ใครคือครูครูคือใครในวันนี้

ครู... 

*  ปฐมาพร  บัวมาศ

       ใครคือครูครูคือใครในวันนี้                   ใช่อยู่ที่ปริญญามหาศาล
ใช่อยู่อยู่ที่เรียกว่าครูอาจารย์                       ใช่อยู่นานสอนนานในโรงเรียน
ครูคือผู้ชี้นำทางความคิด                           ให้รู้ถูกรู้ผิดคิดอ่านเขียน
ให้รู้ทุกข์รู้ยากรู้พากเพียร                           ให้รู้เปลี่ยนแปลงสู้รู้สร้างงาน
ครูคือผู้ยกระดับวิญญาณมนุษย์                   ให้สูงสุดกว่าสัตว์เดรัจฉาน
ครูคือผู้สั่งสมอุดมการณ์                            ปณิธานเพื่อมวลชนใช่ตนเอง
ครูจึงเป็นนักสร้างผู้ใหญ่ยิ่ง                         สร้างคนจริง สร้างคนกล้า สร้างคนเก่ง 
                                   สร้างคนให้เป็นตัวของตัวเอง

(เนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์) 

       ไม่ว่าจะเป็นยุคใด  สมัยใดก็ตาม  ก็ย่อมต้องมีครู  ครูย่อมมีความสำคัญต่อสังคม  ประเทศชาติ  ตราบใดที่มนุษย์เรานั้นยังมีความต้องการ  และมีความสามารถที่จะผลิตสมาชิกใหม่ให้กับสังคมให้เกิดขึ้นมาอยู่ในสังคมใบนี้อยู่อย่างต่อเนื่องแล้ว  ความต้องการครูก็ย่อมจะยังมีอยู่ตลอดไปอย่างไม่มีข้อที่จะมาโต้แย้งได้เลยแม้แต่น้อย  แต่กระนั้นก็ตามก็ยังที่จะมีมีข้อจำกัดอยู่แต่เพียงในเรื่องจำนวนครูทีมีไม่เพียงต่อต่อความต้องการของสังคมไทย  และประเทศชาติ  โดยเฉพาะครูที่จะไปอยู่ในโรงเรียนที่อยู่ไกล  ทุรกันดาร  ตามป่าตามเขา  โรงเรียนอยู่หลังเขา   จำนวนครูมีไม่เพียงพอกับความต้องการของนักเรียน  หรือในบางโรงเรียนมีครูไม่ครบชั้นเรียน  ทำให้ในบางครั้ง  ครูหนึ่งคนอาจจะต้องสอนนักเรียนหลายระดับชั้นในห้องเรียน  ตามที่มีความเจริญเขาไปไม่ถึงเท่าที่ควร  และยังรวมไปถึงความสามารถของครูในด้านต่างๆ  ตามที่สังคมต้องการ    ทั้งนี้เพราะปัจจุบันโลกได้พัฒนาไปมากเช่นเดียวกัน  ดังนั้นความต้องการใช้ครูจึงต้องให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมด้วย

       ไม่ว่าครูจะมีความรู้ความสามารถหรือความถนัดแตกต่างกันเพียงใด  แต่บทบาทของตรูโดยส่วนรวมแล้ว จะยังอยู่ในลักษณะเดียวกัน  คือ  นอกจากครูจะต้องรักบทบาทเป็นผู้สอนคนให้มีความรู้ความสามารถทางด้านวิชาการต่างๆ  แล้ว  ครูยังจะต้องรับบทบาทในการพัฒนาประเทศชาติในด้านต่างๆ  อีก  ดังนั้นครูจึงต้องรับบทหนักทั้งในอดีตและปัจจุบัน  และเป็นบทบาทในการสร้างสังคมในด้านต่างๆให้มีความเจริญ      ก้าวหน้า  ปัจจุบันมีผู้ให้สมญานามแก่ครูว่าเป็น  วิศวกรสังคม  พจนานุกรม          ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542  ได้ให้ความหมายของคำว่าครู  ไว้ดังนี้    “ครู”   คือ  ผู้สั่งสอนศิษย์  ผู้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์  โดยมีรากศัพท์มาจากภาษาบาลี  สันสกฤต  ว่า  “คุรุ”  ซึ่งหมายถึง  หนัก

       ดังนั้น  “ครู”  คือ  อาชีพที่ใครหลายต่อหลายคนไม่อยากที่จะทำงานในอาชีพนี้  เนื่องจากอาชีพครูเป็นอาชีพที่เหนื่อย    ครูเป็นอาชีพที่ลำบาก และหนักหนาสาหัสมาก  ครูเงินเดือนน้อย  ไม่พอดีกับวิถีชีวิตในปัจจุบัน  ครูมีหนี้สินมากมาย  และอีกหลายๆ   เหคุผลที่ทำให้หลายๆ  คนไม่อยากเป็นครู  และเหตุผลที่หนักไปกว่านั้นก็คือ  อาชีพครูเป็นอาชีพที่ไม่มีเกียรติ 

       พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542  ได้ให้ความหมายของคำว่าครู  ไว้ดังนี้    “ครู”   คือ  ผู้สั่งสอนศิษย์  ผู้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์  โดยมีรากศัพท์    มาจากภาษาบาลี  สันสกฤต  ว่า  “คุรุ”  ซึ่งหมายถึง  หนัก

       ในฐานะที่เป็นครูคนหนึ่ง  และได้คลุกคลีกับอาชีพ  ”ครู”  มานาน  เนื่องจาก      ที่บ้านของดิฉันนั้นมีสายเลือดของความเป็น  “ครู”  อยู่ในสายเลือด  เพราะในครอบครัวของฉันมีอาชีพ  “ครู”  มาตั้งแต่สมัยคุณตาทวด  มาถึงคุณตา  มาถึงพ่อแม่ของดิฉัน  รวมถึงตัวดิฉันด้วยก็มีอาชีพ  “ครู”  ในความคิดของฉันนั้นคิดว่า  อาชีพ  “ครู”         เป็นอาชีพที่มีเกียรติ  ไม่ใช่ใครก็มาเป็นครูได้ถ้าไม่มีใจรัก  และศรัทธาในอาชีพครู

       อาชีพ  “ครู”  เป็นอาชีพที่สอน  คน  ให้มีความรู้  ต้องทุ่มเท  และมีใจรักในอาชีพ  “ครู”  เป็นอาชีพที่สอนให้คนทุกคนได้มีอาชีพ  ไม่ว่าจะเป็นอาชีพใดๆ  ก็ตามล้วนต้องมีครูคอยสอนทั้งนั้น  ถ้าไม่มีครูแล้วก็ไม่มีอาชีพต่างๆ  เกิดขึ้นมาได้  ไม่ว่าจะเป็นหมอ  พยาบาล  สถาปนิก  เภสัชกร  และอีหลายๆ อาชีพที่ใครๆ ก็อยากจะเป็น  แต่ถ้าคิดดูให้ดีๆ แล้วนั้น “ครู” คือ เบื้องหลังของความสำเร็จของนักเรียน               

       การที่จะเป็นครูที่ดีได้นั้น  ควรที่จะยึดถือในจรรยาบรรณวิชาชีพครู  9  ประการ  ดังนี้

       1.  ครูต้องรักและเมตตาศิษย์  โดยให้ความเอาใจใส่ช่วยเหลือ  ส่งเสริมและให้กำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนแก่ศิษย์โดยเสมอหน้า 
       2.  ครูต้องอบรม  สั่งสอน  ฝึกฝน  และสร้างเสริมความรู้  ทักษะ  และนิสัยที่ถูกต้องดีงามให้เกิดแก่ศิษย์อย่างเต็มความสามารถและด้วยความบริสุทธิ์ใจ 
       3.  ครูต้องประพฤติและปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ทั้งหลาย  ทั้งกาย  วาจา  และจิตใจ 
       4.  ครูต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย  สติ  ปัญญา  จิตใจ  อารมณ์ และสังคมของศิษย์ 
       5.  ครูต้องไม่แสวงหาประโยชน์อันเป็นอามิสสินจ้างจากศิษย์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และไม่ใช้  จ้าง  วาน  ให้ศิษย์กระทำการใดๆ  อันเป็นการหาประโยชน์ให้แก่ตนโดยมิชอบ 
       6.  ครูย่อมพัฒนาตนเองทั้งในด้านวิชาชีพ  ด้านบุคลิกภาพ  และวิสัยทัศน์ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการ  เศรษฐกิจ  สังคม  และการเมืองอยู่เสมอ 
       7.  ครูย่อมรักและศรัทธาในวิชาชีพครู  และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพ 
       8.  ครูพึงช่วยเหลือเกื้อกูลครูและชุมชนในทางสร้างสรรค์ 
       9.  ครูพึงประพฤติและปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาแลวัฒนธรรมไทย  สำหรับผู้อยู่ในวิชาชีพครูจะต้องมั่นใจ ในการประกอบวิชาชีพนี้ด้วยความรัก  และชื่นชมในความสำคัญของวิชาชีพ

      คนที่เป็นครูอยู่แล้ว  และคนที่คิดจะเป็นครูถ้าสามารถปฏิบัติได้ตามที่จรรยาบรรณครูกล่าวไว้ข่างต้นแล้วนั้น  ถือว่าท่านเป็นครูที่ดี  และเป็นครูที่น่ายกย่องอย่างยิ่ง  แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ควรมีเป็นสิ่งแรกและควรจดจำเอาไว้และถือปฏิบัติให้ได้  คือ  ครูย่อมรักและศรัทธาในวิชาชีพ  และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพ 

        จากที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น  ทำให้ได้รู้ว่า  การเป็นครูที่ดีไม่ใช่เรื่องยากถ้าคิดที่จะเป็น  คิดที่จะทำ  ตั้งแต่วันนี้  เพื่ออนาคตที่ดีของศิษย์  เพื่อให้ศิษย์เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้าของสังคมต่อไปในอนาคต

 

นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง  สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ  จังหวัดตรัง    สาขาวิชานวัตกรรมหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้  รุ่นที่  1  ชั้นปีที่  2                 คณะศึกษาศาสตร์ 

อ้างอิง

เลขาธิการคุรุสภา,  สำนักงาน.  (2541).  แบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณครู  พ.ศ.  2539.  กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ครุรสภา.

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน  พุทธศักราช  2525.  (2539).  (พิมพ์ครั้งที่  6). กรุงเทพฯ :  อักษรเจริญทัศน์.

ใครคือครู  ครูคือใคร  ในวันนี้.  ค้นเมื่อ  13  พฤษภาคม  2553.         http://www.pantown.com/board.php?id=29376&area=3&name=board4&topic=2&action=view