ผมไม่ได้เข้ามาที่ G2K เสียหลายวัน เพราะกลับจากอิสาน เครื่องคอมของผมเสีย ต้องเอาไปซ่อมเสียดายงานวิชาการสูญหายหมด ต้องพิมพ์ใหม่ เสียเวลาน่าดู
ผมอยากเล่าเรื่องที่ผมไปเป็นกรรมการคัดเลือกผู้ที่สมัครเป็นผู้อำนวยการศูนย์ กศน.อำเภอที่ว่างอยู่ที่จังหวัดสระแก้ว 2 ตำแหน่ง เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมาเสียก่อน กรรมการมี 4 ท่าน ท่าน ผอ.ภาคตะวันออกเป็นประธานกรรมการ ก่อนสัมภาษณ์เราตกลงกันว่า น่าจะพิจารณาคนสระแก้วเป็นอันดับแรก และถ้าเลือกได้เราน่าจะมองคนที่มีอายุไม่เกิน 50 ปี เพราะคุณสมบัติทั้งสองประการจะช่วยให้งานต่อเนื่อง ปลอดภัยจากการย้ายข้ามจังหวัดและการเกษียณอายุ
มีคนสมัคร 15 ท่าน พวกเราทำหน้าที่กันอย่างดีที่สุด ไม่เข้าใครออกใคร ผมพบว่าคนเก่ง ๆ ของ สพฐ. มีเยอะมาก แต่มีอยู่รายหนึ่งที่ผมเห็นว่าเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจจึงขออนุญาตนำมาเล่าสู่กันฟัง
มีผู้อำนวยการท่านหนึ่ง ไม่ได้เป็นคนสระแก้ว ได้มีภรรยาเป็นคนสระแก้ว มีบุตร 3 คน พูดง่าย ๆ ว่าคงไม่ย้ายไปจากสระแก้วแน่นอน โรงเรียนที่ท่านบริหารอยู่เป็นโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอใหญ่ อำเภอหนึ่งของจังหวัดสระแก้ว มีนักเรียน 2000 กว่าคน มีครูรวมทั้งตัวท่านเอง 101 คน ผมถามท่านว่ามาสมัครทำไม เพราะงานที่ทำอยู่ก็ดีอยู่แล้ว ถ้ามาทำงานที่ กศน. ข้าราชการจะหายไป 100 คน เหลือเพียงหนึ่งเดียว คือตัวท่านเอง และงานก็หนักต้องเข้าพื้นที่ บางที 2 ทุ่ม 3 ทุ่มยังอยู่กับชาวบ้านอยู่เลย
คำตอบที่ได้ ท่านบอกกรรมการว่า ทุกวันนี้ครอบครัวท่านอยู่สบายแล้ว ลูกเรียนจบหมดแล้ว ภรรยาก็เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนเล็ก ๆ ใกล้บ้าน มีคนทำงานมากน้อยไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่อยากทำงานเพื่อช่วยคนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ซึ่งป็นงานที่อยากทำมาตั้งแต่เรียนจบ
กรรมการทุกท่านหันไปมองหน้ากัน ทุกคนพยายามช่วยกันอธิบายถึงเนื่องาน กศน. ที่แตกต่างกับงานในระบบโรงเรียนอย่างสิ้นเชิง ขนาดผมบอกท่านว่า ถ้าท่านได้รับการพิจารณา ท่านอาจจะดีใจเพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ผ่านไปไม่เกินปี ท่านจะต้องเสียใจ แต่ท่านก็ยังยืนยันในความประสงค์ของท่านตลอด
ผลการพิจารณา ท่านได้เป็นสำรองลำดับที่ 2 หลายคนเสียดายและติดใจ ท่านเพียงประการเดียว คืออายุท่านค่อนข้างมาก เพราะเหลืออายุราชการเพียง 5-6 ปี
ขณะที่ผมขับรถขึ้นไปอิสาน ผมคิดตลอดเวลาว่า คนทั่วไปมักจะไข่วคว้าหาความสุขสบาย แต่บางคนแม้จะรู้ว่าข้างหน้าเป็นพงขวากหนาม แต่ก็ยังมุ่งมั่นที่จะเข้าไปเผชิญและต่อสู้ด้วยอุดมการณ์ของตัวเอง ตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ ชะรอยทฤษฎีของมาสโลว์ ขั้นที่ 5 คงจะมีจริงกระมัง แต่ก็คงไม่มากเท่าที่ควร
สวัสดีค่ะ
น่าเสียดายมากค่ะ คนที่มีความมุ่งมั่นสูงแบบนี้น่าจะทำงานได้ดีนะคะ
สวัสดีค่ะ
คนมีคุณภาพ คนดี ๆ มักจะถูกทดสอบแบบนี้แหล่ะครับ กศน.เสียโอกาสอีกแล้ว น่าเสียดายแทนชาวบ้านที่ขาดโอกาส
สวัสดีครับคุณยายยังสาว
ผมเองก็เสียดายครับ แต่ทำอย่างไรได้ เมื่อกรรมการมีตั้ง 4 ท่าน เราก็ประชุมกันเครียดน่าดูเลยครับ ท่านประธานบอกว่า งานของผู้สมัครรายนี้ เป็นที่ประจักษ์ แต่มาติดที่อายุ เพราะจะทำให้งานต้องสะดุด น่าเสียดายมากครับ ขอบคุณนะครับ
สวัสดีครับครูคิม ผมเพิ่งกลับจากการไปรักษาตาที่โรงพยาบาล มาถึงบ้านพักทานข้าวกลางวัน แล้วรีบตอบครูคิมนี้ละครับ อาการของตาไม่ต้องเป็นห่วงเพราะมียายดูแล ผมคิดว่าเรื่องของท่าน ผอ. คนนี้ คงอยู่ในความทรงจำของผมไปอีกนาน ผมเสียดายครับ แต่การทำงาน มติก็ต้องเป็นมติครับ ขอบพระคุณครูคิมมากครับ
เรียนคุณประยุทธ
ผมเองก็มีความรู้สึกเหมือนคุณ และคิดว่าคนอย่างนี้หาค่อนข้างยาก แต่ผมเป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งของการประเมินเท่านั้น ผมเข้าใจสิ่งที่คุณประยุทธบอกมา แต่ผมก็คิดว่าคณะกรรมการใช้ความพยายามอย่างที่สุดแล้ว ขอบพระคุณมากครับ
มีข้อคิดที่ดีครับน่านับถือ แต่บันได5ขั้นมีคนสรุปมาก่อนหน้านี้2500ปีนี่ครับ มันเป็นความต้องการขั้นพื้นฐานของคนเรา รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส