บันทึกแรก

  เข้าสู่วงการ Blog   

     วันนี้วันที่ 25 มิถุนายน 2549 เพิ่งเข้าสู่วงการ Blog กับเขา จะได้เป็นคนร่วมยุคร่วมสมัย และร่วมสู่วงการใหม่ในการแลกเปลียนเรียนรู้กับคนอื่นในเรื่องที่เราสนใจร่วมกัน

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน NUED_C&I

คำสำคัญ (Tags)#บันทึกแรก

หมายเลขบันทึก: 35553, เขียน: 25 Jun 2006 @ 17:14, แก้ไข, 16 Jun 2012 @ 21:22, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 63, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (63)

JR_NUQA
IP: xxx.155.14.4
เขียนเมื่อ 29 Jun 2006 @ 17:14
  • ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่นะคะ
  • บันทึกแรกสั้น และเข้าใจง่ายจังค่ะ
  • แต่มีข้อสงสัยนิดนึงขอซักถามนะคะว่าทำไมต้อง "ขนมเปียกปูน" แล้วมันต่างจาก "ขนมชั้น" อย่างไรคะ"

    ขอบพระคุณสำหรับคำตอบล่วงหน้าค่ะ
qainovt
เขียนเมื่อ 01 Jul 2006 @ 20:20

 

Gon31 แสดงผล
ดาวน์โหลด

         ขนมเปียกปูน  ขนมหวานของไทยแต่โบราณ สีสันคมขรึมชวนค้นหา  งามสง่าด้วยรสชาติ  และมีกลิ่นหอมหวานชวนติดตรึง..ประดุจความงามตามเอกลักษณ์กุลสตรีไทย

         กราบเรียนท่านอาจารย์ ดร.อมรรัตน์  และสวัสดีคุณเจนจิตค่ะ  ขอร่วมต้อนรับท่านสมาชิกใหม่ Gotoknow.org  และขอร่วมแสดงความคิดเห็นว่าด้วยเรื่องขนมเปียกปูนนะคะโดยทดลองตีความตามบริบทที่พบใน blog ของท่าน "ขนมเปียกปูน"  ค่ะ

 

        ด้วยความเคารพอย่างสูง

         KPRUQA Team ค่ะ 

 

ขนมเปียกปูน
เขียนเมื่อ 03 Jul 2006 @ 13:31
ตอบ KPRUQA

ขอบคุณค่ะที่ตีความ ขนมเปียกปูน ได้ถูกใจเจ้าของนิคเนมจริงๆ  น่าจะเป็นเหตุผลอีกข้อ ต่อจาก 4 ข้อแรกที่ตอบ JR-NUQA ไปแล้วนะคะ  โดยเฉพาะตรงที่ว่า งามตามเอกลักษณ์ของกุลสตรีไทย ถูกใจมากจริงๆ ค่ะ  กำลังพยายามอยู่ค่ะ

หวังว่าจะไม่ต้องรอนานไปถึงชาติหน้าหรอกนะคะ
ขนมเปียกปูน
เขียนเมื่อ 03 Jul 2006 @ 15:14

ขอบคุณค่ะที่ให้ความสนใจกับ nickname “ขนมเปียกปูน” เหตุผลแรกคือ ชอบรับประทานค่ะ

          เหตุผลข้อที่ 2 เป็นขนมไทยพื้นบ้าน หารับประทานได้ง่าย มีขายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาด

          เหตุผลข้อที่ 3 เป็นขนมที่มีสีดำ แม้ไม่ได้ใส่สีผสมอาหารลงไป อันนี้เป็นภูมิปัญญาไทยค่ะ              (ใครอยากจะร่วม share เรื่องภูมิปัญญาไทยในเรื่องนี้ก็ได้นะคะ)

         เหตุผลข้อที่ 4 เนื้อของ “ขนมเปียกปูน” ผสมผสานเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่เห็นแยกส่วนกันเหมือน “ขนมชั้น” เปรียบเหมือนกับการนำเอาแนวคิดใหม่ เทคนิคใหม่มาใช้ในการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานประจำให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพ โดยไม่ต้องมีภาระงานใหม่เพิ่มขึ้นจากเนื้องานเดิม

เหตุผลทั้ง 4 ที่กล่าวมานี้มีความเป็นตัวดิฉันมากค่ะ

qainvt.
IP: xxx.29.15.134
เขียนเมื่อ 03 Jul 2006 @ 17:17
กราบเรียนท่านอาจารย์ ดร.อมรรัตน์ ด้วยความประทับใจในที่มาของ "ขนมเปียกปูน ณ Gotoknow.org" โดยเฉพาะความลึกซึ้งของเหตุผลข้อ 4 จึงขออนุญาตสมัครเป็นแฟนคลับอ่านบันทึกของท่านด้วยคนค่ะ ^-^ ด้วยความเคารพอย่างสูง KPRUQA Team
นันทนิตร์ มีพร้อม
IP: xxx.28.21.4
เขียนเมื่อ 01 Apr 2007 @ 15:09

สวัสดีค่ะอาจารย์ หนูเป็นคนแรกของ ป.โทเอกหลักสูตรและการสอน ปี 2 ค่ะ

มณฑาทิพย์ เก็กง้วน
IP: xxx.137.48.4
เขียนเมื่อ 01 Apr 2007 @ 15:12
อยากได้นวัตกรรมเกี่ยวการสอนวิทยาศาสตร์(วิชาเคมี)ใครมีวิธีการสอนที่ทำให้นร.เข้าใจง่ายง่าย นำเสนอด้วยจะขอขอบคุณอย่างแรงเมลล์มาก็ได้น่ะคะ
เพลินพิศ โพธิทอง
IP: xxx.113.45.37
เขียนเมื่อ 01 Apr 2007 @ 19:10

สวัสดีค่ะอาจารย์..วันนี้ดีใจมากที่งาน IS ผ่านไปด้วยดี

จากสาขาหลักสูตรและการสอน ปี 2

Ranee
เขียนเมื่อ 01 Apr 2007 @ 19:36
ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ คนบ้านเดียวกันค่ะ
จุฑามาศ ตลับเพชร
IP: xxx.113.45.198
เขียนเมื่อ 02 Apr 2007 @ 10:31

 สวัสดีค่ะ .. อาจารย์

KM ที่อาจารย์สอนเข้าใจง่าย..แต่มีความลึกมาก และต้องคิดวิเคราะห์ตามตลอดจึงจะรู้เรื่อง

จากสาขาหลักสูตรและการสอน ปี2 (รหัส48071965)

เด็กชายสมเจตน์ พันธ์พรม เลขที่ 36
IP: xxx.188.44.224
เขียนเมื่อ 02 Apr 2007 @ 10:56

สวัสดีครับอาจารย์ ดร. อมรรัตน์  วัฒนาธร  ท่านอาจารย์นับว่าเป็นนวัตกรรมของคณะศึกษาศาสตร์ มน. เพราะมาพร้อมกับความintrend ตลอดเวลา  ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมอยากที่จะเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา  ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง สัตตศิลา  หรือแม้แต่ KM ที่ผมเคยทำรายงานส่ง ผศ.จรูญ  เมื่อตอน ปี 1 ซึ่งได้ศึกษาพอสมควร และเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีมากๆ นอกจากนี้ยังได้ไปสัมภาษณ์ คณบดีคณสหเวชฯ เกี่ยวกับการจัดการความรู้ในการบริหารงาน  อาจารย์ครับผมเคยนำเครื่องมือของ KM มาใช้ในที่ทำงาน แต่ก็อย่างที่อาจารย์วิจารณ์บอกว่าวงการการศึกษานั้นเล่นยาก เพราะว่าครูมีทิฐิมาก  มากกว่าวงการอื่นๆ  ซึ่งก็จริง เพราะว่าหากเราจะทำ Km จริง ต้องยอมรับซึ่งกันและกัน  ไม่มีเจ้านาย ลูกน้อง หรือลูกน้องสามารถแนะนำเจ้านายได้  แต่วงการการศึกษาไม่ใช่ครับ  อาจารย์ได้ให้ concept ของ KM ชัดเจน  ซึ่งเคยได้ฟัง ดร.วิบูลย์มาแล้วครั้งหนึ่ง  แต่อย่างไรก็ตามผมพยายามที่จะทำให้มันเกิดขึ้นให้ได้  ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนได้จัดทำระบบคุณภาพ แต่ใช้ระบบ Topstar  ซึ่งกำลังรอดุผลอยู่ และในแต่ละกระบวนการที่ทำในระบบ ผมจะนำเครื่องมือของ KM เข้าไปเล่นเกือบทุกกระบวนการ เช่น AAR ,KS ,peer-assist, หรือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็น ถ้าได้ผลอย่างไรจะรายงานให้อาจารย์ทราบครับ

 

                                        ครูร่นใหม่หัวใจไทยแท้

นางสาวลักขณา กอบสาริกรณ์ เลขที่ 28
IP: xxx.188.44.224
เขียนเมื่อ 02 Apr 2007 @ 11:02
สวัสดีค่ะ อาจารย์ หนูเรียนหลักสูตรฯ ปี 2 ค่ะ หนูชอบวิธีการสอนของอาจารย์มากๆ ค่ะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ใหม่และหนุไม่เคยทราบมาก่อน อีกอย่างหนูไม่ได้เป็นครูประจำการ แต่ทำงานอยู่ กศน. จึงไม่ค่อย In กับการสอนของครูโรงเรียนขั้นพื้นฐานเท่าไร แต่ก็ได้เรียนรู้จากอาจารย์เยอะมากเลยค่ะ
ปิ่นรัตน์ ไกรศรีกาจ
IP: xxx.188.44.224
เขียนเมื่อ 02 Apr 2007 @ 11:11
สวัสดีค่ะ อาจารย์ดิฉันชอบการเรียนการสอนของอาจารย์มาก ตอนแรกคิดว่าจะเครียด  แต่ได้ความรู้มากค่ะ และจะนำไปใช้ในการทำงาน และซึ่งสำนักงานเขตฯ ก็ได้นำไปใช้แต่ยังไม่เป็นรูปธรรม ดิฉันก็จะนำไปใช้ให้ได้ค่ะ
วารุณี ไกรศร หลักสูตรฯ ปี 2 เลขที่ 31
IP: xxx.188.44.224
เขียนเมื่อ 02 Apr 2007 @ 11:20
สวัสดีค่ะอาจารย์ หนูชอบการสอนของอาจารย์มาก ซึ่งได้ความรู้ที่สมกับเป็นนิสิตปริญญาโทจริง ค่ะ หนูจะนำสิ่งที่อาจารย์สอนไปปรับใช้ในการทำงานค่ะ
สุวิดา เนาว์แสง หลักสูตรฯ ปี 2 เลขที่ 38
IP: xxx.188.44.224
เขียนเมื่อ 02 Apr 2007 @ 11:23
หนูชอบเรียนวิชาของอาจารย์มากค่ะ  ได้อะไรเยอะดี มากกว่านวัตกรรมที่เป็นเล่ม แต่เป็นความรู้ที่หนูได้นำไปใช้ในการทำงาน  อยากจะขอบอกอาจารย์ว่า หนูโล่งแล้วค่ะที่ส่ง IS แล้ว ค่ะ
นุชจรินทร์ ภิญโญ หลักสูตรฯ ปี2 เลขที่
IP: xxx.188.44.224
เขียนเมื่อ 02 Apr 2007 @ 11:25

ดิฉันชอบวิธีการสอนของอาจารย์มากค่ะ ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในการทำงานได้ด้วย  แต่Internet แถวบ้านช้ามากกว่าจะเข้ามาคุยกับอาจารย์ได้ แต่ก็จะพยายามค่ะ

สุปราณี อินทร์ป้อม หลักสูตรฯ ปี 2
IP: xxx.188.44.224
เขียนเมื่อ 02 Apr 2007 @ 11:27
หนูทำงานอยู่บนสำนักงานเขต ซึ่งเป็นเขตที่มีนโยบายนำ KM มาใช้ด้วยค่ะ แต่ก็ยังไม่เป็นผล ผอ.เขตก็พยายามจะทำให้ได้ค่ะ หนูจะนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ค่ะ
ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 02 Apr 2007 @ 11:33
  • มาทักทายอาจารย์
  • บันทึกแรกมาแล้วรออ่านบันทึกต่อไปอยู่นะครับ
นางสาวเสาวคนธ์ เกิดหิง หลักสูตร ปี 2
IP: xxx.188.44.224
เขียนเมื่อ 02 Apr 2007 @ 11:33
เข้ามาทักทายค่ะ ชอบการสอนของอาจารย์ค่ะ ได้ความรู้มาก ซึ่งเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับวงการครู  หนูจะสานต่อความคิดจากห้องไปสู่โรงเรียนให้ได้ค่ะ
นางระพีพรรณ รอดกำเหนิด หลักสูตร ปี 2
IP: xxx.188.44.224
เขียนเมื่อ 02 Apr 2007 @ 11:41
หนูเพิ่งเข้าใจคำว่า KM อย่างแท้จริงก็วันนี้แหล่ะค่ะ ซึ่งอาจารย์ใช้ภาษาพูดที่ง่ายต่อการเข้าใจมากๆ หนูพยายามทำให้มันเกิดในโรงเรียนค่ะ
เด็กชายสมเจตน์ พันธ์พรม หลักสูตร ปี 2 เลขที่ 36
IP: xxx.188.44.224
เขียนเมื่อ 02 Apr 2007 @ 11:46

ขอคุยอีกครั้งนะครับ  ผมชอบวิธีการใหม่ๆ แนวคิดใหม่ๆ ที่จะนำมาพัฒนาระบบงานของครู แต่อาจารย์ครับ ถ้าเป็นไปได้ผมว่าจัดให้ผู้บริหารโรงเรียน มานั่งเรียนแบบนี้เยอะๆ นะครับ  ส่วนใหญ่มาเรียนบริหาร งานIS ก็จ้างคนอื่นทำ  องค์ความรู้ที่ได้ก็ไปลงที่วงเหล้าตอนเย็นหลังเลิกเรียน และไม่กล้าที่จะฟันธงหรือตัดสินใจเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ๆ  อีกอย่างหนึ่งไม่ทราบว่า ผอ.ทั้งหลาย (ส่วนใหญ่) จะต้องเข้มงวดอยู่กับงานธุรการ การเงิน การตอบรับหนังสือ  แต่งานวิชาการซึ่งเป็นงานหลัก งานใหญ่ของโรงเรียน และเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนโดยตรงกลับไม่ลงมาเล่น ไม่ทราบว่าท่านผอ.คิดอะไรกันอยู่

                                       หมดกำลังใจ จากครูยังมีไฟ

                                                    ขนมหม้อแกง

นู๋กุ๊ก หลักสูตร ปี 2
IP: xxx.188.44.224
เขียนเมื่อ 02 Apr 2007 @ 11:58

 

ขอเทคนิคในการสอบวิพากย์ให้โดนซักถามน้อยที่สุด

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวหลักสูตร โล่งกันแล้วสิที่ IS ส่งไปแล้ว แต่ก็อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจนะต้องเตรียมนำเสนอกันต่อเอาให้เจ๋งเลยนะครับเพื่อนๆ จะเป็นกำลังใจให้ อย่ามัวไปเล่นสงกรานต์ล่ะ สำหรับกลุ่มนู๋กุ๊ก ให้โจทย์คือไปอ่านงานทั้งเล่ม พร้อมหาจุดบกพร่องในเล่ม  และที่สำคัญต้องตั้งคำถามมาคนละ 10 คำถาม แล้วนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ซึ่งแต่ละคนอาจจะมีคำถามตรงกัน แต่บางคนก็ไม่เหมือน จะได้ความหลากหลาย และรู้เท่าทันคณะกรรมการวิพากย์ ลองทำดูนะครับ พร้อมทั้งซ้อมนำเสนอกับPower Point ด้วย ถ้าใครมีอะไรดีๆ ก็ลองมา ลปรร. กันดูนะ

 

                                                 นู๋กุ๊ก C&I

สริยา แก้วศรี
IP: xxx.113.44.84
เขียนเมื่อ 02 Apr 2007 @ 20:29

สวัสดีค่ะ หลังหัวหมุนตัวหมุน กว่าจะส่ง IS แบบฉิวเฉียด ใช้เวลาอย่างคุ้มค่าจนวันสุดท้ายแล้ว ก็ได้เข้ามาใน blog ตอนนี้เข้ามาได้แล้ว และคงได้ใช้ให้เป็นประโยชน์ในการหาความรู้ต่อไปค่ะ  ^___^

ปณตพร พุทธโกศล
IP: xxx.113.44.84
เขียนเมื่อ 02 Apr 2007 @ 20:44
สวัสดีค่ะอาจารย์ สิ่งที่อาจารย์สอนสามารถนำไปปรับใช้กับงานได้ น่าเสียดายที่เรียนกับอาจารย์เทอมสุดท้าย ไม่อย่างนั้นคงได้ความคิดทำงานวิจัยเยอะเลยคะ แต่ก็ได้ความรู้ไปใช้ในการทำงานมากมายค่ะ ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ
อรัญญา แช่มขำ
IP: xxx.113.44.84
เขียนเมื่อ 02 Apr 2007 @ 20:50

เรียนอาจารย์อมรรัตน์

รายงานตัวค่ะ หนูเรียนไม่ค่อยเข้าใจมากนักแต่ก็จะพยายามให้มากๆค่ะ

 

 

วัชราภรณ์ หาญกล้า
IP: xxx.113.45.37
เขียนเมื่อ 03 Apr 2007 @ 11:07

 

   เรียน อาจารย์ ดร.อมรรัตน์ที่เคารพรัก

               ดิฉันได้เรียนนวัตกรรมด้านหลักสูตรและการเรียนการสอน   รู้สึกประทับใจมากอาจารย์ได้ให้ความรู้มากมายซึงอาจารย์ต้องการให้นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์กับสถาบันโดยเฉพาะกับเด็ก   ซึงเป็นอุดมการณ์ที่ดีที่สุดของอาจารย์  

                 ด้วยความเคารพรักอย่างสูงสุดยิ่ง

                      

 

ดร. อมรรัตน์ วัฒนาธร
IP: xxx.137.48.4
เขียนเมื่อ 03 Apr 2007 @ 17:54

ได้รับข่าวสารจากนิสิตผ่าน Blog แล้วค่ะ

          ดีใจมากที่พวกเราชาว NU C&I ได้รับประโยชน์จากการเรียนวิชานวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนการสอนร่วมกัน ขอให้นำความรู้ที่ได้ไปพัฒนางานในโรงเรียน การเรียนรู้ของนักเรียน ด้วยการจัดหลักสูตรและการเรียนการสอนที่หลากหลาย รวมทั้งพัฒนาตนเองให้ทำงานในโรงเรียนอย่างสร้างสรรค์และมีความสุข 

เด็กชายสมเจตน์ พันธ์พรม NU C&I ปี 2
IP: xxx.188.25.237
เขียนเมื่อ 03 Apr 2007 @ 21:32

อาจารย์ตอบเราแล้ว

      ดีใจจัง อาจารย์เข้ามาตอบแล้วครับตอนนี้ผมกำลังวางระบบคุณภาพของโรงเรียนอยู่ตอนนี้เรื่องของ KM กำลังอยู่ในสมองผมอยู่ตลอดเวลา มันคงจะดีนะครับถ้าทำได้  วันนี้ไปที่โรงพยาบาลมองไปรอบๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมองค์กรที่คนเยอะๆ แต่ทำไมทำงานอย่างเป็นระบบได้  แต่ก็ยังสงสัยกับครูถึงยังทำไม่ได้คงต้องศึกษาและค้นหาคำตอบอย่างจริงจังนะครับ  ผมจะลองดู   แล้วจะมารายงานอาจารย์นะครับ

 

                                                     หนูกุ๊ก

นางยุพิน กาสาย
IP: xxx.172.201.1
เขียนเมื่อ 04 Apr 2007 @ 13:08

เรียนอาจารย์อมรรัตน์

ดิฉันเรียนกับอาจารย์แล้วรู้สึกสนุกดี  โดยเฉพาะเกร็ดความรู้ที่อาจารย์นำมาเล่าให้ฟัง  นอกจากนี้ยังทำให้เข้าใจเรื่อง KM  และ  BBL  และการสื่อสารโดยใช้

blog

ขอบคุณอาจารย์มาก

นางถาวร สีขำ หลักสูตรปี 2
IP: xxx.172.201.1
เขียนเมื่อ 04 Apr 2007 @ 13:15

สวัสดีอาจารย์อมรรัตน์

ดิฉันถาวร  สีขำค่ะ  ตอนแรกหนักใจนะคะว่าจะทำได้ไหม  ดีใจค่ะที่ทำได้สำเร็จแสดงว่าความรู้ที่อาจารย์สอนให้เป็นผล  .......จะพยายามต่อไปค่ะ

นางสมควร แสงอบ หลักสูตร ปี 2
IP: xxx.172.201.1
เขียนเมื่อ 04 Apr 2007 @ 13:25

สวัสดีค่ะอาจารย์

              หนูเรียนกับอาจารย์แล้ว.....สนุกดี                  ชอบเวลาอาจารย์ยิ้มน่ารักดีค่ะ   เรียนแล้วรู้เรื่องดีนับว่าได้ประโยชน์ จากวิชานวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนการสอน

 

นิภา ทองอนันต์ หลักสูตร ปี 2
IP: xxx.172.201.1
เขียนเมื่อ 04 Apr 2007 @ 13:35

สวัสดีค่ะอาจารย์

ไม่ใช่คนแรกแต่ก็ไม่ใช่คนสุดท้าย   ดีใจค่ะที่เข้ามาใช้เวทีนี้ติดต่อกับอาจารย์   ....แล้วจะเข้ามาคุยใหม่ต่ะ

นางกุลรัตน์ ทองโตนด นิสิตป.โท เอกหลักสูตรปี 2
IP: xxx.27.245.3
เขียนเมื่อ 04 Apr 2007 @ 15:37
ดีใจมากค่ะ ที่ได้ใช้นวัตกรรมใหม่ที่อาจารย์แนะนำ  ชอบลีลาการสอนของอาจารย์ค่ะ มีอะไรที่ตื่นเต้นอยู่เรื่อยๆ
จรัญ ขาวป้อม นิสิต ป.โท หลักสูตรปี2
IP: xxx.19.65.29
เขียนเมื่อ 04 Apr 2007 @ 18:16

สวัสดีค่ะอาจารย์

   หลังจากพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ได้ส่ง IS แล้วก็มีโอกาสเข้าblog มาทักทายอาจารย์

  รู้สึกผ่อนคลายมากเลยค่ะ และมีความสุขมากขึ้นเยอะเลย ที่ได้นำความรู้ที่ได้รับจากอาจารย์มาใช้ประโยชน์

อุทัย กลิ่นทุ่ง นิสิต ป.โท หลักสูตรปี2
IP: xxx.19.65.29
เขียนเมื่อ 04 Apr 2007 @ 18:19

สวัสดีค่ะอาจารย์

      รู้สึกตื่นเต้นมากค่ะที่เข้าblog ของอาจารย์ได้ ดีใจที่ได้นำความรู้มาใช้ประโยชน์ได้ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นวัยรุ่น ทันสมัยค่ะ

เพลินพิศ โพธิทอง
IP: xxx.113.45.37
เขียนเมื่อ 04 Apr 2007 @ 18:33

เรียนอาจารย์ที่เคารพ

             ชอบเรียนกับอาจารย์มากค่ะ รู้สึกสนุกและตื่นเต้นเวลาที่มีการแข่งขันตอบคำถามในห้องเรียน

ทำให้มีการเตรียมความพร้อมในการเรียนวิชานวัตกรรมด้านหลักสูตรและการเรียนการสอนอยู่เสมอ

                                     [ ^ - ^ ]    เพลินพิศ โพธิทอง

                         สาขาหลักสูตรและการสอน เลขที่ 46

                    

                            

นันทนิตร์ มีพร้อม
IP: xxx.24.201.39
เขียนเมื่อ 05 Apr 2007 @ 14:36
อาจารย์ค่ะหนูอยากได้วิธีการสอนวิชาคอมพิวเตอร์และนวัตกรรมการสอนวิชาคอมพิวเตอร์ค่ะ
จริยา เกษรบัว
IP: xxx.172.201.1
เขียนเมื่อ 06 Apr 2007 @ 09:52

เรียนอาจารย์อมรรัตน์ที่เคารพ

         เกือบลืมเข้า  blog มาทักทายกับอาจารย์เลยค่ะ

คงเบลอ ๆ ไปเพราะหลังจากที่ส่ง IS แล้ว นึกอะไรไม่ค่อยออก  แล้วหนูจะเข้ามาทักทายกับอาจารย์ใหม่

นะคะ    สวัสดีค่ะ

จินตนา เพชรทอง จาก ป.โท หลักสูตรปี 2
IP: xxx.172.201.1
เขียนเมื่อ 06 Apr 2007 @ 09:56

สวัสดีค่ะอาจารย์

     คงไม่สายเกินไปนะคะที่จะเข้ามาทักทายกับอาจารย์  โล่งจากส่ง IS แล้วก็รีบเข้าสู่เวทีนี้เพื่อคุยกับอาจารย์เลยค่ะ

บุษราภรณ์ นิสิต ป.โท เอกหลักสูตร ปี 2
IP: xxx.172.201.1
เขียนเมื่อ 06 Apr 2007 @ 10:03

สวัสดีค่ะอาจารย์

           หนู...เอกไงคะอาจารย์  จ  กว่าจะตั้งตัวได้แทบแย่  เพิ่งหายมัวกับ IS  ค่ะ  นึกได้ว่ามีงานที่อาจารย์ให้ทำถือว่าเป็นสิ่งใหม่สำหรับหนู  ดีจังค่ะ   แล้วหนูจะเข้ามาคุยกับอาจารย์ใหม่นะคะ      สวัสดีค่ะ

พรรณี เขียวเรือง ป.โทหลักสูตร ปี 2
IP: xxx.19.65.103
เขียนเมื่อ 06 Apr 2007 @ 14:47

 

สวัสดีค่ะ  อาจารย์

    เป็นครั้งแรกที่ได้เข้า blog มาคุยกับอาจารย์  ตอนนี้รู้สึกโล่งใจไปอีกครั้งที่ได้ส่ง IS  เหมือนฟ้าหลังฝนจริง ๆ    ขอขอบคุณอาจารย์ที่ช่วยดูงานให้อย่างละเอียด  ทำให้ได้อะไรมากมายจากคำแนะนำของอาจารย์   รู้สึกดีใจที่ได้เป็นลูกศิษย์อาจารย์  ขอให้อาจารย์มีสุขภาพดีนะคะ    แล้วจะเข้ามาคุยอีกค่ะ 

สมภาพ สอนวงศ์ ป.โท เอกหลักสูตร ปี 2
IP: xxx.113.45.132
เขียนเมื่อ 06 Apr 2007 @ 17:15

สวัสดีค่ะ  อาจารย์

      ดีใจนะคะที่ได้เรียนกับอาจารย์..วิชานี้มีประโยชน์มาก  ทุกชั่วโมงจะได้สิ่งดี ๆ จากอาจารย์  สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริงในโรงเรียน  ขอขอบคุณอาจารย์มากค่ะที่ช่วยแนะนำในเรื่องการทำ IS  ด้วยนะคะ 

ปวีณา ทองทรง ป.โท เอกหลักสูตร ปี 2
IP: xxx.113.45.132
เขียนเมื่อ 06 Apr 2007 @ 17:28

สวัสดีค่ะ  อาจารย์

        โล่งอกมากค่ะ  ที่ส่ง IS แล้ว ก็ได้คำแนะนำจากอาจารย์มาปรับปรุงงาน ขอขอบคุณในความช่วยเหลือเป็นอย่างมากค่ะ..

ธีระศักดิ์ พงศ์สรสิทธิ์
IP: xxx.137.48.4
เขียนเมื่อ 07 Apr 2007 @ 08:59
สวัสดีครับอาจารย์ ผมชอบวิชาของอาจารย์ครับ
พัชรา จันทร์ทอง
IP: xxx.137.48.4
เขียนเมื่อ 07 Apr 2007 @ 12:53
ดีใจค่ะที่ได้เรียนหลักสูตรและเรียนในครอสสุดท้ายกับอาจารย์อมรรัตน์ ความรู้เต็มกล่องเลยค่ะ(กล่องดวงใจงัยคะ)
ธิติมา รสดี
IP: xxx.137.48.4
เขียนเมื่อ 07 Apr 2007 @ 12:56

สวัสดีค่ะอาจารย์ ดีใจมากค่ะที่ได้เรียนรู้การเข้า Blog เพราะสามารถนำไปปรับใช้ในการเป็นครูมืออาชีพ

ดวงพร เพ็ชรบัว
IP: xxx.137.48.4
เขียนเมื่อ 07 Apr 2007 @ 12:57

เรียนครอสของอาจารย์สนุกมากเลยค่ะ แต่ยังไม่ได้ซักคะแนนเลยค่ะ ขอความเห็นใจด้วยนะคะอาจารย์ เลขที่7 นะคะ

จรัญญา คารมปราชญ์
IP: xxx.137.48.4
เขียนเมื่อ 07 Apr 2007 @ 13:00
ดีใจที่ได้เรียนรู้วิธีการสอนแบบใหม่ๆไปจัดทำนวัตกรรม มาไกลจากคนจังหวัดพิจิตร ขอเกรด A ได้ไหมคะ
อัญชลี สิงหนาท
IP: xxx.137.48.4
เขียนเมื่อ 07 Apr 2007 @ 13:02

เรียนกับอาจารย์จะต้องขยันอีกร้อยเท่าค่ะ

นงคราญ การเกษตร
IP: xxx.91.239.54
เขียนเมื่อ 07 Apr 2007 @ 19:05

สวัสดีค่ะอาจารย์

       ดีใจมากค่ะที่ได้เรียนวิชานวัตกรรมด้านหลักสูตรและการเรียนการสอนเพราะความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในโรงเรียน เป็นการพัฒนาการเรียนการสอนของครูซึ่งถึงตัวผู้เรียนจริง ๆ

                                     สาขาหลักสูตรและการสอนปี2

เพลินพิศ พรมชา เอกหลักสูตรและการสอน ปี 2
IP: xxx.91.239.54
เขียนเมื่อ 07 Apr 2007 @ 19:10
สวัสดีค่ะอาจารย์ เรียนวิชานวัตกรรมด้านหลักสูตรและการเรียนการสอนของอาจารย์แล้ว รู้สึกตื่นเต้น ตื่นตัว เพื่อรับความรู้จากอาจารย์ตลอดเวลา ทำให้ได้รับความรู้มาก ๆ เลยค่ะ
สนใจ พรมรักษา เอกหลักสูตรและการสอน ปี 2
IP: xxx.91.239.54
เขียนเมื่อ 07 Apr 2007 @ 19:15
สวัสดีค่ะอาจารย์ ดีใจมากค่ะที่ได้เรียนกับอาจารย์ในครอสสุดท้ายนี้ ทำให้ได้รับความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมด้านหลักสูตรและการเรียนการสอนมากมายเลย สามารถนำไปใช้พัฒนางานด้านการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น
ปทุมวรรณ สุทธิ สาขาหลักสูตรและการเรียนการสอน
IP: xxx.91.239.54
เขียนเมื่อ 07 Apr 2007 @ 19:21
สวัสดีค่ะอาจารย์ เรียนวิชานวัตกรรมด้านหลักสูตรและการสอนของอาจารย์แล้ว ทำให้ได้รับความรู้ในเรื่องของการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาหลาย ๆ เรื่อง และสนุก ตื่นตัวกับการเรียนตลอดเวลา ทำให้ไม่ง่วงนอน
วันเพ็ญ กิ่งไพร เอกหลักสูตรและการสอน
IP: xxx.91.239.54
เขียนเมื่อ 07 Apr 2007 @ 19:26
สวัสดีค่ะอาจารย์ เป็นครั้งแรกที่ได้มาเข้า blog คุยกับอาจารย์ ดีใจมากค่ะที่ได้เรียนกับอาจารย์ในวิชานี้ ได้รับความรู้มาก ๆ เลยค่ะ และขอขอบคุณอาจารย์ที่ให้คำปรึกษา IS ด้วยดีตลอดมา
เรืองรอง กุลวิริยวัฒน์
IP: xxx.113.45.37
เขียนเมื่อ 08 Apr 2007 @ 11:33

       สวัสดีค่ะอาจารย์  เรียนวิชานวัตกรรมด้านหลักสูตรและการสอนของอาจารย์แล้ว ทำให้ได้รับความรู้มากมาย ดิฉันจะนำไปประยุกต์ใช้ให้เด็กประโยชน์กับสถาบันและเด็กค่ะ

                   ด้วยความเคารพอย่างสูง

ปาลิดา ขลิบผา
IP: xxx.27.245.170
เขียนเมื่อ 10 Apr 2007 @ 21:27

สวัสดีค่ะ  อาจารย์ที่เคารพรัก

........หนูเกือบจะมาช้าไปใช่ไหมคะ   อันที่จริงก็สมกับขนมเปียกปูนใช่ไหมคะที่ไม่ใช่ว่ากวนเดี๋ยวเดียวก็ได้  หนูก็กว่าจะเข้าblogของอาจารย์ได้ก็ใช้เวลานานพอ ๆ กับกวนขนมเปียกปูนเลย.....แต่ขมเปียกปูนชิ้นนี้  ไม่ได้มีคุณค่าเพียงแค่เป็นขนมหวาน  แต่แฝงไปด้วยความคิด   เป็นการสังเคราะห์  จากเนื้อสารที่หลากหลาย   ด้วยสัดส่วนที่พอดี  จึงจะได้ขนมเปียกปูนที่แสนโอชา  ถ้าใส่ส่วนผสมที่ไม่ได้สัดส่วน ขนมอาจจะไม่เป็นชิ้นนะคะ  เหมือนกับองค์ความรู้ที่หรูได้รับจากอาจารย์  อาจารย์ผสมสดส่วนด้วยความพอเหมาะด้วยเครื่องปรุงที่หลากหลาย  ทำให้หุได้ลิ้มขนมเปียกปูนที่อร่อยมีคุณค่าที่สำคัญขนมเปียกปูนชิ้นนี้ไม่ได้ทำให้หนูอิ่มท้องเพียงคนเดียวแต่หนูจะนำขนมเปียกปูนไปสร้างคุณค่าให้แก่สังคมและประเทศชาติด้วยการนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้จัดการเรียนรู้ให้แก่ลูกศิษย์ของหนูเลยค่ะ

..........ขนมเปียกปูนตัด.........

ขนม   มีไว้ทานอิ่มท้อง        กายา

เปียก เพื่อดับอวิชชา            รุ่มร้อน

ปูน   ก็แกร่งดุจศิลา              กันกิเลส  ครอบงำ

ตัด   แบ่งบรรจงป้อน            ทั่วทั้งประเทศไทย 

จาก  ปาลิดาค่ะ  

 

หนูกุ๊ก C&I
IP: xxx.188.60.206
เขียนเมื่อ 11 Apr 2007 @ 16:17
โคลงสี่สุภาพ ของนางสาวปาลิดา นี้ช่างเฉียบคมจริงๆ 
เรืองรอง กุลวิริยวัฒน์
IP: xxx.113.45.37
เขียนเมื่อ 13 Apr 2007 @ 22:28

 สวัสดีค่ะ ปีใหม่ไทย 2550    ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก จงดลบันดาลให้อาจารย์ ดร. อมรรัตน์ วัฒนาธร มีแต่ความสุขยิ่งๆขึ้นไปด้วยนะค่ะ

                     ด้วยความเคารพรักอย่างสูงสุด

                                  จากศิษย์

วัชราภรณ์ หาญกล้า
IP: xxx.113.45.37
เขียนเมื่อ 13 Apr 2007 @ 22:52

       สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ  ขอคุณพระศรีรัตนตรัยจงดลบันดาลให้ อาจารย์ ดร. อมรรัตน์ วัฒนาธร พบแต่ความสุขยิ่งๆขึ้นไปตลอดปีและตลอดไปนะค่ะ

                             ด้วยความเคารพรักอย่างสูงสุด

แว่นแก้ว คำบุญมา
IP: xxx.137.48.4
เขียนเมื่อ 19 Apr 2007 @ 15:22

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ที่รักและเคารพอย่างสูง นี่เป็นครั้งแรกที่หนูเริ่มรู้จักการส่งอีเมลเป็นเรื่องเป็นราวและขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ให้โอกาสหนูได้รับการพัฒนาด้านการใช้นวัตกรรมที่ทันสมัยถือว่าท่านอาจารย์ได้บรรลุเป้าหมายในการสอนKM.ให้แก่หนูนะค่ะและจะขอนำความรู้ที่ท่านอาจารย์สอนมาไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับนักเรียนให้มากทีสุด

อัมพรรณ์ สุขจรนิ
IP: xxx.137.48.4
เขียนเมื่อ 19 Apr 2007 @ 15:34

สวัสดีค่ะท่านอจารย์ที่เคารพรักเป็นอย่างสูง

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้ามีความสามารถในการส่งอีเมลได้ถึงแม้ว่าจะเป็นคนสุดท้ายก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความเมตตาจากท่านคงไม่ตัดคะแนนนะค่ะ

การเรียนรู้เรื่องKM.ดูว่าจะเป็นเรื่องที่ยากแต่ที่จริงแล้วเรานำไปใช้ในโรงเรียนโดยไม่รู้ตัวแต่ยังไม่มีการยอมรับในโรงเรียนเพราะคณะครูยังไม่เข้าใจความหมายของ KM

  สุดท้ายนี้ขอกราบอำนวยอวยพรให้คุณพระศรีรัตนตรัยจงช่วยปกปักรักษาให้ท่านอาจารย์และครอบครัวประสบแต่ความสุข สมหวังตลอดชั่วกาลนานเทอญ.....สาธุ

อัมพรรณ์ สุจขรนิ
IP: xxx.172.201.1
เขียนเมื่อ 23 Apr 2007 @ 13:29

สวัสดีค่ะ

    วันนี้ข้าพเจ้าค้นหาความรู้เพื่อจะทำรายงานส่งท่านอาจารย์ ได้พบความรู้ที่น่าสนใจเรื่อง KM ขอนำมาฝากนะค่ะ

  

การจัดการความรู้ : กลยุทธ์ในการประยุกต์ใช้ความรู้สู่คุณภาพงาน
นันฐิณี ศรีธัญญา

ปัจจุบันเราคงจะได้ยินคำว่า การจัดการความรู้อยู่เสมอ ๆ ซึ่งอันที่จริงแนวคิดดังกล่าว
มิใช่เรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด เป็นเรื่องที่เราทำกันมานานแล้ว เพียงแต่เรายังไม่ได้จัดระบบการจัดการความรู้เท่านั้นเอง
การจัดการความรู้เริ่มที่งาน ไม่ใช่เริ่มที่ความรู้ ก้าวแรกของการจัดการความรู้คือการที่คน
ในหน่วยงานมาประชุมหารือเพื่อร่วมกันกำหนดผลสัมฤทธิ์อันสูงส่งของงานที่เป็นเป้าหมายร่วมกัน
การจัดการความรู้เน้น ความรู้ในคน” (Tacit knowledge) เป็นอันดับต้น ส่วนความรู้ในกระดาษ
หรือใน ICT (Explicit knowledge) เป็นอันดับรอง ความรู้เชิงทฤษฎีที่เป็นความรู้ในกระดาษซึ่งค้นคว้า
มาใช้งาน จะต้องนำมาตรวจสอบและปรับให้เหมาะสมต่อบริบทของหน่วยงานเสียก่อน จึงจะสามารถนำมาใช้งานอย่างได้ผล ดังนั้น การมีความรู้” , “การใช้ความรู้และการสร้างความรู้อย่างถูกต้อง
เหมาะสมกับสถานการณ์ สภาวะแวดล้อมจะสามารถก่อให้เกิดประโยชน์และแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลังมหาศาล
การจัดการความรู้ สามารถแบ่งที่มาของความรู้ได้เป็น ๒ แหล่งใหญ่ ๆ คือ แหล่งความรู้
ฝังลึกที่อยู่ในตัวบุคคล (Tacit Knowledge) และแหล่งความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) ซึ่งเป็น
ความรู้ที่ได้รับการบันทึก หรือถ่ายทอดออกมาในรูปของเอกสาร ตำรา การสอน การอบรม ซึ่งความรู้
ส่วนใหญ่มักเป็นความรู้ฝังลึกที่อยู่ในตัวบุคคลแทบทั้งนั้น เป็นความรู้ที่แต่ละคนสะสมผ่านประสบการณ์และการเรียนรู้ต่าง ๆ มามากมาย การเปลี่ยนความรู้ที่ฝังลึกที่มีอยู่ในตัวบุคคลให้กลายมาเป็นความรู้ที่สืบทอดและปรับปรุงใช้ต่อได้สำหรับผู้อื่น นับว่ามีความสำคัญในกระบวนการจัดการความรู้ เพราะหากเราไม่สามารถนำความรู้ฝังลึกที่มีอยู่ในตัวบุคคลออกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อใช้งานระหว่างกันได้แล้วความรู้
ฝังลึกที่มีอยู่ในตัวบุคคลก็จะสูญหายเมื่อบุคคลนั้น ๆ จากไป ซึ่งการเปลี่ยนความรู้ฝังลึกที่มีอยู่ในตัวบุคคล
ให้กลายมาเป็นความรู้ทีสืบทอดและปรับปรุงใช้ต่อได้สำหรับผู้อื่นมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี เช่น การบันทึก
การพบปะพูดคุยกัน การสอนหรืออบรม เป็นต้น
การบันทึกเป็นเอกสารหรือหลักฐาน เป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ความรู้ไม่สูญหายไปกับ
บุคคลเหมือนกับในอดีตที่คนไทยมีการบันทึกความรู้โดยเล่าเรื่องผ่านตัวอักษรบนหลักศิลาจารึกตั้งแต่
สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช นอกเหนือจากการจัดการความรู้แล้ว การส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยน
เรียนรู้ (Knowledge Sharing) ระหว่างบุคคลผ่านกระบวนการพบปะทางสังคม (Socialization) ไม่ว่าจะ
เป็นการเรียนรู้ระหว่างกันในการทำงาน การพบปะสังสรรค์ ประชุม สัมมนา อบรม การจัดเวทีชาวบ้านหรือสภากาแฟ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นกระบวนการหนึ่งของการจัดการความรู้ที่ช่วยเปลี่ยนความรู้จากบุคคลหนึ่ง ๆ ให้มาสู่บุคคลอื่น ๆ ได้เช่นกัน ในยุคปัจจุบันการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องทำกัน
ณ สถานที่จริงเสมอไป เพราะในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต กลายเป็นเครื่องมือสำหรับช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยผู้ติดต่อไม่จำเป็นต้องมาพบกันจริง ๆ เกิดการ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบไร้พรมแดน ไร้ข้อจำกัดในเรื่องสถานที่ (space) และเวลา (time) โดยไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีราคาแพง เพราะเทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมืออย่างหนึ่งที่จะเข้ามาช่วยเสริมกระบวนการจัดการความรู้เท่านั้น โดยผู้ใช้ต้องใช้เครื่องมือแต่ละชนิดให้เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์หรือสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันไป
สำหรับวงจรของกระบวนการจัดการจัดการความรู้ มักจะประกอบด้วยวงจรกระบวนการ
เรียนรู้ก่อนทำงาน (Learning Before Doing) ระหว่างทำงาน (Learning During Doing)
หลังทำงาน (Learning After Doing) ตลอดจนเกี่ยวข้องกับการสร้างชุมชนของนักปฏิบัติจัดการความรู้ Communities of Practice) การนำสาระความรู้ (Knowledge Capture) มาไว้เป็น ทุนทางปัญญาหรือสินทรัพย์เพื่อนำไปถ่ายทอดต่อ โดยมี คนเป็นหัวใจสำคัญในกระบวนการต่าง ๆ เน้นวิธีการทำงานเป็นทีม (Team Work) เนื่องจากคนแต่ละคนมีข้อดี-ข้อจำกัดแตกต่างกันไป ไม่มีใครที่เก่งไปหมดทุกอย่าง ดังนั้นการทำงานหรือกิจกรรมใด ๆ หากมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างบุคคลก็จะสามารถนำเอาข้อดีที่แต่ละคนมีอยู่มาใช้ได้
การเรียนรู้ก่อนการทำงาน ก่อนที่จะทำกิจกรรมหรืองานใด ๆ เราจำเป็นต้องตรวจสอบหรือแสวงหาความรู้ที่เรามีอยู่ก่อนที่จะลงมือทำ โดยขอความช่วยเหลือหรือปรึกษาผู้รู้จากภายนอกเพื่อเป็นแนวทางในการทำงาน
การเรียนรู้ระหว่างการทำงาน ทีมงานจำเป็นต้องสร้างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในความรู้ที่เกิดขึ้นจากการทำงาน โดยอาจใช้การประชุม พูดคุยกันเป็นประจำเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในสิ่งที่แต่ละคนได้ค้นพบ
การเรียนรู้หลังทำงาน เป็นการวิเคราะห์และสังเคราะห์สาระความรู้ที่ได้จากการทำงาน เพื่อเก็บสะสมสาระความรู้ดังกล่าวไว้เป็นตัวอย่างหรือกรณีศึกษาสำหรับการทำงานอื่น ๆ ในโอกาสต่อ ๆ ไปทำให้เราเรียนรู้ข้อดี-ข้อจำกัดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการทำงานและไม่ทำผิดพลาดซ้ำอีกในปัญหาเดิม
หลักสำคัญของการสร้างความรู้
อีคุจิโร่ โนนากะ (Ikujiro Nonaka) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยอิโตสุบาชิ
Hitosubashi University) ผู้มีบทบาทสำคัญต่อแนวคิดด้านการจัดการความรู้ของญี่ปุ่น ได้อธิบายถึง
หลักสำคัญของการสร้างความรู้ในหน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ ว่าคือการสังเคราะห์หรือหลอมรวมความรู้ที่ฝังลึกยกระดับขึ้นไปเป็นความรู้ที่สูงขึ้น ลึกซึ้งขึ้นเป็นองค์รวมยิ่งขึ้น โดยผ่านกระบวนการ ๔ ส่วนที่เรียกว่า เซกิ” (SECI) ได้แก่
1. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน (Socialization) หมายถึง การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อคิดเห็น ความเชื่อ วิธีการ ฯลฯ ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ฝังลึกที่อยู่ในตัวบุคคลระหว่างบุคคลผู้สนใจแบบตัวต่อตัว
2. การสกัดความรู้ออกจากตัวคน (Externalization) หมายถึงการเปลี่ยนความรู้ฝังลึก
ที่อยู่ในตัวบุคคลไปเป็นความรู้ที่ชัดแจ้งที่ผู้อื่นสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งอาจทำได้โดยการสนทนากลุ่ม จับกลุ่มคุยกันเพื่อหาความคิดใหม่ ๆ เป็นการแลกเปลี่ยนแบบเป็นกลุ่ม
3. การควบรวมหรือผนวกความรู้ หมายถึง (Combination) การนำความรู้ที่ชัดแจ้งอันมากมายหลากหลายมารวบรวมบันทึก จัดกลุ่ม แบ่งหมวดหมู่ได้เป็นความรู้ที่ชัดแจ้งที่ยกระดับเพิ่มมากขึ้น
ความรู้ในขั้นนี้จะอยู่ในรูปแบบที่เผยแพร่ได้กว้างขวาง
4. การฝังหรือผนึกความรู้ (Internationalization) หมายถึง การนำความรู้ที่ชัดแจ้งไปปฏิบัติ ประยุกต์เป็นผลิตภัณฑ์ กระบวนการ วิธีการใหม่หรือปรับปรุงของเก่าให้เกิดคุณค่าและมูลค่าและ
ในกระบวนการนั้นเองก็จะเกิดการเรียนรู้เป็นความรู้ฝังลึกที่ยกระดับขึ้นไปอีกในตัวบุคคล
ทั้งนี้ วงจร เซกินี้จะหมุนอยู่ตลอดเวลาเหมือนเกลียวสว่าน มีผลให้เกิดการสร้างและยกระดับความรู้เพื่อบรรลุความสำเร็จตามเป้าหมาย
รูปแบบการจัดการความรู้สู่คุณภาพงาน
การจัดการความรู้มีหลายระดับในแต่ละภาคส่วน เช่น การจัดการความรู้ในภาคประชาชนหรือชาวบ้าน การจัดการความรู้ในภาคธุรกิจและการจัดการความรู้ในภาครัฐ
ในภาคประชาชนหรือชาวบ้าน การจัดการความรู้จะมาจาก ภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งความรู้เหล่านี้เป็นความรู้ที่ได้มาจาก การสังเกตและการทดลองมาเป็นเวลานานของผู้รู้ ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้เฒ่าผู้แก่ที่แฝงวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมประเพณี ตลอดจนความเชื่อนับเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญและส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หรือถ่ายทอดเพื่อไม่ให้สูญหายไป
ในภาคธุรกิจโดยเฉพาะในองค์กรขนาดใหญ่ที่มีเงินทุนสามารถจ้างที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญตลอดจน
มีเงินทุนสำหรับซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ในการจัดการความรู้ การปรับตัวในด้านการจัดการความรู้ของภาคธุรกิจจึงเป็นภาคที่ค่อนข้างไปได้เร็วกว่าภาคอื่น
ในภาครัฐหรือราชการ เป็นภาคที่ยังมีการจัดการความรู้ไม่มากนัก จำเป็นต้องมีผู้เข้าไปแนะนำกระตุ้น สนับสนุนและส่งเสริมเพื่อให้สามารถนำความรู้และทุนทางบริษัทมาจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยให้ทุกภาคส่วนเข้าใจ เรื่องการใช้ความรู้ และการจัดการความรู้อย่างถูกต้อง และทั่วถึงก็จะสามารถลดช่องว่างทางความรู้ระหว่างภาคส่วนและเกิดการสะสมทุนทางปัญญามาใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น
กล่าวโดยสรุป การจัดการความรู้เพื่อนำไปสู่คุณภาพงาน บุคลากรผู้ปฏิบัติงานต้องมีความรู้ ใช้ความรู้และสร้างความรู้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสภาวะแวดล้อม โดยใช้แหล่งความรู้
ฝังลึกที่อยู่ในตัวบุคคล (Tacif Knowledge) และแหล่งความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) มาใช้เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพตามสภาพแวดล้อมและการทำงานที่เปลี่ยนไป ในขณะเดียวกันก็ต้องพัฒนาและสร้างความรู้ใหม่ ๆ เพื่อความอยู่รอดในสถานการณ์หรือสภาวะแวดล้อม
ที่เปลี่ยนไป จึงจะถือว่าได้ใช้กลยุทธ์ในการประยุกต์ใช้ความรู้สู่คุณภาพงานได้อย่างแท้จริง

เอกสารอ้างอิง
1. Nonaka & Takeuchi H The Knowledge Creating Company,
Oxford University Press.1995.
2. กขค……. การจัดการความรู้ (ฉบับคนน่าน)

นางสาวปาลิดา ขลิบผา
IP: xxx.172.219.120
เขียนเมื่อ 17 Feb 2009 @ 18:29

สวัสดีค่ะอาจารย์

รียนจบผ่านไปปีกว่าๆ หนู้รู้สึกคิดถึงอาจารย์มากเลยค่ะ ต้องใจไว้ว่ามีเวลาว่างเมื่อไหร่จะมาหาอาจารย์นะคะ

จากศิษย์