9 พฤติกรรมบริหาร..สู่ความสำเร็จ
ในฐานะที่รับราชการครูมายาวนาน ตลอดชีวิตราชการรวมกว่า 40 ปี ช่วงเวลาส่วนใหญ่ เป็นผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารหน่วยงาน จึงขอนำเอาประสบการณ์พฤติกรรมบริหารสู่ความสำเร็จฝากไว้ให้คนทำงานและน้อง ๆ ผู้บริหาร ได้นำไปปรับใช้บ้าง
“ ปัญหาเกิดจากการทำงาน........ การทำงานย่อมมีปัญหา.............. การทำงานต้องมีคน........... นักบริหารต้องคิดเสมอว่าคนทำงานร่วมกันของท่าน........มีทั้งคนดี...... คนชั่ว....... ไม่ดีสมบูรณ์แบบ .....และไม่เลวสมบูรณ์แบบ............ ไม่มีใครดีใครเลวกว่ากัน” ในการทำงานร่วมกันนั้น มีองค์ประกอบ อันเป็นพฤติกรรมเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จได้เป็นอย่างดี ................
1. ความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน มนุษย์ทุกคนมีข้อสงสัย ระแวงในการคิด การพูด การระแวงในความคิดของคนอื่น นั่นคือ ไม่ไว้ใจซึ่งกันและกัน ผลเสียจะเกิดแก่งาน เพราะฉะนั้นจงอย่าระแวงกัน ความไว้ใจเชื่อใจกันก็จะเกิดขึ้น
2. มีกลุ่ม – ทีมงานเป็นหลัก มีกลุ่มเดียวเป็นหลักในการทำงาน มีนโยบาย เป้าหมาย วัตถุประสงค์ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ควรถือคนใดคนหนึ่งเป็นหลักในการคิด การพูด และการกระทำ แต่ถือเอากลุ่มคนเป็นหลัก ความคิดคนเปลี่ยนแปลงได้ แต่ของกลุ่มจะยืนยาวกว่า ระบบคงทนกว่าคน ๆ หนึ่ง
3. การอยู่ร่วมกันนาน ๆ “กลุ่ม” ต้องให้ยืนยาวนาน ร่วมรักสามัคคี ร่วมแก้ปัญหา ถ้าไม่รักสามัคคี คนในกลุ่มเสียขวัญกำลังใจ ไม่มีอะไรยึด งานก็ล้มเหลวในที่สุด
4. ความคล่องตัว งานราชการทุกระบบมักขาดความคล่องตัว เชื่องช้า ผลก็คืองานล้มเหลว ทั้งนี้เพราะมีกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับจำนวนมาก ควรมีการร่วมกันแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ หรือปรับปรุงวิธีการทำงานให้เหมาะสม คล่องตัว อย่าให้เป็นเหตุว่าล่าช้า
5. ตัดสินใจร่วมกัน การบริหารงานในปัจจุบัน ปริมาณงานหรือคุณภาพของงานเปลี่ยนแปลงมากขึ้น เกินกว่าคน ๆ เดียวจะตัดสินใจบริหารได้ จะใช้คน เงิน วัสดุ ยุทธวิธีอย่างไรก็อาจมีความผิดพลาดได้ นักบริหารจะทำงานสำเร็จได้ จะต้อง “มีที่ปรึกษา......มีการปรึกษาหารือ......พินิจพิเคราะห์กับเพื่อนร่วมงานอย่างใกล้ชิด.......อย่าตัดสินใจคนเดียวตามลำพัง.......หลายหัวดีกว่าหัวเดียว”
6. อย่าแข่งขันกันในระบบงาน การแข่งขันกันทำความดีย่อมเกิดผลดี แต่เมื่อมีการแข่งขันกันแล้วมักมีการแพ้ – ชนะ ในวงงานเมื่อมีแพ้ – ชนะ ผู้แพ้ย่อมเสียกำลังใจ ผู้ชนะดีใจ เป็นการสร้างเวรกันตลอดไป ไม่มีวันจบสิ้น เมื่อเป็นเช่นนี้นักบริหารมักถูกกล่าวหาว่าลำเอียง ขาดความเป็นธรรม ต่อไป นักบริหารเองก็จะตำหนิทั้งฝ่ายแพ้และชนะว่าไม่มีน้ำใจนักกีฬา ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน วงงานใดมีลักษณะเช่นนี้มาก ๆ จะไม่มีการสร้างสรรค์เกิดขึ้น
7. มีความเป็นกันเอง ทุกคนจะต้องตาย ต้องเกษียณ ต้องกิน ต้องถ่าย ใช้เงิน ใช้กำลังกาย ใช้ชีวิต มีความเป็นไปเช่นเดียวกันทั้งสิ้น การทำงานร่วมกันถ้าถือเขา ถือเรา การรู้สึกใหญ่ การรู้สึกเล็ก รู้สึกยาว รู้สึกสั้น รู้สึกด้อย รู้สึกเด่น เหล่านี้เป็น ความ และเป็น การ ไม่เป็นกันเองทั้งสิ้น คนเราจะเป็นกันเอง ต้อง “รู้สึกเสมอกัน.........รู้สึกเท่าเทียมกัน.........เปิดเผย.........รู้สึกร่วมกันต่องาน.........ไม่ชี้นิ้วหรือเฉยเมย”
8. ทันคน ทันโลก ทันงาน ชอบคิด ชอบฟัง ชอบดู หมั่นอ่าน หมั่นเรียน หมั่นทำ ไม่นิ่งเฉย ความนิ่งเฉยต่อประสาททั้ง 6 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ย่อมให้ความไม่เท่ากันหรือความล้าหลังทั้งสิ้น เราอยู่ร่วมกัน อยู่กับงาน อยู่กับโลก เราต้อง “ทันคน ทันงาน ทันโลก”
9. อย่าด่วนสรุป เป็นผู้บริหาร อย่าหูเบา ถ้าจะมองในแง่ประเมินผลนั้นต้อง “ ดูหรือฟัง หลาย ๆ ครั้ง......ครั้งละหลาย ๆ หน.....หนละหลาย ๆ ด้าน.....ด้านละหลาย ๆ ข้อ.....ข้อละหลาย ๆ คน ”
โดยเฉพาะจากการพูดหรือการกระทำของคนที่อยู่แวดล้อมเราเป็นสำคัญ หากไม่ดู ไม่ฟัง ไปนาน ๆ หลาย ๆ ครั้ง หลาย ๆ เวลา หลาย ๆ แห่ง หลาย ๆ สิ่งแวดล้อม เราก็สรุปไปในทางร้ายเสมอ
ผู้บริหารที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจทำงานเพื่อให้ได้ชื่อว่า “ข้าของแผ่นดิน” นั้น จะมีทั้งผู้คนที่พึงพอใจและไม่พึงพอใจไปพร้อม ๆ กัน มีประสบการณ์ที่พึงระวังอยู่เรื่องหนึ่ง คือ กรณีการร้องเรียนหรือบัตรสนเท่ห์ อาจจะเกิดขึ้นกับท่านได้ตลอดเวลา อย่าคิดว่าสิ่งนั้นเป็นเพียงกระดาษเปื้อนหมึกเท่านั้น แต่ในฐานะที่เป็นผู้บริหารน่าจะเอาวิกฤติตรงนี้มาเป็นโอกาสของท่านเอง
ถ้าเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่มีข้อเท็จจริง ก็เสมือนเป็นกระจกเงาให้ได้แก้ไข ปรับปรุง หรือพัฒนาตนเองได้ เราก็จะดีขึ้น.....ใช่หรือไม่ ?
แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าเรื่องนั้นเป็นเพียงข้อเท็จ ที่มุ่งหวังทำลายเกียรติยศ ชื่อเสียง หรือเพื่อความสะใจของผู้กระทำ หากมีเพื่อนพ้องน้องพี่มาแสดงความเห็นใจ เข้าใจ ให้กำลังใจ แล้วบอกว่า “พี่ครับ... พวกเรา เข้าใจ และก็ไม่เชื่อตามนั้นหรอก เป็นเรื่องไม่จริง” ก็จะแสดงให้รู้สึกได้ว่าที่เราทำดี มาตลอดนั้นมีคนอื่นอีกมากมายที่รู้ความจริง พร้อมทั้งยังศรัทธา เชื่อมั่นในคุณความดีของเรา...จงทำดีต่อไป
แต่ถามว่าเราจะไม่รู้สึกอะไรบ้างเชียวหรือ? อย่างน้อยสิ่งที่สูญเสียไปก็คือการเสียความเชื่อมั่นในตนเอง เสียสมดุลในความคิด ส่งผลต่อจิตใจในการปฏิบัติหน้าที่ และสิ่งที่เสียไปมากที่สุดคือเสียเวลา ที่จะเรียกความมั่นใจ เรียกกำลังใจ ของตนเองกลับคืนมา
บทเรียนจากประสบการณ์นี้ ทำให้มองเห็นการทำงานเป็นทีม ที่ต้องมีความรัก สามัคคี เข้าใจกัน ให้อภัยกัน หวังดีต่อกันอย่างแท้จริง ........และที่สำคัญที่สุดคือการรู้จักบทบาทหน้าที่ของ แต่ละคน การยอมรับและรับผิดชอบปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่นั้น ๆ ให้ดีที่สุด
การทำงานร่วมกันเพื่อความก้าวหน้าขององค์กรนั้น ขอสรุปฝากไว้.....เท่านี้...........
องค์กรเป็นนาม..........
องค์กรต้องมีคน........
ความสำเร็จ – ล้มเหลวขององค์กรอยู่ที่คน...........
คนจึงต้องดี มีฝีมือ...............
ไม่เคยปรากฏว่ามีบุคลากรดี ๆ ในองค์กรที่เฮงซวย............
จะทำอย่างไรองค์กรจึงจะประสบความสำเร็จ....................
อันดับแรก “ คนต้องสำเร็จก่อน ”..............
เพื่อความสำเร็จของงาน................
คนต้องพัฒนา...........................
คนเป็นหน่วยหนึ่งขององค์กร.........................
แต่ละองค์กรเป็นหน่วยหนึ่งของสังคม...................
“ พัฒนาคน............เพื่อนำไปสู่การพัฒนางาน ”
“ การทำงานร่วมกันเป็นทีมนั้น ต้องมีผู้นำและผู้ตามที่ดี ทุกคนต้องเข้าใจเป้าหมายของการทำงานที่ตรงกัน ต้องมีการแบ่งบทบาทหน้าที่ให้ชัดเจน ทุกคนในกลุ่มต้องได้ทำงานตามความสามารถ และต้องให้ความร่วมมือในการทำงาน งานจึงจะบรรลุเป้าหมายได้”
จรูญพงษ์ จีระมะกร
ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดนครราชสีมา