คิดเชิงบวก
การทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพด้วยความคิดเชิงบวก
การคิดที่จะทำอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลง คิดใหม่ ทำใหม่ มองตนเอง มองคนอื่นแล้วนำมาเปรียบเทียบกับตนเอง แต่พอเริ่มคิดก็หยุด โดยหาเหตุผลคิดไปก่อนว่า เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ ไร้สาระ เป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ คิดได้ไง ไม่มีเวลา ไม่ว่าง ฉันสามารถทำได้หรือ จนขาดความมั่นใจในตนเอง ที่เป็นเช่นนี้เป็นเพราะเราคิดไปเอง ใจบอกเราเอง จนกลายเป็นความยึดติดเป็นทัศนคติ กลายเป็นพฤติกรรม ผลตามมาก็จะเป็นไปตามนั้น ดังนั้น เราจงมองในแง่ดีเถิด จงคิดเชิงบวก อย่าคิดเชิงลบให้มากนัก ไม่งั้นคนที่ปวดหัว คงเป็นตัวเรานั่นเอง ดังที่ พุทธทาส อินทปัญโญ ที่ว่า "เขามีส่วนเลวบ้างช่างหัวเขา จงเลือกเอาส่วนที่ดีเขามีอยู่ เป็นประโยชน์โลกบ้างยังน่าดู ส่วนที่ชั่วอย่าไปรู้ของเขาเลย จะหาคนมีดีโดยส่วนเดียว อย่ามัวเที่ยวค้นหาสหายเอ๋ย เหมือนเที่ยวหาหนวดเต่าตายเปล่าเลย ฝึกให้เคย มองแต่ดี มีคุณจริง" จะเห็นว่า การคิดเชิงบวก (Positive thinking) เป็นการปรับทัศนคติให้บุคคลคิดในเชิงบวกนั้น จะสร้างพลังสร้างสรรค์ในการทำงานอย่างไม่ย่อท้อ สามารถทำงานเชิงรุก กระตือรือล้นในการทำงาน สนุกกับงาน มีความสุขกับการทำงานจนบรรลุผลสำเร็จ จะเห็นว่าปัญหาในการทำงานนั้นส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องความรู้ แต่เป็นปัญหาเรื่องคน ซึ่งมีต้นตอมาจากการคิดทางลบ เช่น ทำงานสำเร็จได้ช้า รู้สึกว่างานยาก ท้อแท้ไม่มีกำลังใจ บรรยากาศหดหู่ทำงานไม่มีชีวิตชีวา ขาดพลังในการทำงาน ไม่สนุกกับงาน
ดังนั้น ควรฝึกให้มีพลังคิดสร้างสรรค์ทางบวกอย่างมีหลัก สามารถนำมาใช้ในการทำงานได้ โดยมีเกร็ดในการคิดเชิงบวกแบบง่ายๆ ตามหลัก 3C's ดังนี้
1. Commitment การตั้งใจในสิ่งดี คิดในเรื่องดีๆ ดีต่อตัวเอง ดีต่อครอบครัว ดีต่อเพื่อน ดีต่อการเรียน ดีต่อการทำงาน ดีต่อธรรมชาติ มองเห็นภาพแห่งความสำเร็จ กระตือรือร้นที่จะทำในสิ่งนั้นๆ
2. Control การตั้งใจทุ่มเทไปในเรื่องที่ดีๆที่สัญญาไว้ จัดเรียงลำดับก่อนหลังตามความสำคัญ มโนภาพปฏิบัติตามแผน มโนภาพการเผชิญปัญหาและคิดวิธีจัดการกับปัญหา เรียนรู้ที่จะผ่อนคลาย สุขกับความสำเร็จที่ทำได้ในแต่ละวัน
3. Challenge การตั้งสติกับเรื่องที่จะเกิดขึ้น อย่างกลับไปมองอดีต กล้าที่จะลองเปลี่ยนและปรับปรุงในแต่ละวัน กล้าที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ พบคนใหม่ๆ กล้าคุย กล้าพูด กล้าแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หมั่นดูแลรักษาสุขภาพทั้งกายและใจให้สม่ำเสมอ และฝึกนั่งสมาธิให้จิตสงบเพื่อพัฒนาสติ
ผลที่ได้จากการอบรมครั้งนี้ ก็ได้ข้อคิดหลายๆเรื่อง เช่น การมองโลกในแง่ดี การคิดในแง่ดีเรื่องดีๆ มีทัศนคติในการมองและรู้จักควบคุมให้เลิกคิดในเชิงลบ โดยยึดหลักคือให้มีสติ จับความรู้สึกของตนเองให้ได้เมื่อเริ่มจะคิดในเชิงลบ ต้องหันกลับมาให้รู้สึกตัวแล้วพิจารณาไตร่ตรองความเป็นไปได้ ให้มีสติ หากคิดแบบนี้แล้วจะมีผลดีผลเสียอะไรบ้าง อะไรเกิดขึ้นในข้างหน้า
อบรมเรื่องการทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพด้วยความคิดเชิงบวก
ณ สถาบันฯสิรินธร
พฤษภาคม 2550




มองโลกในแง่ดี ทำให้ชีวีผ่องใส
การมีทัศนคติที่ดี ย่อมนำมาซึ่งความสุขในทุกๆ เรื่องของชีวิตค่ะ ^^
สวัสดีค่ะ คุณภัททิยา โฮเม
มาอ่านรอบสองแล้วค่ะและถือโอกาส มาลปรร.ค่ะ
"คิดให้บวก คิดให้เบา เราดียิ่ง
คิดให้จริงทำให้จังบังเกิดผล
คิดเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ทุกคน
คิดมองตนคนสำคัญมั่นความดี"
และยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
เจริญพรคุณโยม ภัททิยา โฮเม
ขอบคุณสำหรับบันทึกดีดี หลักคิดดีดี
"ความคิดของมนุษย์ ย่อมมีทั้งบวกและลบ หากแต่คิดในทางบวกย่อมเป็นประโยชน์ต่อเขาผู้นั้นเสมอ"