วิธีเอาตัวรอดจากสงครามครั้งต่อไป


เว็บไซต์ 'eHow' ตีพิมพ์เรื่อง 'How to Survive World War 3' = "ทำอย่างไรมีชีวิตรอดจากสงครามโลกครั้งที่ 3" ซึ่งเราพอจะประยุกต์แนวคิดนี้มาใช้กับเมืองไทยเราได้, ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ [ eHow ]

----//----

(1). เลือกที่ อยู่

ถ้าเป็นไปได้... ควรเลือกอยู่นอกประเทศที่มีความขัดแย้งสูง เช่น ตะวันออกกลาง ฯลฯ, เป็นจุดยุทธศาสตร์ เช่น ช่องแคบที่มีเรือผ่านจำนวนมาก ฯลฯ, เป็นเมืองหลวงหรือเมืองสำคัญของประเทศ เช่น กทม. เชียงใหม่ ฯลฯ

...

ตำแหน่งบ้านที่น่าจะดี คือ ห่างจากฐานทัพ สถานีตำรวจ และสถานที่ที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตี เช่น ปั๊มพ์น้ำมัน โรงเก็บเชื้อเพลิง ฯลฯ และห่างจากแหล่งธุรกิจใหญ่ใจกลางเมืองพอประมาณ

...

(2). กักตุน อาหาร-น้ำ-ยา

เตรียมน้ำสำรองไว้ประมาณ 200 ลิตร/คน โดยควรสำรองไว้ใช้อย่างน้อย 3 วัน (ถ้าจำเป็น... ให้เก็บน้ำไว้กิน ไม่อาบ), เก็บอาหารที่ปรุงง่ายเข้าไว้ เช่น ปลากระป๋อง บะหมี่สำเร็จรูป (ไ่ม่บอกยี่ห้อเพราะยังไม่ได้ค่าโฆษณา) ฯลฯ ไว้อย่างน้อย 5 วัน

...

เตรียมถุงพลาสติกไ้ว้ใส่ขยะ... วิธีที่ดี คือ แขวนไว้กับราว จะลดปัญหาสัตว์กัดแทะุถุงขยะได้หลายชนิด

ภาวะสงคราม การประท้วง หรือการก่อการร้ายอาจทำให้ซูเปอร์มาร์เก็ต-ร้านสะดวกซื้อปิด น้ำไม่ไหล-ไฟไม่มา, จึงควรเตรียมของจำเป็นเผื่อไว้ เช่น ไฟฉาย (ไม่ควรใช้เทียนไข เนื่องจากเพิ่มเสี่ยงไฟไหม้) ฯลฯ

...

ยาที่ควรเตรียมไว้เผื่อฉุกเฉิน คือ ยาแก้ปวด ยาลดกรด พลาสเตอร์ยา ยาแก้แพ้ ผงเกลือแร่ (แก้ท้องเสีย), ยานอนหลับ (ถ้านอนหลับยาก), ยาระบาย (ถ้าท้องผูกบ่อย), และยาสำหรับโรคประจำตัว ฯลฯ 

...

(3). ฝึกทำกับ ข้าว

ควรฝึกทำอาหารง่ายๆ จากถั่วเมล็ดแห้ง เช่น แกงถั่ว ฯลฯ ให้ได้ เนื่องจากเป็นอาหารที่มีราคาไม่แพง เก็บได้นาน มีโปรตีน-เส้นใย-ไขมันชนิดดีสูง ทำให้อิ่มนาน แถมยังมีแป้งขนาดพอดี ทำให้สมองไม่เบลอง่าย

...

ถ้าเลือกได้... อาจเตรียมเตาที่ไม่ใช้ไฟฟ้าไว้สักชุดหนึ่ง เช่น เตาแก๊ส ฯลฯ เผื่อไฟดับไว้เสมอ

... 

(4). ระวังไฟ

ถ้าเลือกได้... ควรเลือกที่พักที่กันกระสุน กันไฟลาม กันไฟไหม้ได้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง โดยเฉพาะถ้าอยู่ในพื้นที่ประท้วงบ่อย เช่น กทม. ฯลฯ

...

ถ้าอยู่ในเขตที่มีการประท้วงบ่อย... การติดตั้งรั้วสูงที่ทำด้วยตะแกรงโลหะให้ห่างจากตัวบ้านมีส่วนช่วยป้องกัน ระเบิด หรือระเบิดเพลิงได้ในระดับหนึ่ง (ไม่มีวิธีใดที่ป้องกันได้ 100%)

ควรเตรียมเครื่องดับเพลิงไว้ที่บ้าน และหัดใช้ให้เป็น เพราะในสงครามมีโอกาสโดนวางเพลิงสูงขึ้นมาก

...

(5). เลือก หลังคา

อาจารย์ท่านหนึ่งเล่าว่า ตอนรื้อหลังคาบ้านพบกระสุนบนหลังคาบ้าน, เมืองไทยเราพบคนเสียชีวิตจากการยิงปืนขึ้นฟ้าบ่อยทางเหนือ (มีการยิงปืนขึ้นฟ้า เช่น ปีใหม่ ฯลฯ คล้ายๆ กับในอิรัก)

...

ถ้าเลือกได้... ควรเลือกหลังคาบ้านที่ทนกระสุนได้

ถ้าอยู่ในแถบที่มีการปล่อยโคมลอยบ่อย เช่น ทางเหนือ ฯลฯ... ควรเลือกหลังคาที่ทนไฟได้ดีกว่าหลังคาติดไฟ เช่น หลังคามุงจาก ฯลฯ

...

(6). เตรียม เกลือ

กรณีมีการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์หรือระเบิดปรมาณู, จะทำให้ไอโอดีนตามธรรมชาติกลายเป็นไอโอดีนกัมมันตรังสี หรือไอโอดีนที่มีพิษกระจายในอากาศ และตกลงสู่แหล่งน้ำ

...

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เตรียมเกลือโพแทสเซียม ไอโอดายด์ (potassium iodide) ไว้, และกินทันทีที่เกิดสงครามนิวเคลียร์

การได้รับไอโอดีนธรรมชาติขนาดสูงจะทำให้ระดับไอโอดีนในร่างกายสูง การดูดซึมไอโอดีนกัมมันตรังสีจากภายนอกเข้าสู่ร่างกายจะลดลงไปมาก ทำให้ลดเสี่ยงมะเร็งต่อมธัยรอยด์ (อยู่หน้าลูกกระเดือก)

...

(7). เรียนภาษา ต่างประเทศ

ผู้เีชี่ยวชาญแนะนำให้เรียนภาษาต่างประเทศที่เป็นภาษาหลักของโลกไว้อย่าง น้อย 1 ภาษา เพื่อจะได้สื่อสารกับประเทศมหาอำนาจ ซึ่งอาจบุกมายึดประเทศไทย หรือยึดครองโลกสำเร็จ

...

ถ้าคิดว่า เมืองไทยจะเป็นมหาอำนาจใหม่ของโลกก็ไม่จำเป็นต้องเรียนภาษาต่างประเทศเตรียม ไว้, ถ้าคิดว่า สหรัฐฯ-แคนาดา-ยุโรป-ออสเตรเลียจะชนะ... ควรเรียนภาษาอังกฤษ

ถ้าคิดว่า จีนจะครองโลก... ควรเรียนภาษาจีน, ส่วนจะเรียนภาษาใดนั้นขอฝากให้ท่านผู้อ่านนำไปคิดกันเอง

...

(8). เตรียมหนี

ต้นทุนสำคัญที่จะทำให้เราป้องกันตัว หรือหนีภัยได้ยามจำเป็นได้แก่ ต้นทุนสุขภาพ เงินติดตัว และถุงคาดเอว (แบบที่พ่อค้าแม่ค้าใช้เก็บเงิน และควรเลือกแบบที่แข็งแรงทนทานมากหน่อย)

...

ต้นทุนสุขภาพที่ำสำคัญ คือ พยายามอย่าให้มีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันเลือดสูง ฯลฯ เนื่องจากจะหายาได้ยากในสงคราม เช่น กินอาหารสุขภาพ นอนให้พอ ระวังอย่าให้อ้วน ถ้าอ้วน... ควรเปลี่ยนเป็นอ้วนฟิตโดยเร็ว ฯลฯ

ดูแลช่องปากให้ดี ตรวจช่องปากกับหมอฟันปีละ 1-2 ครั้ง เพราะถ้าปวดฟันปวดเหงือกขึ้นมาจะลำบากมาก

...

และต้องทำตัวให้ฟิตพอที่จะขึ้นลงบันไดได้สัก 3 ชั้น วิ่งเร็วได้สัก 3 เสาไฟฟ้า และคลานได้เร็ว (เวลามีควันไฟหนาทึบ จำเป็นต้องใช้ผ้าเปียกน้ำปิดปาก-จมูก แล้วคลานหาทางออก) เพื่อให้แกร่งพอที่จะหนีการไล่ล่าได้เสมอ

ควรเตรียมเงินสด ทั้งใบใหญ่ใบเล็กไว้ติดตัวบ้าง อย่าวางใจแต่บัตรหนี้พกพา (เช่น บัตรเครดิต ฯลฯ), หรือบัตร ATM เพราะในสงครามอาจใช้เงินพลาสติกไม่ได้เลย

...

และถ้าจำเป็นต้องหนี... ควรใส่ของสำคัญในถุงคาดเอว เช่น บัตรประชาชน (พวกบัตรสมาชิกพรรคการเมือง หรือกลุ่มการเมือง... อย่าพก) ฯลฯ

...

(9). เตรียมโต๊ะ

ห้องนอนควรมีโต๊ะว่างๆ ไ้ว้ เผื่อหลบใต้โต๊ะแผ่นดินไหว หรือมีแรงระเบิดที่อาจทำให้บ้านถล่มหรือร้าว, เมืองไทยเราก็มีหลายจังหวัดที่เสี่ยงแผ่นดินไหว โดยเฉพาะทางเหนือกับตะวันตก (ชายแดนพม่า)

...

กล่าวกันว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนโคลน... เวลาเกิดแผ่นดินไหว ตึกสูงๆ จะแกว่งไปมา ทำให้ไม่ปลอดภัยมากเท่าไร, การเตรียมโต๊ะไว้หลบน่าจะช่วยป้องกันอันตรายได้ในระดับหนึ่ง

...

(10). เตรียมใจ

วิกฤตหลายๆ ครั้งที่ผ่านมามีส่วนทำให้คนไทยเราแข็งแกร่งขึ้น รอบคอบขึ้น จึงควรเตรียมใจด้วยการสวดมนต์ ไหว้พระ สวดพระปริตรป้องกันภัยอย่างน้อยทุกเช้า-เย็น

...

เท่านั้นยังไม่พอ... ก่อนเดินทางควรตั้ง "นโมฯ" เสริมแรง, ทำดีน้อยๆ บ่อยๆ เป็นประจำ, ถ้ามีชีวิต... จะได้น้อมไปสู่ความดี, ถ้าเสียชีวิต... โอกาสไปดีจะเพิ่มขึ้น

อย่าอยู่อย่างประมาท... เพราะคนประมาท คือ คนตายที่ยังมีลมหายใจ

...

(11). ฝึกมองโลก 2 ด้าน

วิกฤตที่เข้ามาในชีวิตเรามีทั้งด้านร้าย (วิกฤต) และด้านดี (โอกาส), เราควรฝึกมองด้านดีของวิกฤตให้ได้ เพื่อป้องกันโรคเครียด-เหงา-เศร้า-เซง และการมองโลกในแง่ร้าย ซึ่งเป็นเครื่องบ่อนทำลายชีวิตเรา

...

นักเล่นหุ้นท่านหนึ่งบอกว่า ปีนี้เผาตึก... เป็นโอกาสของท่านที่จะพิจารณาซื้อหุ้นก่อสร้าง, บริษัทประกันภัยคงจะดีใจ เพราะต่อไปทำอะไรก็คงต้องซื้อประกันเผื่อไว้, ช่างไม้-ช่างปูน-คนงานก่อสร้างคงจะหางานได้ง่ายขึ้นไปอย่างน้อย 6 เดือน-1 ปี

ผู้เขียนเริ่มปลูกต้นพริกตั้งแต่เริ่มมีการประท้วงที่ราชประสงค์... ตอนนี้ต้นพริกเริ่มออกดอกแล้ว, และเมื่อการประท้วงยืดเยื้อก็ปลูกมะละกอเพิ่ม เพื่อเสริมการอยู่แบบ "เรียบ-ง่าย-ประหยัด" ซึ่งเป็นคุณสมบัติหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มโอกาสอยู่รอดในสงคราม

...

สงครามภายนอก จะร้ายอย่างไรก็ไม่หนักหนาสาหัสเท่าสงครามในใจเรา... ขอให้คนไทยเรียนรู้บทเรียนจากสงคราม "พฤษภาคม 2553" ไว้ เพื่อไม่ให้เราตกเป็นเหยื่อนักปลุกระดม ไม่ว่าจะเป็นขั้วใดสีใด

เมืองไทยเราต้องการพลังจากความรู้ ความเข้าใจ เมตตา กรุณา และความเที่ยงธรรมของคนกลุ่มใหญ่ (silent majority) เพื่อลดความร้อนแรงของคนกลุ่มน้อยหัวรุนแรง (aggressive minorities) ซึ่งจะเป็นการป้องกันสงคราม ไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไป

...

ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

 ติดตามบล็อกของเราได้ทางทวิตเตอร์ > [ Twitter ]

ที่ มา                                                         

  • Thank eHow;
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 21 พฤษภาคม 2553.
  • ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อ การส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
หมายเลขบันทึก: 360508เขียนเมื่อ 21 พฤษภาคม 2010 23:38 น. ()แก้ไขเมื่อ 5 มิถุนายน 2012 16:51 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี