เครือข่าย

เครือข่ายและสายสัมพันธ์คือทางรอดของธุรกิจ

                “ เจนนิสา  คูวินิชกุล  ผู้อำนวยการบริหารบริษัทเอ็ม  ที  อลูเม็ท  จำกัด  ผู้ผลิตและจำหน่ายอะลูมิเนียมในประเทศไทย  มองเห็นโอกาสขยายธุรกิจอะลูมิเนียมในตลาดทั้งในและต่างประเทศ  โดยเฉพาะประเทศไทย  เห็นว่ามีการใช้อะลูมิเนียมต่อหัวค่อนข้างน้อย  หรือไม่ถึง  1  กิโลกรัมต่อคน  ขณะที่ต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้วใช้อะลูมิเนียมประมาณ  7  กิโลกรัมต่อคน               เจนนิสา  ศึกษาด้านบริหารธุรกิจที่  Harvard  Business  School  ในบอสตัน  สหรัฐอเมริกา  การเลือกเรียนที่  Harvard  เป็นเป้าหมายที่ต้องการสร้างเครือข่ายเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนนักเรียนด้วยกันเพราะนักเรียนที่นี่มาจากหลายธุรกิจและเป็นธุรกิจชั้นนำของโลก  ดังนั้นการมีเครือข่ายย่อมสร้างโอกาสได้เรียนรู้ธุรกิจหรือขอคำแนะนำและในอนาคตสามารถต่อยอดให้กับธุรกิจครอบครัวได้ ” (  นภาพร  ไชยขันแก้ว , 2553 , 144-149  ) 

                จากการให้ความสำคัญกับระบบเครือข่ายว่ามีความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจ  การสร้างระบบเครือข่ายนั้นมีแนวทางดำเนินการดังนี้

1.  เชิญองค์กรและผู้มีส่วนได้เสียมาร่วมประชุมโดยมีหัวข้อการประชุมที่น่าสนใจเกี่ยวกับผลประโยชน์ร่วมหรือเป้าประสงค์ทีเกี่ยวข้องกัน มอบหน้าที่ในการบริหารจัดการการประชุมให้กับบรรดาผู้มีส่วนได้เสียร่วมกันรับผิดชอบการหาข้อตกลงร่วมในกิจกรรมที่เป็นผลประโยชน์ร่วมดังกล่าว

               2.  กำหนดวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งเครือข่าย ทิศทาง กิจกรรมหลัก และคุณสมบัติของสมาชิกให้ชัดเจนโดยให้สมาชิกส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในกระบวนการกำหนดด้วย เพื่อป้องกันการครอบงำจากกลุ่มคนบางกลุ่มทั้งนี้ควรมีการทบทวนเป็นระยะๆเพื่อปรับให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ของสังคม และความต้องการของสมาชิก

3.  จัดตั้งกลุ่มแกนของเครือข่ายที่ปวารณาตัวเข้ามาทำหน้าที่ประสานงาน จัดการ และส่งกำลังบำรุงให้กับสมาชิก ซึ่งต้องไม่ติดอยู่กับกิจกรรมประจำวันขององค์กรตัวเอง และกลุ่มแกนต้องดำเนินกิจกรรมของเครือข่ายให้บังเกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ต้องมีการหมุนเวียนเปลี่ยนกลุ่มผู้นำเครือข่าย เพื่อพัฒนาภาวะผู้นำของสมาชิก และป้องกันการผูกขาดอำนาจ

4.  ความรู้สึกมีส่วนเป็นเจ้าของและความผูกพันที่เหนียวแน่นมีส่วนอย่างสำคัญต่อความสำเร็จของเครือข่ายควรเปิดโอกาสให้สมาชิกเข้ามีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ การเลือก กิจกรรมและวิธีการทำงานของเครือข่ายในลักษณะประชาธิปไตย

             5.  เครือข่ายต้องมีวิธีการจัดหาและจัดการทรัพยากรเพื่อความมีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนกิจการของเครือข่าย และความสามารถในการพึ่งตนเอง ทรัพยากรนี้ไม่ได้หมายถึงเงินทุนเท่านั้น แต่ยังหมายความรวมไปถึงคุณภาพของสมาชิก วิธีการจัดการแบบมีส่วนร่วม เทคโนโลยีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร  ฯลฯ

6.  ทำให้เครือข่ายมีสถานภาพถูกต้องตามกฎหมายเพื่อให้เครือข่ายและผู้นำเครือข่ายได้รับการสนับสนุน และความไว้เนื้อเชื่อใจจากสมาชิกเครือข่าย อีกทั้งยังได้สามารถดำเนินงานได้กว้างขวาง อาจมีชื่อและสัญลักษณ์ของเครือข่ายเพื่อให้เป็นที่จดจำได้ง่าย และอาจส่งข่าวสารไปให้กับบุคคลเป้าหมายที่สามารถให้การรับรองเครือข่ายได้

            7.   ควรสนับสนุนให้มีการเชื่อมโยงระหว่างเครือข่ายกับเครือข่ายเพื่อเสริมให้เครือข่ายมีความเข้มแข็งมากขึ้นซึ่งมีได้ทั้งทางแนวราบ แนวตั้ง หรือในภูมิภาคต่างระดับกัน การเชื่อมเครือข่ายทำได้ทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ด้วยการมีกิจกรรมร่วมกัน หรือเป็นตัวแทนร่วมกันในการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง และการร่วมกันประสานงานการประชุม

              8.  ควรมีการติดตามผลและประเมินผลเป็นประจำสม่ำเสมอและถี่ถ้วนโดยดูความสอดคล้องของแผนการทำงานกับวัตถุประสงค์ความก้าวหน้าและความสำเร็จของเครือข่ายในแต่ละระยะ ทั้งนี้ควรให้สมาชิกเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการกำหนดวิธีและเครื่องชี้วัดประสิทธิภาพของกิจกรรมเครือข่ายและร่วมเรียนรู้ตลอดกระบวนการติดตามและประเมินผล

9. ควรมีการจัดหลักสูตรฝึกอบรมด้านการจัดการเครือข่ายให้กับองค์กรแกนและผู้นำเครือข่ายสม่ำเสมอ

            10.  ถ้าวัตถุประสงค์ของเครือข่ายดีการเชื่อมโยงภายในเครือข่ายเหมาะสมเอื้อให้เกิดความเคลื่อนไหวของกิจกรรมและความแข็งขันของสมาชิกโครงการหรือกิจกรรมมีลักษณะกระจายอำนาจไปให้กับมวลสมาชิกที่ได้รับประโยชน์การดำเนินงานของเครือข่ายจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้ในที่สุด  (  northphc.org , 2553 )