สำรวจบ้านเพื่อจัดการกำจัดสิ่งที่จะเป็นพิษภัยกับสุขภาพ....ที่เราคาดไม่ถึง

              การดูแลตนเองและคนใกล้ชิดเป็นสิ่งจำเป็นมากในปัจจุบันเพราะโรคภัยไข้เจ็บอาจจะเกิดขึ้นได้หลาย ๆ สาเหตุ   ฉะนั้นจึงไม่ควรละเลยสิ่งใกล้ตัวในบ้านเรือนที่จะเป็นเหตุให้เกิดการเจ็บป่วยได้เพราะเชื้อโรคไม่ใช่จะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ป่วยไข้ได้ อย่างเดียวแต่สิ่งอื่น ๆอาจซุกซ่อนอยู่ตามบริเวณต่างๆ ภายในบ้านที่เราอาจจะคาดไม่ถึงว่ามันมีภัยอยู่ในตัวตลอดเวลา

            เดลินิวส์ออนไลน์ได้จัดนำเสนอไว้ดีมาก เมื่ออ่านพบก็อดไม่ได้ที่จะนำมาแบ่งปันให้มวลสมาชิกที่ไม่มีเวลาไปหาอ่าน ผมซึ่งจะอ่านทุกวัน ๆ ละ  อย่างน้อย 2 ชั่วโมงและเมื่อพบสาระที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะได้ก็จะนำมาสะสมไว้ในบล็อกนี้ เผื่อว่าคนที่ไม่มีเวลามากไม่ต้องไปค้นหาให้เสียเวลา  เปิดมาอ่านได้หลาย ๆ เรื่อง  และอย่าลืมอยากจะให้หาเรื่องใด ๆ มาเพิ่มเติมก็ให้เขียนแจ้งไว้ในบันทึกความเห็นด้วยจะดีมาก ๆ และช่วยแนะนำด้วยว่าการนำบันทึกลักษณะนี้มาแจกจ่ายมวลสมาชิกนักอ่าน น่าจะทำต่อไปหรือไม่อย่างไร  หรือจะปรับปรุงอย่างไร หรือให้บันทึกไปในแนวทางอื่น ก็จะน้อมรับความคิดเห็นด้วยความยินดี

             ทีนี้มาอ่านกันดีกว่า ว่าเราควรจะทำอย่างไรหากเราพบกับสิ่งเหล่านี้ แน่นอนการดำเนินการก็สามารถทำได้ทันทีหลังจากที่อ่านบทความนี้จบ อย่าปล่อยไว้เมื่อเกิดภัยขึ้นแล้วก็ยากที่จะแก้ไข

 - ยาหมดอายุ ควรสำรวจตู้ยาเป็นประจำ เก็บยาเม็ดและยาน้ำที่หมดอายุทิ้งไป ยาที่ไม่ได้ใช้บ่อยควรซื้อซองเล็กและตู้ยาจะต้องอยู่ที่สูงที่เด็กไม่สามารถเอื้อมถึงได้เช่นกัน

 -สเปรย์ทำความสะอาดคราบฝังแน่น ผู้ที่ทำความสะอาดบ้านด้วยน้ำยาทำความสะอาดชนิดสเปรย์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง มีโอกาสเป็นโรคหอบหืดมากกว่าผู้ที่ไม่ใช้เกือบร้อยละ 50   ฉะนั้นจึงควรเปลี่ยนมาใช้สเปรย์ชนิดเหลวเพื่อลดปริมาณไอระเหยที่สูดดมเข้าไปในร่างกาย และถ้าใช้ก็ควรเก็บคัดแยกออกไปจากของทิ้งประเภทอื่น ๆเพราะกระป๋องสเปรย์ชนิดนี้มีสารพิษเจือปนอยู่ ห้ามกำจัดโดยการเผา แต่ให้รวบรวมไว้ในถุงขยะอันตรายเพื่อนำส่งไปกำจัดที่ถูกวิธีต่อไป 

 - อาหารเก่าเก็บหรืออาหารหมดอายุ ควรกำจัดอาหารเก่าหมดอายุออกจากตู้เย็น และตั้งอุณหภูมิตู้เย็นไว้ที่  4 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิสูงกว่านี้ แบคทีเรียในอาหารจะเจริญเติบโตและทำให้อาหารเน่าเสียได้

 - หมอน-ผ้า ปูที่นอนเก่า ควรเปลี่ยนหมอนใยสังเคราะห์ทุก 2 ปี ส่วนหมอนยัดไส้ขนห่านหรือขนเป็ดควรเปลี่ยนทุก 5 ปี ลองวางหมอนกับเตียงแล้วพับครึ่ง หากไม่กระเด้งกลับแปลว่าถึงเวลาเปลี่ยนใหม่แล้ว 

  -ม่านหนา ม่านหนาๆ หรือที่จีบหลายชั้นเป็นแหล่งสะสมฝุ่น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ เช่น จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล หากมีอาการดังกล่าวบ่อย ควรเปลี่ยนใช้ม่านผ้าฝ้ายหรือผ้าผสมใยสังเคราะห์น้ำหนักเบา ถอดซักได้สะดวก และควรซักม่านรวมถึงทำความสะอาดมู่ลี่เดือนละครั้ง

                 ยังมีอีกมากมายที่เป็นภัยในบ้านลองนึกดูว่าอะไรบ้างที่น่าจะไม่เป็นประโยชน์และถ้าไม่กำจัดก็จะทำให้เกิดโทษได้   ลองหันมาสำรวจบ้านกันดีกว่า เพื่อสุขภาพร่างกายที่ที่ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ

ที่มา......เดลินิวส์ออนไลน์       วันที่ 24 พฤษภาคม  พศ2553