได้ไม่มีสุนัขข้างถนน

                    

พวกเราฟังแล้วก็สงสารทั้งสองฝ่าย ฝ่ายเจ้าของรองเท้า

น่าจะเก็บรองเท้าไว้ในบ้าน

เพราะรู้ว่าสุนัขในซอยนั้นมากถึงสามฝูงๆละ 4-5 ตัว

ส่วนเจ้าสุนัขมันคงซนตามประสาเด็ก

พ่อบ้านบอกว่าสงสารทั้งสองฝ่ายเลยส่งทูตไปบอกว่า

อย่าตีมันรุนแรงเลย นะ เวทนนามัน รองเท้าที่สุนัขกัดนะ

จะรับผิดชอบให้ไม่รู้ว่าผลจะเป็นเช่นไร

เย็นนี้คงทราบเรื่อง เพราะเราก็มีส่วนที่หุงข้าวเลี้ยงมันทุกวัน

เจ้าลูกสุนัขฝูงนี้ถ้ามันไม่ไปกัดรองเท้าคนบ้านเช่า

มันจะน่ารักกว่านี้มากทั้ง 4 ตัว

ฉันตั้งชื่อให้ว่าเจ้าทองดำ สุดแสบ ปราดเปรียว

และแสนจะฉลาด แต่รู้มาก

ความรู้มากของมันทำให้มันน่าสงสารน้อยลง

เจ้าสี่ตาต้วมเตี้ยมเหมือนแม่ของมัน แต่น่ารักที่สอนอะไรให้ก็จำ

จำแม้กระทั้งเสียงรถที่ชนมันให้บาดเจ็บ

ทำให้มันดูเป็นสุนัขที่รอบคอบ

ระมัดระวังตนเองทุกครั้งที่วิ่งเล่นริมถนนในซอย

ตัวที่สามนั้นไม่สวยหล่อเลย  ขนขึ้นไม่เป็นระเบียบ

แต่ใครๆที่รักสุนัขจะเอ็นดูที่มันอ่อนน้อม

สอนให้ไหว้เมื่อมีคนส่งของให้กิน

และช่างประจบ อาจเป็นเพราะมันอ่อนน้อม

ไม่ซุกซนเหมือนเจ้าทองดำ ผู้คนจึงเอ็นดูมัน

ตัวสุดท้ายชื่อถุงเท้า น่ารักมากที่สุด มีอุ้งเท้าที่อ่อนนุ่ม

มีนิสัย ขี้เล่น และรู้จักเอาตัวรอด เมื่อมันทำผิดและถูกเอ็ด

หรือใครทำท่าจะยกมือตีมัน มันจะรีบนอนหงายทันที

แล้วทำท่าเหมือนยกมือไหว้ เป็นที่เอ็นดูของผู้พบเห็น

  ที่น่าแปลก เจ้าถุงเท้ากลับดูสะอาดกว่าพี่ๆของมัน

นี่ถ้าหากคนทำร้ายสุนัขได้อ่านเรื่องราว

ที่น้องคนไม่มีรากส่งเมล์มาให้อ่านวันนี้

ก็คงดีมากๆเลย กรรมก็ตัดได้ หากเราละวางเสีย

ให้อภัย และช่วยกันสั่งสอนให้มันดี..

อย่างน้อยมันก็เป็นสุนัขที่มีเสียงเห่าให้คนกลัวได้ในยามวิกาล


เรื่องที่สอง เป็นเรื่องที่ส่งต่อๆกันมาทางเมล์

หมาขี้เรื้อนเปลื่ยนใจคน

 


        เรื่องมีอยู่ว่า พี่ชิตแกเป็นคนใจดำครับ

ชอบยิงนกตกปลาไปเรื่อย แต่ที่หนักก็คงเป็นเนื้อหมา

แกกินแหลกครับแต่ แม่แกบอกมันบาปนะลูก(ไม่สนโว้ย)

 
เมื่อราว 15 ปีก่อน มีเหตุการณ์ที่ทำให้แกเปลี่ยนไป

ครั้งนั้นมีหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่งครับมันมักวิ่งไปหา

ของกินแถวๆบ้านแกบ่อย เพราะบ้านแกติดตลาด

พี่แกกินหมาอยู่บ่อยๆแต่ กรณีหมาขี้เรื้อนแกบอก

 'xxxกินไม่ลงว่ะ'
แกทำอย่างเดียวคือไล่ฆ่า แต่มันรอดได้ทุกครั้ง (สงสัยมีของ)

 มันไปหาของกินทีบางทีก็ได้บางทีก็ไม่ได้

คราวนั้นเนื้อแห้งที่แกตากไว้หายไป พอมองไปก็เห็นแม่หมาขี้เรื้อนวิ่งหลุนๆไป แกเดือดทันทีครับวิ่งตามไป

 คราวนี้ทันครับเพราะหมาขี้เรื้อนวิ่งช้ามาก

 
แกทุบไปทีเดียวหมานั่นล้มลงชักทันที

(แกบอกว่าหากตีตรงจุด แค่ใช้ไม้บรรทัดก็ตาย)


แกทิ้งไว้ตรงนั้นไม่อยากจับแต่จะทำกินตรงนั้น

จึงกลับบ้านไปเตรียมของ
(แค้นจัดอยากกินหมาขี้เรื้อน) ให้ผมเฝ้าไว้ 


ผมก็มัวแต่เก็บตะขบจนลืมดู (ในใจอยากให้มันรีบไปจะได้ไม่ตาย)

 มันไปจริงครับหายวับไป พี่ชิตแกโกรธมากคงอยากเตะผมเต็มแก่

 แต่ลุงผม แกเป็นนักเลงใหญ่และเป็นคนสอนวิธีฆ่าหมาให้

 
ก็ต้องวิ่งตามอย่างเดียวพร้อมบ่น 'ทำไมมันไม่ตายวะ'

 

พักหนึ่งก็ได้ยินเสียงหมาเห่า  แกตามทันทีพอไปถึง

ภาพที่เห็น หมาขี้เรื้อนกำลังจะตาย

มันมีลูกที่ต้องเลี้ยง 5 ตัวครับ วัยกำลังหย่า

นมบางตัวยังกินนมอยู่ บางตัวก็วิ่งไปคาบเนื้อที่แม่หมาขี้เรื้อนคาบไป

ฝาก (เห็นกับตา) ที่มันยังไม่ยอมตายเพราะต้องกลับไปให้นมลูก

แม้น้ำนมแห้งกรัง เอาอาหารไปให้ลูกมัน เรียกลูกๆเพื่อให้นม

ให้อาหาร เป็นครั้งสุดท้าย แม่หมาพยายามอย่างดีที่สุด



มันมองผมกับพี่ชิตอย่างขอร้อง

ขอให้มันให้นมลูกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตาย



ไม่อยากเชื่อนั่นคือน้ำตาของหมาขี้เรื้อน

มันแค่ต้องการให้นมลูกก่อนตาย



พี่ชิตไม้หล่นลงกับพื้น เดินเข้าไปดูแม่หมานั่น

ในยามนั้นสิ่งที่แกเห็นไม่ใช่หมาขี้เรื้อน



แต่แกเห็นแม่ที่ยิ่งใหญ่ที่ทนเจ็บกลับไปหาลูก

 แกไม่พูดอะไรทุกอย่างจุกอยู่ที่ลำคอสายตาอ่อนโยนลง

ลูกหมาตัวหนึ่งวิ่งไปหาแกกระดิกหางให้

แกอุ้มลูกหมาขึ้นพร้อมพูดว่า 'ขอโทษ'

พูดได้แค่นั้นแม่หมาก็ตาย เราช่วยกันฝังแม่หมา

แกรับเลี้ยงหมานั่นไว้ ทั้ง5ตัว

ตั้งแต่นั้นแกกลายเป็นคนใจดี

ไม่ไล่ยิงนกยิงหมายิงแมวอีกแกบอก 'มันอาจมีลูกรออยู่ก็ใด้

เมื่อ 12 สิงหา 2 ปีที่แล้ว

แกเอามะลิร้อยเป็นพวงไปให้แม่ทั้งๆ ที่ไม่เคยทำ

 
พูดกับแม่ว่า 'แม่ตอนผมอายุ16 แม่สอนผมยังไงนะ

สอนอีกหนใด้ไหมครับ'

แม่แกน้ำตาคลอพูดไม่ออก

ไม่อยากเชื่อแม่หมาขี้เรื้อนตายไป 1 ตัว

 
กลับทำให้คนใจดำอย่างแกเปลี่ยนไปขนาดนี้

รักแม่ . . .