สวัสดีค่ะคุณครู
วันนี้มีอารมณ์ความรู้สึกมากมายเกิดขึ้น การได้คุยกับครูเกือบ ๆสามชั่วโมง ช่วยเพิ่มพลังชีวิตให้หนูได้มากในการเดินบนเส้นทางที่เชื่อมั่น แต่ความหวาดกลัวทำให้เกิดความลังเลสงสัย
เมื่อเช้าหนูตื่นขึ้นมา ขณะลืมตามีเสียงดังว่า “ลุกซิ จงดีใจที่มีโอกาสได้ลุกขึ้น” เดินไปที่ห้องพระกราบพระสวดมนต์ ทำสมาธิ เดินออกมาจัดแจงรีดผ้า แล้วลงมาทำกับข้าว วันนี้ทำยำหมี่ผัก อาบน้ำแล้วก็ขับรถไปวัด ขับรถไปทำงาน ตอนเช้า ๆ ของห้องทำงาน พี่ ๆมักจะมีเรื่องขำ ๆ มาอัพเดตกันเสมอ ๆ ค่ะ เรียกเสียงหัวเราะของเช้าวันทำงาน เราอยู่ห้องเดียวกันประมาณ หก เจ็ดคนแต่เสียงหัวเราะดังสนั่น
สาย ๆ มีกรณีศึกษาความผิดพลาดที่เกิดจากคนและงานเข้ามาให้เรียนรู้ เป็นบททดสอบใหญ่ที่หลาย ๆคนต้องเข้ามาร่วมกันแก้ไข ทราบสาเหตุโดยบังเอิญเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ ค่ะครู แต่พอตามไปเรื่อย ๆ เหมือนค่อย ๆคลี่ปมปันหา จนเจอต้นตอทำให้รู้สึกตกใจ เป็นเกิดจากความโลภขาดสติของคนหนึ่งคน ทำให้เกิดความเสียหาย (ผิดศีลข้อ ๔ เอ่ยถึงผู้อื่นลับหลัง) พอทราบผู้คนที่ได้รับผลกระทบเป็นคนที่ทำงานอย่างซื่อสัตย์และตรงต่อหน้าที่มาตลอด หลาย ๆคนมาร่วมให้กำลังใจ ครูขาเป็นความงามของคนในที่ทำงาน ที่เกื้อกูลแบ่งปันกันและกันด้วยน้ำใจ
เที่ยง ๆ หนูและพี่ ๆมานั่งร่วมกันทานข้าว พี่หลาย ๆคนยังทำแล็บ เพราะมีตัวอย่างเข้า พอใกล้ ๆเที่ยงเช็คข่าวการเมือง ตลอดเพื่อประเมินสถานการณ์ ใจหนูหวั่น ๆ สั่น ๆ (ผิดศีลข้อ ๑ เบียดเบียนตนเอง ผิดศีลข้อ ๕ ขาดสติ) ระลึกถึงใจพ่อและแม่ จึงโทรไปแจ้งท่านว่าอยู่ที่ทำงานสบายดี ไม่ต้องห่วง หลายอย่างเริ่มเปลี่ยนไป ผู้อำนวยการแจ้งให้ผู้ไม่มีงานเร่งด่วนกลับบ้านได้ หนูจึงตัดสินใจเก็บของกลับบ้าน ยอมรับค่ะครูว่าใจแกว่ง สลดหดหู่ หวาดหวั่นกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะที่ทำงานหนูอยู่ไม่ห่างจุดเกิดเหตุ มองไปเห็นค่อนข้างชัดเจน พอตาหนูกระทบที่กลุ่มควันไฟ ใจแทบทรุด พยายามพยุงสติ พอขับรถออกมาเจออุบัติเหตุรถบัสเฉี่ยวกะบะ โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไร หนูขับมาเรื่อย ๆ เลี้ยวเข้า มข ตั้งใจว่าจะจัดการเรื่องตั๋วของครูให้เรียบร้อย เข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัยใจสบายขึ้น รู้สึกปลอดภัย พอจอดรถที่คอมเพลค ขึ้นไปกดเงิน ปรากฏว่าครูยังไม่ได้โอน เงินในบัญชีหนูไม่มากพอที่จะสำรองจ่าย จึงชวนน้องที่มาด้วยกันเดินซื้อผักแล้วค่อยกลับบ้าน
พอมาถึงบ้านพัก มองเห็นควันขึ้นสองจุด พร้อม ๆกับข่าวว่าเป็น บริเวณหน้า NBT และหน้า มข. พี่ ๆ เดินออกมาบริเวณหน้าบ้าน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ หนูจึงมีโอกาสได้ฟัง ดูใจตนเองไปด้วย ใจเพื่อนร่วมสนทนาไปด้วย ครูขา ใจหนูก็รู้สึกหวาดไหว แต่พอเห็นแววตาหวาดหวั่นของพี่ ๆที่เล่า ทำให้หนูรีบดึงลมหายใจประคองใจไม่ให้เศร้าหมอง พอทุกคนแยกย้ายหนูจึงมานั่งอ่านข่าว
พอครูโทรมาตอนเย็น ๆว่าโอนเงินให้แล้ว ตอนแรกแจ้งครูว่าพรุ่งนี้จะเข้าไปจัดการให้ กลับมาถามตนเองทำดีที่สุดรึยัง จึงเดินไปถามพี่ ๆ ว่าในเมืองเป็นไงบ้าง ทราบว่าปกติดี หนูถามตนเอง “กลัวอะไร” ส่วนหนึ่งก็มีกลัวบ้างค่ะ แต่ก็บอกกับตนเองว่าลองดู ทำให้ดีที่สุด จึงตัดสินใจไปรับตั๋ว พอเข้าไปสัมผัสและเห็นเหตุกาณ์หลายอย่างใจรู้สึกเศร้าหมอง แต่การได้เข้ามาเจอเหตุการณ์เหล่านี้ ทำให้เห็นความกลัวในใจตนเองชัด ระลึกขอบพระคุณครูที่ให้โอกาส
พอมาถึงบ้าน อ่านข่าวไปเรื่อย ๆ แล้วก็หลับไป ตอนที่ครูโทรเข้ามางัวเงียขึ้นมารับโทรศัพท์ ใจหนูคร่ำครวญไม่มีสติ ๆ ครูนำพา ชี้นำ สั่งสอน หนูได้เรียนรู้ว่า
แท้ที่จริงใจหนูเชื่อครูไปกว่าครึ่ง แต่พอลงมือปฏิบัติเองนั้น ไม่เจอในสิ่งที่ตนเองคิดจินตนาการไว้ จึงรู้สึกลังเล คร่ำครวญและท้อ พอครูบอกว่า “ให้ดูหลวงตา หลวงพ่อ ท่านเป็นตัวอย่าง” ในตอนแรกใจก็ไม่ค่อยยอมรับฟัง ครูขาเวลาสามชั่วโมง ทำให้หนูมีสติมากขึ้น เข้าใจว่าหนูยังไม่ได้ทำแต่หวังผล เหมือนอยากได้ดี แต่ทำชั่ว แล้วจะมาร้องไห้เอาความดี
“ทุกข์ อยากพ้นทุกข์ แต่ไม่ลงมือทำ มันจะพ้นทุกข์ได้ยังไง”
หนูความอดทนยังน้อยอยู่ พอเจอปัญหามักจะคร่ำครวญและหาเหยื่อ ไม่ยอมรับความผิดพลาดของตนเอง ตอนแรก ๆ หนูก็รู้สึกต่อต้าน
พอครูชี้นำให้หนูเลิกร้องไห้ กลับมาอยู่กับลมหายใจ สติกลับมาค่อย ๆ เห็นอะไร ๆชัดขึ้น
กราบขอบพระคุณครูค่ะ ที่เมตตาให้โอกาส