เมื่อเผชิญกับการพัฒนาเมืองโลกาภิวัตน์
ชุมชนคลองเตยในหัวเลี้ยวประวัติศาสตร์ – การไล่ที่ครั้งสุดท้าย
โดย สมพงษ์ พัดปุย
ชุมชนคลองเตยได้ก่อรูปขึ้นในปี 2550 หลังการท่าเรือได้เวณคืนที่ดินเพื่อการขยายการท่าเรือ และมีชุมชนที่เข้ามาเป็นกุลี สร้างที่อยู่อาศัยขยายตัวมากขึ้นจนเป็นชุมชน ชุมชนได้เข้าสู่การพัฒนาในปี พ.ศ.2514 เริ่มจากการสำรวจของคณะสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่าสามทศวรรษ การพัฒนา ด้านกายภาพ และการศึกษามีความก้าวหน้าขึ้น แต่โดยภาพรวมการพัฒนาแล้วยังไม่น่าพอใจ ชาวบ้านยังคงยากจนไม่มีงานทำแน่นอน ปัญหายาเสพติดมีขึ้นมีลง ปัจจุบันการระบาดอยู่ในช่วงขาขึ้น ผู้นำโดยทั่วไปแล้วพูดคุยทำงานร่วมกันได้ในกิจกรรมพัฒนา แต่มีทัศนะต่างกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางการเมือง ชาวคลองเตยเข้าร่วมทางการเมืองในลักษณะ “สองขั้ว” มาตั้งแต่เหตุการณ์ 14 ตุลา 16 และ 6 ตุลา 19 พฤษภาทมิฬ 2535 และในสถานการณ์ปัจจุบัน ชาวคลองเตยเข้าร่วมทั้งกลุ่ม “เสื้อเหลือง” และ “เสื่อแดง” แต่ระมัดระวังไม่ขัดแย้งกันภายในชุมชน นับแต่การเลือกตั้งทั่วไปเมือสามปีที่แล้ว “พรรคประชาธิปัตย์” มีบทบาทครองอำนาจการเมืองท้องถิ่นแทน พรรค “ไทยรักไทย” แต่ความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมืองกับประชาชนมีลักษณะ“ระบบอุปถัมภ์” การมีส่วนร่วมของชาวบ้านทางการเนื่องยังมีน้อย กทม.ส่งเสริมจัดทำ “แผนชุมชน – ให้กองทุนเงินล้าน” แต่การมีส่วนร่วมของชาวบ้านยังคงถูกจำกัดโดยระบบราชการ
ภาพด้านลบ คือ กรณีความขัดแย้งรุนแรงตลาดท่าเรือคลองเตย มีความรุนแรงถึงเสียชีวิตยาวนานมานับปี ปัญหายังไม่ได้ข้อยุติ ปรากฎการณ์นี้สะท้อนความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ในตลาด และปัญหาทิศทางการพัฒนาระดับชาติ สิ่งใหม่ด้านบวก คือ การจัดตั้ง “สภาองค์กรชุมชนเขตคลองเตย” ซึ่งเป็น 1 ในจำนวน 23 เขตที่ได้รับการจัดตั้งแล้ว (กทม.มีสำนักงานเขตทั้งสิ้น 50 เขต) สภาองค์กรชุมชน เป็นรูปแบบองค์กรใหม่ซึ่งเกิดขึ้นตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 คาดหวังให้เป็นกลไกรับรองฐานะของชุมชนในการเข้ามีส่วนร่วมกับ กทม.และหน่วยงานต่าง ๆ ของภาครัฐ
เดือนมีนาคม พ.ศ.2549 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ขณะเป็นนายกรัฐมนตรี ได้ลงเยี่ยมพื้นที่มีนโยบายใช้ที่ดินการเพื่อการพาณิชย์ มีการจัดทำแผนแผน “โครงการคลองเตยคอมเพล็กซ์”เป็นโครงการศูนย์โทรคมนาคม โรงแรมหรูริมเจ้าพระยา รวมทั้งท่าเรือยอร์ช เตรียมรื้อย้ายชุมชนเกือบทั้งหมด โครงการดังกล่าวอยู่ในแผน “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ซึ่งรัฐบาลทักษิณเตรียมจะออกเป็นพระราชกำหนด โครงการคลองเตยคอมเพลกซ์ ได้ถูกนำมาตีแผ่โดย สว.รสนา โตสิตระกูล สว.ในสมัยนั้น เมื่อนายกทักษิณหมดอำนาจ พรบ.เขตเศรษฐกิจพิเศษถูกระงับไป แต่โครงการคลองเตยคอมเพล็กซ์ได้ถูกชะลอการดำเนินงาน
จู่ ๆ ฝันร้ายก็มาโดยไม่คาดฝัน เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 การท่าเรือแห่งประเทศไทยและบริษัท สถาปนิก 49 (A 49) ได้เชิญตัวแทนชาวบ้านและหน่วยงานในพื้นที่ ประมาณสองร้อยคน รับฟังแผนการพัฒนาที่ดินการท่าเรือโดยจะรื้อย้ายชุมชนแออัดซึ่งมีประชากรประมาณสองหมื่นครอบครัวขึ้นอยู่อาศัยในแฟลตสูง 12 ชั้น ชาวบ้านวิตกกังวลว่าสังคมชุมชนและขบวนการพัฒนาที่สั่งสมมากว่าสี่สิบไปจะสูญสลาย ชาวบ้านไม่ได้มีส่วนร่วมในการวางแผนในโครงการที่เสนอ และมองเห็นปัญหาความล้มเหลวในโครงการย้ายชุมชนขึ้นแฟลต ซึ่งได้เกิดมาก่อนหน้านี้หลายโครงการ หลายฝ่ายยังเป็นห่วงว่าที่ดินกว่าสองพันสามร้อยไร่ใจกลางเมือง ตั้งอยู่ริมเจ้าพระยา นับเป็น “ทำเลทอง” เป็นที่หลวงที่ดีที่สุดของประเทศในขณะนี้ ควรจะใช้ประโยชน์อย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด โครงการ “คลองเตยคอมเพล็กซ์” ศูนย์ธุรกิจใหม่นี้มีมูลค่าลงทุนนับแสนล้าน จะจัดการเรื่อเงินทุนอย่างไร และมีผลกระทบอย่างไรตามมาหรือไม่ ทั้งด้านการแก้ปัญหาคนจน พัฒนาสังคม และการพัฒนาเมืองกรุงเทพในระยะยาว
ประชาชนและหน่วยงานในคลองเตย ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อเรียกร้องต่อการท่าเรือ ให้วางแผนจัดการที่อยู่อาศัยโดยมองไปถึงความยั่งยืนของชุมชนคลองเตย และการพัฒนากรุงเทพมหานครในอนาคต