“ท่วงทำนองที่ยังไม่ลืมเลือน”
ผลของดนตรีต่อความจำ
ความจำเป็นสิ่งมีค่ายิ่ง หากสูญเสียไปย่อมส่งผลต่อการดำรงชีวิตเป็นอย่างมาก โรคที่มีอาการความจำเสื่อม เช่น โรคอัลไซเมอร์ เป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยสูงอายุ โดยในประเทศไทยพบสูงถึง 3.3% ในกลุ่มประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปี และจะเพิ่มขึ้นอีก 10 เท่าในประชากรอายุมากกว่า 90 ปี อาการความจำเสื่อมมักเป็นอาการเริ่มแรกของผู้ป่วยกลุ่มนี้ จากนั้นจึงจะมีความผิดปกติของสมองส่วนอื่นๆ ตามมา จนกระทั่งสูญเสียการทำงานของสมองโดยรวมอย่างสิ้นเชิง อาจเปรียบได้ว่าสมองกำลังเดินทางย้อนเวลากลับไปเป็นทารกอีกครั้งหนึ่ง แต่ทั้งนี้ในหลายกรณีกลับพบว่าถึงแม้ระบบความจำและการใช้ภาษาของผู้ป่วยที่เป็นโรคอัลไซเมอร์จะมีการทำหน้าที่อย่างผิดปกติ แต่ความสามารถและความทรงจำทางด้านดนตรีกลับคงอยู่
จากการศึกษาของทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษพบว่า ในระหว่างการสนทนากับผู้ป่วยที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ หากได้มีการเปิดเพลงคลอเบาๆ ไปด้วยจะมีผลทำให้ความจำของผู้ป่วยดีขึ้น สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าเสียงดนตรีที่ผ่านเข้าไปยังสมองมีผลช่วยในการจัดเรียงระบบการทำงานของเซลล์สมองให้สามารถที่จะจดจำสิ่งใหม่ๆ ได้มากขึ้น กระบวนการนี้จึงถูกนำมาใช้บำบัดผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์เพื่อช่วยกระตุ้นความจำ นอกจากนี้เสียงเพลงดังกล่าวยังทำให้พฤติกรรมและอารมณ์ของผู้ป่วยดีขึ้นอีกด้วย
อย่างไรก็ดี ผลของดนตรีต่อความจำไม่ได้มีผลดีต่อผู้ป่วยโรคความจำเสื่อมเท่านั้น หากแต่ส่งผลดีต่อคนทั่วไปด้วยเช่นกัน คณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของความจำของนักศึกษาโดยให้ฟังเพลงคลาสสิกของโมสาร์ท ผลปรากฏว่าความจำของนักศึกษาที่ผ่านการทดลองมีประสิทธิภาพดีขึ้น ผลดังกล่าวสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานได้เป็นอย่างดี เช่น การเปิดเพลงระหว่างการทำงานของพนักงานบริษัท หรือการเปิดเพลงในห้องสมุดโรงเรียน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานและความจำให้ดียิ่งขึ้น
"ไม่ว่าจะปวดกายหรือปวดใจก็คลายได้ด้วยเสียงเพลง"
ผลของดนตรีต่ออาการปวด
“ความเจ็บปวด” คือความรู้สึกที่มนุษย์ทุกคนพยายามจะหลีกเลี่ยง แต่ต้องเผชิญไม่ว่าจะเป็นการเจ็บปวดทางกาย เช่น จากบาดแผลหรือโรคภัยไข้เจ็บ หรือการเจ็บปวดทางใจ ก็ทำให้เกิดความทุกข์ด้วยกันทั้งสิ้น
มนุษย์ได้มีการใช้ดนตรีบำบัดความเจ็บปวดผ่านท่วงทำนองต่างๆ มาตั้งแต่สมัยโบราณ เช่น ชนบางกลุ่มใช้การสวดมนต์หรือการร้องเพลงในส่วนหนึ่งของพิธีกรรม เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยคลายจากความทุกข์ทรมานของโรคหรือบาดแผล ในปัจจุบันก็ได้มีการพิสูจน์แล้วว่าผลของดนตรีสามารถใช้ในการบรรเทาอาการปวดได้หลากหลาย ได้แก่ อาการปวดศีรษะ อาการปวดจากโรคเนื้องอก อาการปวดบาดแผลหลังการผ่าตัด หรือแม้แต่อาการปวดที่ว่ากันว่าแสนสาหัสอย่างการปวดครรภ์ โดยพบว่าการฟังดนตรีสามารถลดการใช้ยาแก้ปวดได้มากถึง 50% ทราบอย่างนี้แล้วสามีท่านใดมีภรรยากำลังจะคลอด อย่าลืมติดเพลงโปรดไปให้ภรรยาฟังเวลาเบ่งท้องคลอดด้วยนะครับ
"ดนตรีกับการกระตุ้นสมองส่วนที่เสียไป"
ผลของดนตรีต่อโรคอัมพาต
“ฟังเพลงเพียงวันละครั้ง อะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นป๊อป แจ๊ส หรือคลาสสิก ไม่มาก ไม่นาน แค่วันละ 1-2 ชั่วโมง ก็ช่วยให้ท่านฟื้นตัวจากโรคอัมพาตได้” ประโยคนี้ไม่ใช่สิ่งเกินจริงหรือโฆษณาชวนเชื่อขายยาเทวดาคั่นเวลาระหว่างรอฉายหนังกลางแปลง แต่หากเป็นผลอันแท้จริงของดนตรีต่อการฟื้นตัวของสมองที่ถูกทำลายจากโรคอัมพาตที่มีสาเหตุมาจากหลอดเลือดสมองอุดตัน
เมื่อหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองเกิดการอุดตันจะมีผลทำให้สมองส่วนนั้นสูญเสียการทำงานไป บางส่วนของสมองจะมีการตายอย่างถาวร โดยในปัจจุบันยังไม่มียาใดๆ ที่สามารถกระตุ้นการทำงานของสมองให้กลับมาทำงานได้ตามปกติ เนื่องจากยาที่ใช้ในปัจจุบันสามารถช่วยป้องกันไม่ให้หลอดเลือดเส้นนั้นตีบมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นน่าจะเป็นการดีหากมีวิธีใดที่สามารถกระตุ้นสมองส่วนที่เสียไปให้กลับมาทำงานได้ดีขึ้น และเมื่อไม่นานนี้ได้มีการค้นพบว่า “ดนตรี” มีคุณสมบัติดังกล่าว
คณะนักวิจัยจากประเทศแคนาดาได้ศึกษาผลของดนตรีต่อผู้ป่วยอัมพาต โดยให้ผู้ป่วยที่เป็นอัมพาตเฉียบพลันฟังเพลงที่ชอบระหว่างรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล “ผลที่ได้นับว่ายอดเยี่ยมมาก” นายแพทย์ซากาโมกล่าว “ผู้ป่วยของเรามีความจำและอารมณ์ดีขึ้นอย่างมากหลังจากได้ฟังเพลงที่ตนเองชื่นชอบ เหมือนกับว่าดนตรีเป็นตัวประสานงานให้สมองส่วนที่ยังไม่ถูกทำลายไปช่วยสมองส่วนที่กำลังป่วยอยู่ให้ดีขึ้น เข้าตำราเพื่อนช่วยเพื่อน” นับเป็นเรื่องดีที่สามารถค้นพบวิธีบำบัดให้กับผู้ป่วยที่สูญเสียการทำงานของสมองให้มีอาการดีขึ้น
จากผลของดนตรีดังที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่า ดนตรีมิได้เป็นแต่ส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของมนุษยชาติเท่านั้น แค่ยังเป็นเสมือนยาวิเศษรักษาโรคทางระบบประสาท นอกจากนี้ยังช่วยทำให้สมองมีความจำและสมาธิที่ดีขึ้น เมื่อทราบอย่างนี้แล้ว อย่าลืมถามคนที่คุณรักนะครับว่า “วันนี้คุณฟังดนตรีหรือยัง
ผลของดนตรีต่อความจำ
ผลของดนตรีต่อความจำ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น