ยิ่งนับวัน โลกไซเบอร์ก็ยิ่งเชื่อมต่อกันด้วยความรวดเร็ว   และมีสิ่งดีๆ ให้เรียนรู้มากมายอย่างไม่เคยนึกมาก่อนว่าจะพบเจอสภาพความสะดวกสบายต่อการเรียนรู้อย่างนี้ในช่วงชีวิตของผม   สภาพนี้ทำให้ชีวิตของผมมีความสนุกสนานอย่างยิ่ง    แต่ละวัน ผมสามารถค้นพบความรู้ใหม่ๆ สำหรับใช้ในการทำหน้าที่ “กองเชียร์” ในลักษณะที่ “สวมแว่นใหม่” หรือใช้กระบวนทัศน์ใหม่

          อย่างเมื่อวานนี้ (๑๕ เม.ย. ๕๓) ผมค้นพบ NSSE ที่เอามาลงบันทึกไว้ในวันนี้ที่นี่   เป็นการค้นพบที่ผมภูมิใจมาก ว่าจะนำวงการคุณภาพอุดมศึกษาเข้าสู่กระบวนทัศน์ใหม่   ที่ก่อผลประโยชน์แก่ นศ. เป็นหลัก   ไม่ใช่คุณภาพเพื่อคุณภาพ หรือคุณภาพเพื่อหลักการ   แต่เป็นคุณภาพเพื่อผู้เรียน

          โลกไซเบอร์เป็นโลกแห่งความหลากหลาย   เปิดกว้างต่อทั้งดาวร้ายดาวดี   ไม่ว่าใครจะสวมแว่นสีอะไร สวมเสื้อสีอะไร เข้ามาใช้โลกไซเบอร์ในการแสดงตัวตนได้หมด   ยกเว้นเข้ามาใช้ทำลายคนอื่นหรือทำลายสังคม ก็จะมีมาตรการควบคุม

          ผมชอบเรียนรู้ทั้งจากโลกจริงและโลกเสมือน ว่ามีเหตุการณ์จริงๆ เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง   ในเรื่องที่ผมสนใจ   คือต้องการเรียนรู้จากเรื่องจริงที่เกิดขึ้น   ว่าผู้คนเขาตีความเรื่องนั้นอย่างไร   เมื่อผมไปพบเห็นก็เอามาบันทึกแลกเปลี่ยนเหตุการณ์และข้อคิดเห็นไว้ด้วย   บันทึกเหล่านั้น ก็มีทั้งที่มีน้ำหนักและที่เบาโหวง

          วันนี้มีคนมาให้ความเห็นหลายคนในบันทึกเรื่อง “สื่อมวลชนกับความรับผิดชอบต่อสังคม” ที่ผมลงไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐   ทำให้ผมลองใช้คำนี้ค้นด้วย Google   และประหลาดใจมากที่บันทึกนี้ของผมขึ้นมาเป็นรายการที่ ๒ ในหน้าแรก   ซึ่งหมายความว่าเป็นบันทึกยอดนิยมในระดับหนึ่ง   บันทึกนี้เป็นเรื่องจริงที่พบทั้งในต่างแดนและในประเทศไทยพร้อมๆ กัน   ซึ่งน้อยคนจะได้พบเองและตั้งข้อสังเกตไว้  

          ชีวิตของผมตอนนี้สนุกกับการตั้งข้อสังเกต   ไม่รู้จะตั้งกับใครก็ตั้งใส่เข้าไปในโลกไซเบอร์   บอกตัวเองว่าเป็นการทำหน้าที่พลเมืองดีอย่างหนึ่ง   เป็นทั้งการทำงานและความสนุก (work & pleasure)   และเป็นยาป้องกันโรคเสื่อมสภาพจากความชรา    และถ้า “เข้าตา” ฝ่ายปฏิบัติ ก็อาจเกิดการสร้างสรรค์ใหม่ๆ ให้แก่สังคม   ผมบอกตัวเองว่า หน้าที่ของผมจำกัดอยู่แค่นี้   หยุดที่เขตแดนการกระทำ ซึ่งผมยกให้คนหนุ่มคนสาวเป็นผู้ทำ    หากเขาต้องการผมก็จะไปช่วยเป็นกองเชียร์   คือผมบอกตัวเองให้นั่งอยู่ในเขตกองเชียร์   ไม่ลงไปเตะ “ฟุตบอลล์” กับเขา  

          โลกไซเบอร์มีคุณูปการต่อผมมาก   มีคุณทั้งขาเข้าและขาออก   ขาเข้าหมายถึงเข้าตัวผม คือผมใช้ค้นหาความรู้ต่างๆ   ขาออกหมายถึงความฝันของผม ที่ผมฝันใส่เข้าไปในโลกไซเบอร์   ด้วยความหวังว่าจะมีคนมาทำให้ฝันเป็นจริง   ผมฝึกฝนตนเองให้ฝันเพื่อคนอื่น เพื่อบ้านเมือง    แม้จะเป็นฝันเล็กๆ ก็ทำให้มีความสุขและมีความหวัง   หวังว่าสักวันหนึ่งฝันนี้จะมีคนปิ๊ง เอาไปดำเนินการ   โดยผมจะไม่ตามไปเรียกร้องสิทธิทางปัญญา หรืออ้างความเป็นเจ้าของไอเดีย แต่อย่างใด

          เท่ากับโลกไซเบอร์เป็นช่องทางให้เรานั่งทำงานสนุกสนานอยู่กับบ้านได้   ช่วยให้เราสื่อสารโต้ตอบกับมิตรสหายและเพื่อร่วมงานได้ทาง อี-เมล์   ซึ่งเป็นการสื่อสารแบบปิด คือจากคนหนึ่งไปถึงอีกคนหนึ่ง คนอื่นๆ ไม่เกี่ยว   และสื่อสารแบบเปิดเข้าไปใน อินเทอร์เน็ต ผ่านทางเครือข่ายสังคม    ซึ่งผมเลือกเหนียวแน่นอยู่กับ Gotoknow.org   ไม่ได้ใช้แหล่งอื่นเลย   แค่นี้เราก็สามารถใช้ชีวิตที่สนุกสนาน ไม่เหงา   และเป็นชีวิตที่มีประโยชน์ได้ตามอัตภาพ

 

วิจารณ์ พานิช
๑๖ เม.ย. ๕๓