การทำงานในโรงเพาะเลี้ยงไรน้ำนางฟ้า

การทำงานในโรงเพาะเลี้ยงไรน้ำนางฟ้า

นี้เป็นรูปแบบหนึ่งของการจัดการรูปแบบการทำงานในโรงเพาะเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าของ ศูนย์วิจัยอนุวิธานประยุกต์ โดยได้มอบหมายความรับผิดชอบให้เจ้าหน้าที่ดูแล 3 คน ผู้ช่วยนักวิจัย 2 คน และพนักงาน 1 คน ทำการศึกษาทดลองดูแลเกี่ยวกับการวิจัย โดยที่นักวิจัย และผู้ช่วยนักวิจัยจะพิจารณาหารูปแบบที่เหมาะสมเพื่อพัฒนาการจัดการโรงเพาะไปพร้อมๆ กันโดยอาศัยประสบการณ์ และการได้ไปศึกษาดูงานจากที่อื่นอีกด้วย ซึ่งมีระบบการจัดการคือ

1. ตรวจดูไรน้ำนางฟ้าทุกบ่อ มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำ หรืออาจตรวจคุณภาพน้ำ ดูดตัวที่ตายออกและการเก็บไข่ ถ้ามีไรแดงเกิดก็กำจัดออก

2. ให้อาหารไรน้ำนางฟ้า โดยให้แบบหยดและแบบสาดให้กระจายทั่วบ่อ

3. วัดคุณภาพน้ำในบ่อไรน้ำนางฟ้าสิรินธรที่ไม่เปลี่ยนน้ำ 1 เดือน โดยพบว่ามีค่าแอมโมเนีย 0.2 ppm, ไนไตรท์ 1 ppm, ออกซิเจนที่ละลายในน้ำ 3.5 ppt, pH 9.0

4. เลี้ยงสาหร่ายคลอเรลล่ามีการใส่ EM ในบ่อเลี้ยงสาหร่าย เพราะ EM เป็นหัวเชื้อจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการออกซิเจน มันจะช่วยย่อยสลายจุลลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุให้น้ำเกิดแอมโมเนียได้ บางครั้งอาจจะมีการหมักอาหารไว้ 1 คืน เพื่อให้จุลลินทรีย์ทำงานได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังใช้ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพมีคุณสมบัติในการย่อยสลายสารอนทรีย์ และสามารถเพิ่มออกซิเจนในน้ำได้ดี ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพอาจจะเป็นตัวช่วยให้ย่อยสลายแอมโมเนียในน้ำได้ หลังจากมีการเพิ่ม EM หรือเติมน้ำหมักชีวภาพ ก็ไม่จำเป็นต้องกวนน้ำบ่อยๆ ก็ได้

5. มีการฟักไข่ไรน้ำนางฟ้าจากดินที่เอามาจากบ้านคุณลุงสุวินที่ อ.โกสุมพิสัย เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2549 หลังจากเติมน้ำในสัปดาห์แรกพบการฟักออกของไรน้ำนางฟ้าและ clam shrimp รวมทั้งมีไรแดงและสาหร่าย scenedesmus sp. เป็นส่วนใหญ่

6. ใช้โรงเพาะบางส่วนในการทดลองเลี้ยงแมงกะพรุนน้ำจืดที่ไปเก็บมาตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2549 โดยให้อาหารพวกหนอนแดงและไรแดงเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งสามารถเลี้ยงรอดได้จนถึงวันที่ 27 เมษายน 2549

7. มีงานเลี้ยงสาหร่าย สไปรูไรน่าของ Lab สาหร่าย และการดูแลงานทดลองเกี่ยวกับโรคดำ (black disease)

8. มีการล้างบ่อเลี้ยงไรน้ำนางฟ้า เวลาที่มีการดูดเก็บไข่และตัวตายออกจนหมดแล้ว