เรื่อง ช่วยผิดตาย ช่วยถูกรอด วีธีการช่วยเหลือเด็กจมน้ำ
มนุษย์คนหนึ่งที่ได้โอกาส ในการเกิดมาดำลงชีวิตอยู่บนโลกที่สดใสงดงามใบนี้ การดำเนินชีวิตของแต่ละคน คงมีเวลาในการดำเนินชีวิตที่ไม่เท่ากัน เพราะถ้าเราวิเคราะห์ตามหลักสถิติอายุเฉลี่ยของคนไทย ที่เราคงเคยได้ยินกันแทบทุกคน ที่ว่าผู้หญิงไทยมีอายุเฉลี่ยประมาณ 72 ปี ส่วนผู้ชายไทยมีอายุเฉลี่ย 68 ปี แต่แน่นอนเวลาในการดำเนินชีวิตของแต่คน คงต้องตกอยู่ในหลังสามัญลักษณะของพระพุทธเจ้าทุกคน ที่ว่า ***อนิจตา ความเป็นไม่เที่ยงฯ ทุกขตา ความเป็นทุกข์ อนัตตา ความเป็นของไม่ใช่ตนฯ หมายความว่า สังขารใดๆ ไม่ว่าจะมีวิญญาณ เช่นมนุษย์สัตว์ หรือไม่มีวิญญาณ เช่นสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ก็ดี ย่อมไม่เที่ยงแท้แน่นอนเป็นอนิจจัง มีความผันแปร เปลี่ยนแปลง บุบสลาย เป็นทุกข์ ยึดถือเป็นของตนของตัวไม่ได้ เพราะเป็นอนัตตา เป็นของไม่แน่นอน*** (จากนวโกวาท ฉบับประชาชน)
จึงกล่าวได้ว่ามนุษย์ทุกคน มีโอกาสเสียชีวิตก่อนอายุไขเฉลี่ย ตามประเทศบ้านเกิดของตัวเอง เป็นธรรมชาติ และธรรมดา ตามกรรมของแต่ละคน หรือตามการกระทำการดำเนินวิธีชีวิตของแต่ละบุคคล ในปัจจัยที่เกี่ยวกับความเสี่ยงในการดำเนินชีวิต แต่ถ้าเป็นการเสียชีวิตของเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี จากสาเหตุภายนอก เช่น จมน้ำ จราจร ทะเลาะ วิวาท และอื่นๆ การเสียชีวิตของเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี คงเป็นการเสียชีวิต ที่ผู้ปกครอง ญาติ พี่น้องคงเสียใจมากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต และน่าเห็นในผู้ปกครองมาก ที่ต้องเสียลูกไปในวัยเด็ก และเป็นการเสียทรัพยากรมนุษญ์ของชาติไปก่อนวัยอย่างน่าเสียด้าย เพราะตามหลักการของรัฐสวัสดิการที่ดี เด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ต้องได้รับการดูแลจากภาครัฐมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในเรื่องการมีคุณภาพชีวิตที่ดี การศึกษาขั้นพื้นฐาน และที่สำคัญความปลอดภัยในการดำเนินชีวิต สิทธิของเด็ก ตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546
ในประเทศไทยโอกาสการเสียชีวิตของประชากร ในวัยเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี จากสาเหตุการเสียชีวิตจากปัจจัยภายนอก ที่สำคัญประการหนึ่ง คือเรื่องการจมน้ำเสียชีวิตของเด็ก ในส่วนของบทความชิ้นนี้ขอกล่าวถึง
ประเด็น เรื่องของการช่วยเหลือเด็กที่กำลังจมน้ำ หรือเด็กที่พึ่งจมหายไปจากผิวน้ำ ที่ผิดวิธี ไม่ถูกต้องเหมาะสมทำให้เด็กที่กำลังจมน้ำ หรือเด็กที่พึ่งจมหายไปจากผิวน้ำ มีโอกาสเสียชีวิตสูง และการช่วยเหลือเด็กที่กำลังจมน้ำ หรือพึ่งจมหายไปจากผิวน้ำ อย่างถูกวิธี ทำให้เด็กที่กำลังจมน้ำ หรือพึ่งจมหายไปจากผิวน้ำแล้ว มีโอกาสรอดชีวิตสูง
การช่วยเหลือเด็กที่กำลังจมน้ำ หรือเด็กที่พึ่งจมหายจากผิวน้ำ ที่ผิดวิธีไป ไม่ถูกต้องเหมาะสม จากประสบการณ์ การเก็บขอมูลพิเคราะห์สาเหตุการณ์เสียชีวิตในเด็ก อายุต่ำกว่า 15 ปี จากสาเหตุการจมน้ำ พบว่า การช่วยเหลือที่ผิดวิธี ไม่ถูกต้องเหมาะสม เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งในหลายๆกรณีที่ทำให้เด็กจมน้ำเสียชีวิตไป จะขอนำเสนอเป็นข้อๆไป
การช่วยเหลือเด็กจมน้ำที่ผิดวิธี ไม่ถูกต้องเหมาะสม
1. เมื่อเด็กๆ ส่วนใหญ่อายุประมาณ 6 – 15 ปี ได้ชวนกันไปเล่นน้ำกันเป็นกลุ่มตั่งแต่ 2 – 3 ขึ้นไป และได้มีเพื่อนเด็กกำลังจมน้ำไป มีลักษณะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ วิธีการที่หนึ่ง ของการช่วยเหลือเด็กจมน้ำที่ผิดวิธี คือการไม่ช่วยอะไรเลย ซึ่งมีหลายเหตุผลของการไม่ได้ช่วยเหลือเพื่อนที่กำลังจมน้ำ เช่น กลุ่มเพื่อนเด็กๆ ที่ชวนกันไปเล่นน้ำ มีส่วนที่ทำให้เพื่อนจมน้ำไป จึงเกิดความกลัว อาจเป็นการหยอกล้อ เล่นกัน ทำให้เพื่อนจมน้ำไป เด็กตกใจจึงไม่ได้ทำการช่วยเหลืออะไรเพื่อน หรือคิดว่าเพื่อนที่กำลังจมน้ำหายไปจากผิวน้ำ แกล้งจมน้ำเล่นๆ หลอกเพื่อนๆ ทำเป็นจมน้ำไป เพื่อนๆจึงไม่ได้ทำการเข้าไปช่วยเหลือ หรือจมน้ำหายไปจากผิวน้ำโดยที่เพื่อนๆ ไม่รู้ไม่เห็น อยู่เป็นระยะเวลานาน ทำให้จมน้ำเสียชีวิต
2. เมื่อเพื่อนได้จมน้ำหายไปจากผิวน้ำแล้ว กลุ่มเด็กๆ ที่ไปเล่นน้ำด้วยกันคงตกใจ จึงไม่ทำอะไรเลยอยู่เฉยๆ หรือเถียงกันว่าใครจะเป็นไปช่วยเหลือเพื่อนที่จมน้ำไป หรือปรึกษาหาลือกันอยู่ระยะเวลาหนึ่ง อาจประมาณ 3 – 10 นาที โดยไม่ได้ไปขอความช่วยเหลือ จากผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้บริเวณจุดเกิดเหตุในทันที ซึ่งนานพอ ที่ทำให้เพื่อนที่จมน้ำหายไปจากผิวน้ำเสียชีวิต เพราะถึงตามผู้ใหญ่ให้มาช่วยเพื่อนที่จมน้ำหายไป ในภายหลังจากที่หายตกใจแล้ว โอกาสรอดชีวิตของเด็กที่จมน้ำไปมีน้อยมาก เพราะเสียเวลามากไป
3. กลุ่มเพื่อนเด็กๆ ที่ไปเล่นน้ำด้วยกัน เมื่อมีเพื่อนได้จมน้ำหายไปแล้ว ได้วิ่งไปบอกผู้ใหญ่ เพียงแต่ผู้ใหญ่ที่ไปบอกเป็นผู้ใหญ่ ที่อยู่ระแวกบ้านพัก หรือผู้ใหญ่ในพักบ้านของตัวเอง ซึ่งอาจอยู่ไกลห่างจากแหล่งน้ำที่เกิดเหตุหลายร้อยเมตร หรืออยู่ห่างออกเป็นกิโลเมตร จากแหล่งน้ำที่เกิดเหตุ ทำให้เมื่อผู้ใหญ่มาถึงแล้วได้ไปช่วยเด็กที่จมน้ำขึ้นมาจากน้ำ พบว่าเสียชีวิตแล้ว เพราะเสียเวลามากไป
4. เมื่อเพื่อนได้จมน้ำหายไปแล้ว กลุ่มเด็กๆที่ไปด้วย วิ่งกลับบ้านไปเลย และไม่ได้บอกใครเลย เป็นระยะเวลาหลายชั่วโมง ต้องรอให้ผู้ปกครองของเด็กที่จมน้ำหายไปมาถาม ถึงได้บอกว่าเพื่อนจมน้ำไป
5. เป็นการช่วยเหลือที่ผิดวิธี ที่อาจทำให้เพื่อนเด็ก ที่เขาไปช่วยเหลือเพื่อนที่กำลังจมน้ำ ได้จมน้ำเสียชีวิตด้วย เช่น เมื่อมีเด็กหนึ่งคนจากกลุ่มเด็กๆหลายคน ที่ไปเล่นน้ำด้วยกัน กำลังจมน้ำ ได้มีเด็กที่เหลือพยายามไปช่วยเหลือเพื่อน แต่ตัวเองว่ายน้ำไม่แข็ง ไม่เก่ง ทำให้จมน้ำเสียชีวิตไปด้วย หรือเด็กที่ไปช่วยเหลือเพื่อนที่กำลังจมน้ำ เสียชีวิตไปเพียงคนเดียว แต่เพื่อนที่กำลังจมน้ำเป็นคนแรกมีเพื่อนคนอื่นช่วยไว้ได้ หรือแม้เด็กที่เข้าไปช่วยเหลือเพื่อนที่กำลังจมน้ำ เป็นเด็กที่ว่ายน้ำเก่ง แต่เพื่อนที่กำลังจมน้ำมีรูปร่างขนาดใหญ่โตกว่า และว่ายเข้าไปช่วยด้านหน้า ทำให้เพื่อนที่กำลังจมน้ำเกาะด้วยความตกใจ และดึงเด็กที่เขาไปช่วยเหลือให้จมน้ำตายตามกันไปด้วย หรือเพื่อนที่เข้าไปช่วยเหลือพยายามดำน้ำลงไปหาเพื่อน เป็นเวลานาน ทำให้เป็น ตะคริว และได้จมน้ำเสียชีวิตตามเพื่อนไปด้วย
6. การช่วยเหลือเด็กจมน้ำ ขึ้นมาจากน้ำแล้ว แต่เด็กไม่ได้รับการปฐมพยาบาลช่วยเหลือเบื้องต้น หรือการปฐมพยาบาลช่วยเหลือเบื้องต้น ที่ไม่ถูกวิธี เด็กที่จมน้ำที่ได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาจากน้ำแล้ว บ้างรายไม่ได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยวิธีต่างๆเลย เช่น การปั๊มหัวใจ เป้าปาก หรือการจับชีพจรดู แต่ได้ปล่อยให้อยู่เฉยๆ บนฝั่ง หรือนำส่งโรงพยาบาลเลย ทำให้มีโอกาสเสียชีวิตสูงกว่า เด็กที่ได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นทันที ที่ได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาจากน้ำ และวิธีการช่วยเหลือเบื้องต้นของเด็กที่จมน้ำ ของไทย แทบทุกกรณีที่พบส่วยใหญ่ การช่วยเหลือเบื้องต้นใช้วิธีแบบพาดบ่า ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ของคนไทยแต่โบราณ ในการช่วยเหลือคนจมน้ำ แต่ได้รับทราบมาอีกมุมมองหนึ่งที่ว่า ไม่ได้เป็นช่วยเหลือคนที่จมน้ำเลย ซึ่งต้องศึกษากันต่อไป แต่วิธีการที่ดีที่สุดในการช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นของคนที่จมน้ำ คือ การปั๊มหัวใจ เป้าปาก ผายปอด
การช่วยเหลือเด็กจมน้ำ ที่ผิดวิธี ไม่ถูกต้องเหมาะสม ทำให้เด็กที่จมน้ำ และเพื่อนเด็กๆที่เข้าไปช่วยเหลือมีโอกาสสูงในการจมน้ำเสียชีวิต จากสาเหตุที่สำคัญ 2 ประการ คือ ความล่าช้าในการช่วยเหลือเด็กที่จมน้ำ และการช่วยเหลือไม่ถูกวิธีของคนที่เขาไปช่วยเหลือทำให้มีโกกาสเสียชีวิตตามไปด้วย เพราะสาเหตุการเสียชีวิตจากจมน้ำ คือ การขาดอากาศหายใจ เคยได้รับฟังจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องเด็กจมน้ำว่า เด็กที่จมน้ำขาดอากาศหายใจไป ประมาณระยะ ไม่ถึง 1 นาที ถ้าได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นในที่เกิดเหตุดี มีโอกาสรอดชีวิตสูงมาก แต่ถ้าเด็กที่จมน้ำหายจากผิวน้ำไป 1 – 2 นาที ถ้าได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นในที่เกิดเหตุดี ยังโอกาสการรอดชีวิตอยู่ แต่ถ้าเด็กที่จมน้ำหายจากผิวน้ำไป 3 – 4 นาที หรือมากกว่านั้น โอกาสรอดชีวิตมีน้อย หรือถ้ารอดอาจเป็น เจ้าชาย เจ้าหญิงนิทรา หรือสมองมีอาการไม่กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม การช่วยเหลือเด็กจมน้ำในระยะเวลา 1 นาทีแรก เป็นช่วงเวลาที่สำศัญ ของการรอดชีวิตของเด็กที่จมน้ำเด็กมาก
วิธีการช่วยเหลือเด็กจมน้ำอย่างถูกวิธี และรวดเร็วทันที เมื่อมีเด็กจมน้ำมีความสำศัญมาก เพราะถ้าช่วยถูกวิธี มีโอกาสรอดชีวิตสูง ช่วยผิดวิธีมีโอกาสเสียชีวิตสูง และในแต่ละปีมีเด็กที่จมน้ำเสียชีวิต จากการช่วยเหลือผิดวิธี ไม่ถูกต้องเหมาะสม ทำให้ต้องเสียชีวิตไป คงมีมากมายหลายกรณี มีไม่ใช่น้อยที่เกิดขึ้นไปแล้วในอดีตที่ทำให้เสียชีวิต ที่เกิดจากการช่วยเหลือที่ผิดวิธี หรือมองในอีกมุม คือ ถ้าเราช่วยเหลือเด็กจมน้ำอย่างถูกวิธี รวดเร็วทันที เมื่อมีกำลังเด็กจมน้ำ คงสามารถช่วยเหลือเด็กที่กำลังจมน้ำเสียชีวิต ได้มากมายหลายคน หลายกรณีที่เกิดขึ้นไปแล้วในอดีต
การช่วยเหลือเด็กจมน้ำ อย่างถูกวิธี ถูกต้องเหมาะสม
1. เมื่อมีเด็กกลุ่มหนึ่งที่ไปเล่นน้ำด้วยกัน และมีเพื่อนหนึ่งคนกำลังจมน้ำ พยายามช่วยเหลือตัวเองอยู่บนผิวน้ำ เพื่อนเด็กที่ไปด้วยกัน ต้องร้องบอกเพื่อนทุกคนในที่เกิดเหตุ ให้รับทราบและรีบไปหาอุปกรณ์ช่วยเหลือบริเณใกล้ๆจุดเกิดเหตุ เพราะวิธีการช่วยเหลือที่ดีที่สุด อย่างหนึ่งของการช่วยเหลือเด็กจมน้ำ คือ การใช้อุปกรณ์ในการช่วยเหลือเด็กที่กำลังจมน้ำ เช่น ใช้เชือกโยนไปให้จับ ใช้ไม้ขนาดยาวส่งไปให้จับ หรือเป็นโฟมที่ลอยน้ำได้ขนาดใหญ่ ขวดน้ำมั้นขนาดใหญ่ หรือขวดน้ำกินขนาดใหญ่ ขนาดประมาณ 1000 ซีซี 1 -2 ขวด หรือขวดพลาสติกขนาดใหญ่อื่นฯ ที่ลอยน้ำได้ หรือรองเท้าหลายคู่ ที่ผูกเชือกเขาไปด้วยกัน และโยนไปให้จับ อุปกรณ์ดังกล่าวนี้ พอช่วยเหลือเด็กที่กำลังจมน้ำได้ และถ้าเด็กที่กำลังจมน้ำ พอที่ช่วยเหลือตัวเอง ด้วยการพยายามตีน้ำให้ลอยตัวอยู่บนผิวน้ำอยู่ วิธีการช่วยเหลือเด็กที่กำลังจมน้ำ ด้วยวิธีการใช้อุปกรณ์ในการช่วยเหลือ เด็กมีโอกาสรอดชีวิตสูง
2. การช่วยต้องให้เพื่อนที่ว่ายน้ำเก่งที่สุด และควรต้องมีร่างกายที่ใหญ่กว่าเด็กที่กำลังจะจมน้ำ โดยการช่วยเหลือต้องเข้าไปที่ด้านหลัง และช้อนตัวที่ใต้แขน ให้เด็กที่กำลังจมน้ำศีรษะอยู่เหนือผิวน้ำสามารถหายใจเองได้ หรือพยายามจับแขนดึงเข้าหาฝั่ง หาตลิ่งให้ไว้ที่สุด หรือให้เพื่อนขี่คอ แต่วิธีการนี้เพื่อนที่เข้าไปช่วยเหลือเด็กที่กำลังจมน้ำ ต้องมีขนาดร่างกายที่ใหญ่กว่าเด็กที่กำลังจมน้ำ และต้องว่ายน้ำเก่งจริงๆ
3. ให้วิ่งไปไปบอกผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุมากที่สุดในทันที ที่เห็นเพื่อนกำลังจมน้ำ การไปบอกผู้ใหญ่จึงต้องบอกด้วยความจริงจัง เพราะมีเด็กที่เสียชีวิตจากการจมน้ำบ้างราย ได้มีเพื่อนพยายามไปบอกผู้ใหญ่ ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุแล้ว หลังจากที่เพื่อนที่มาเล่นน้ำด้วยกันจมน้ำไป แต่ผู้ใหญ่ไม่เชื่อ และการไปบอกผู้ใหญ่นั้น ควรมีเพื่อนอยู่ในที่เกิดเหตุหนึ่งคน เพื่อให้จดจำจุดบริเวณที่เพื่อนได้จมน้ำไว้ เมื่อผู้ใหญ่มาถึงสามารถชี้จุด ให้ผู้ใหญ่ลงไปดำน้ำงมหาได้ถูกจุด การช่วยเหลือเด็กที่กำลังจมน้ำอย่างถูกวิธี ในข้อที่สามนี้ ให้ทำไปพร้อมๆ กับการช่วยเหลือเด็กที่กำลังจมน้ำในข้อหนึ่งและขอที่สองไปพร้อมๆกันด้วย
4. เมื่อช่วยเหลือเด็กที่จมน้ำขึ้นมาบนฝั่งบนตลิ่งแล้ว ต้องช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้นทันที ด้วยวิธีการปั๊มหัวใจ เป้าปาก ผายปอด หลายๆครั้ง และรีบน้ำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที การช่วยเหลือด้วยการปฐมพยาบาลเบื้องต้นดังกล่าว สามารถช่วยเหลือเด็กที่จมน้ำไปแล้ว ที่จมน้ำไปในระยะเวลาสั่นนั้น มีโอกาสรอดชีวิตสูง กว่าเด็กที่ไม่ได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่ได้นำส่งโรงพยาบาลเลย
การสอนเด็กๆถึงวิธีการช่วยเหลือเพื่อนที่กำลังจมน้ำอย่างถูกวิธี คงมีความสำคัญมากในการลดความสูญเสียของเด็กๆ จากการจมน้ำ เพราเด็กๆเมื่อจับกลุ่มกันได้ สิ่งหนึ่งที่ชอบช่วยกันไปเล่น คือการเล่นน้ำสาเหตุหนึ่ง คือเมื่อมีเพื่อนเด็กๆในกลุ่มว่ายน้ำเป็น เด็กคนอื่นๆในกลุ่มย่อมต้องการว่ายน้ำให้เป็นด้วย โดยเเฉพาะในหน้าร้อน ถ้าท่านอ่านมาถึงตรงนี้ คงเห็นด้วยว่าสอนเด็กๆ ให้รู้ถึงการช่วยเหลือเพื่อนๆที่กำลังจมน้ำอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะคงช่วยให้เด็กที่กำลังจมน้ำ มีโอการสรอดชีวิตสูงขึ้น
สืบ ธรรมชาติ
28พ.ค. 2553