ความเป็นครูที่แท้จริงนั้นไม่สามารถที่จะไปร่ำ ไปเรียนในมหาวิทยาลัยในโรงเรียน หรือจะไปอบรมสัมมนาที่ไหนแล้วกลับมาจะกลายเป็น "ครูที่ดี" ได้

ความเป็นครูนั้นขึ้นอยู่ที่จิตที่ใจ อยู่ที่จริต อยู่ที่สันดาน

คนที่จะเป็นครูได้นั้นจะต้องมีธรรมที่เรียกว่า "พรหมวิหาร ๔" เป็นหลักคุ้มครองใจเสมอ

คนเป็นครูจะต้องมีความเมตตาต่อศิษย์อย่างไม่มีที่สุดไม่มีประมาณ ครูคือผู้ให้ ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

เพราะระบบความคิดของคนที่เป็นครูนั้น ถ้าหากคิดว่าจะให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนแล้ว การกระทำไม่ว่าจะในห้องหรือนอกห้องเรียนก็จะเป็นแบบหนึ่ง แบบที่ดี

แต่ถ้าหากครูคิดหวังแต่ว่าจะมากอบโกยเอาผลประโยชน์กับลูกศิษย์ การกระทำที่ออกมานั้นจะเป็นการกระทำที่ไม่ดี เป็นการกระทำที่เลว

ดังนั้น ครูจักต้องเป็นผู้ให้เสมอ ครูดี ครูเพื่อศิษย์ : ให้อย่างที่สุด ไม่มีประมาณ...

ถ้าใครคิดจะมาเป็นครูเพื่อหวังผลประโยชน์ทางด้านตัวเงินและทรัพย์สินแล้วนั้น บุคคลผู้นั้นไม่ได้ชื่อว่าครูดังแต่ต้นแล้ว

คนที่จะมาเป็นครูต้องให้ชีวิต ให้ร่างกายและจิตใจของตนเองเป็นลำดับแรก นำร่างกายนี้ อัตภาพอันประเสริฐที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์นี้ ทุ่มเทเพื่อที่จะปลูกฝังความรู้ดี ๆ "ความรู้ที่ถูกต้องตามธรรม" ให้กับลูกศิษย์

การปลูกฝังโดยคำพูดที่ทำ ๆ กันอยู่นั้น ไม่มีคุณค่าใด ๆ เลยที่จะเทียบเท่าการปฏิบัติปฏิบัติตนเป็นตัวอย่าง เป็นปูชนียบุคคล ให้ศิษย์สามารถนำวิถีชีวิตที่ดี ที่ดี ที่ประเสริฐ ไปวางแผนรูปแบบชีวิตของตนเองได้

สังคมครูในปัจจุบันนั้นผิดเพี้ยน เพราะคนส่วนใหญ่ไปนิยม "ครูเก่ง" ทอดทิ้ง "ครูดี"

ครูคนไหนพูดเก่ง สอนเก่ง บรรยายเก่ง จะมีลูกศิษย์ลูกหามาก เพราะเด็กอยากเก่งแบบนั้น เด็กรู้ว่าถ้าเก่งแบบนั้นแล้ว อนาคตจะมีอาชีพที่ดี รายได้งาม

ครูในปัจจุบันจึงปลูกฝังนิสัยแห่งความโลภ และการมุ่งแต่ที่จะหาผลประโยชน์โดยผ่านการกระทำของตนเอง

ความคิดของคนที่มุ่งแต่จะหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง คำพูด แววตา การกระทำก็จะชี้นำไปในทางที่ผิด ทางที่เลว เด็กสัมผัสได้ รับรู้ได้

แต่ครูที่ดี ท่านจะอาจหาญและร่าเริงในธรรม ไม่มีกินก็อยู่ได้ อยู่ได้เพราะ "เสพสุข" สุขที่ได้เห็นศิษย์เจริญ ก้าวหน้า ในแนวในทางที่ถูกต้อง

ครูอัตราจ้างก็เป็นครูที่ดีได้นะ ไม่จำเป็นจะต้องเป็น "ข้าราชการครู" แต่เพียงอย่างเดียว เพราะครูที่ดีนั้นอยู่ที่ตนเอง อยู่ที่การประพฤติ การปฏิบัติ อยู่ที่นิสัยแห่งความเป็นครู

ถ้าใครตั้งใจที่จะทำงานเพื่อที่ให้กับลูกศิษย์แล้ว บุคคลนั้นไม่ว่าจะทำงานในตำแหน่งหน้าที่ใด อาชีพใด บุคคลนั้นไซร้ได้ชื่อว่า "ครู..."

ปภังกร วงศ์ชิดวรรณ

๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓


ที่มาจากบันทึก ครูอัตราจ้าง