สิ่งดีๆ ที่เรียกว่าประสบการณ์
หัวหน้าคนที่ 1 ตั้งแต่เริ่มทำงานในปีแรก ตอนนั้นยังเด็ก หัวหน้าสอนอะไรหลายๆ อย่าง ตอนนั้นรู้สึกว่าทำไมจะต้องมีกรอบอะไรมากมาย ทำไมต้องเข้มงวดกับลูกน้อง ลุกน้องทุกคนเครียดไม่น้อย หัวหน้าเป็นคนก่ง ละเอียด สอนงานต่างๆ มากมาย เสียงดุ มาดเข้ม อารมณ์รุนแรง ใครที่ได้ contact ในเวลาทำงานจะรู้สึกว่าไม่อยากเข้าใกล้ กลัวจะทำอะไรผิดในสายตาหัวหน้าอีก แต่อยู่มาวันหนึ่งที่ได้มีโอกาสย้ายงานไปทำอีกจุดหนึ่ง รู้สึกขอบคุณหัวหน้ามากๆ ที่สอนสิ่งเหล่านั้นให้ ทำให้เข้มแข็ง บริหารจัดการอะไรต่างๆ ได้มากขึ้น เริ่มรู้สึกว่าทุกอย่างมีคุณค่าเมื่อเวลาผ่านไป.....เวลาทำในสิ่งที่หัวหน้าบอก/สอน.จะนึกถึงคำพูดหัวหน้าตลอดมา..........โชคดีเหมือนกันนะเราที่มีหัวหน้าแบบนี้
และเมื่อโตขึ้นในงาน ก็ได้เรียนรู้จาก หัวหน้าคนที่ 2 เป็นคนที่สปอร์ต ใจเย็น ใจดี ให้อิสระลูกน้องอย่างเต็มที่ ไปไหนไปกัน นานๆ ครั้งมากที่จะเห็นหัวหน้าบ่นว่าลูกน้อง มักรับฟังปัญหาของลูกน้องตลอดมาได้แสดงความสามารถและส่งเสริมให้ลูกน้องคิดเอง ทำเอง คอยชี้แนะบ้าง บางเวลา ส่วนใหญ่มักจะติดประชุมตลอด ทำงานอย่างมีความสุข เสียงเฮฮามีอยู่ตลอดเวลา เพื่อนร่วมงานโดยรวมดี แต่สุดท้ายเมื่อเวลาผ่านไปเราต่างก็มีเส้นทางเป็นของตนเอง......ตัวเองได้ย้ายกลับภูมิลำเนา ก็นับว่าเป็นโชคดีรอบ 2 นะ เปลี่ยนรสชาติเจอหัวหน้าคนละแบบ.......
ถึงแม้บางครั้งอาจจะรู้สึกว่าไม่น่าอย่างงั้น ไม่น่าอย่างงี้ แต่สุดท้ายก็ยังมีดอกไม้ริมทางให้เห็น และให้นึกถึงได้เมื่อเราเดินช้าลงและพยายามเก็บเกี่ยวสิ่งดีๆ ไว้
ตอนนี้ทำงานที่ใหม่ซึ่งมาทำได้ไม่นานและก็ยังมีอะไรใหม่ๆ ให้ศึกษามากมาย ตกผลึกได้เมื่อไร อาจนำมาเขียนให้ได้อ่านอีกค่ะ
สวัสดีคุณ Nattayanee ครับ
การทำงานกับหัวหน้าหลายๆแบบ
ช่วยให้เราเรียนรู้และพัฒนาได้เยอะนะครับ
ขอบพระคุณครับ...
เอ่อแบบว่า 2 ปี เปลี่ยนหัวหน้าไป 3 คน