
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า กาลามชนทั้งหลายก็สมควรที่ท่านทั้งหลายจะสงสัย สมควรที่จะลังเลใจ ท่านทั้งหลายเกิดความสงสัยลังเลใจในฐานะที่ควรสงสัยอย่างแท้จริง มาเถิดกาลามะทั้งหลาย ท่านทั้งหลาย
(ในที่นี้ผมได้จัดหมวด 10 ประการของกาลามูตรตามแนวทางของท่านพุทธทาสซึ่งจัดไว้ 3 หมวด ดังนี้)
ข้อที่ 1 อย่าปลงใจเชื่อเพราะฟังตามๆ กันมา
ข้อที่ 2 อย่าปลงใจเชื่อเพราะปฏิบัติตามๆ กันมา
ข้อที่ 3 อย่าปลงใจเชื่อเพราะกำลังเล่าลือกระฉ่อน
ข้อที่ 4 อย่าปลงใจเชื่อด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์
หมวดที่สอง เป็นหมวดว่าด้วย “ความรู้สึกนึกคิดปัจจุบันของตน” ได้แก่
ข้อที่ 5 อย่าปลงใจเชื่อเพราะเหตุแห่งตรรกะ (วิธีของตรรกวิทยา)
ข้อที่ 6 อย่าปลงใจเชื่อเพราะเหตุแห่งนัยยะ (การอนุมานตามวิธีของปรัชญา)
ข้อที่ 7 อย่าปลงใจเชื่อเพราะการตรึกตามอาการ (สามัญสำนึก หรือ Common sense)
ข้อที่ 8 อย่าปลงใจเชื่อเพราะเข้ากันได้กับทิฏฐิหรือความเห็นของเรา
หมวดที่สาม เป็นหมวดว่าด้วย “บุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย” ได้แก่
ข้อที่ 9 อย่าปลงใจเชื่อเพราะผู้พูดเป็นคนน่าเชื่อถือ
ข้อที่ 10 อย่าปลงใจเชื่อเพราะผู้พูดเป็นครูบาอาจารย์ของเรา
สวัสดีค่ะ
ความเชื่อของชาวพุทธต้องประกอบด้วยปัญญา และมีเหตุมีผล "กาลามูตร"
ให้เรารู้จักพิจารณาให้เห็นจริงว่าเป็นคุณหรือเป็นโทษ
เพราะหากเชื่อเป็นหลงงมงาม เราจะตกหลุมพรางแห่งความเชื่อนั้นๆ
ขอบคุณมาก ที่นำความรู้ทางธรรม มาแบ่งปัน
มีความสุขในวันวิสขาบูชา วันสันติภาพโลกนะคะ