บุญเลิศ วีระพรกานต์
นักศึกษา ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช
ความแตกต่าง......ที่เหมือน
ของ
องค์กร – องค์การ
1.ความหมาย
องค์กร : ส่วนประกอบย่อยของหน่วยใหญ่ทำหน้าที่สัมพันธ์กัน (พจนานุกรมฉบับเฉลิมพระเกียรติ พ.ศ.2530)
องค์กร หรือ องค์การ (อังกฤษ: organization) หมายถึง บุคคลกลุ่มหนึ่งที่มารวมตัวกัน โดยมีวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างร่วมกันและดำเนินกิจกรรมบางอย่างร่วมกันอย่างมีขั้นตอนเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์นั้นโดยมีทั้งองค์กรที่แสวงหาผลกำไรคือองค์กรที่ดำเนินกิจกรรมเพื่อการแข่งขันทางเศรษฐกิจ เช่น บริษัท ห้างหุ้นส่วนห้างสรรพสินค้าร้านค้าต่างๆ และ องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรคือองค์กรที่ดำเนินกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์เป็นหลัก เช่น สมาคม สถาบัน มูลนิธิ เป็นต้น
โดยเริ่มแรกนั้น คำว่า "องค์การ" เดิมเป็นศัพท์บัญญัติมาจากคำภาษาอังกฤษ organization ในขณะที่คำว่า"องค์กร"เป็นศัพท์บัญญัติมาจากคำว่าorganโดยที่องค์กรหมายถึงหน่วยย่อยขององค์การ แต่ในปัจจุบันใช้ในความหมายเดียวกัน
องค์การ หมายถึง ระบบที่มีเจตนาที่จะประสานการกระทำของบุคคลตั้งแต่ 2คนขึ้นไป (Chester I. Barnard)
องค์การ หมายถึง ระบบของการกระทำเฉพาะเจาะจงที่มีจุดมุ่งหมายและมีลักษณะต่อเนื่อง (Max Weber)
องค์การ หมายถึง หน่วยทางสังคมหรือการรวมกลุ่มของมนุษย์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อบรรลุเป้าหมายเฉพาะบางประการ (Edward Gross and Amitai Etzioni)
องค์การ หมายถึง กลุ่มคน ซึ่งใช้การออกแบบโครงสร้างเพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายบางสิ่งบางอย่างของกลุ่ม (Ralph C. Chandler and Jack C. Plano)
องค์การ หมายถึง การทำงานร่วมกันระหว่างคน 2 คนขึ้นไปเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกันบางประการที่ได้มีการวางแผนการประสานงานไว้ล่วงหน้าแล้ว การทำงานของกลุ่มคนดำเนินการไปอย่างสม่ำเสมอ ติดต่อกันโดยอาศัยหลักการแบ่งแยกงาน และหลักลำดับชั้นของอำนาจ (Stephen P. Robbins)
จากที่กล่าวมาข้างต้น เกี่ยวกับความหมายของ องค์กร และ องค์การ ในทัศนของผู้เขียนคิดว่า องค์กร กับ องค์การ มีส่วนสัมพันธ์กันทั้งในแง่ของความหมายและการดำเนินการ โดยองค์กรและองค์การเป็นการร่วมกันของบุคคลเพื่อดำเนินการภารกิจร่วมกัน ด้วยการมีจุดหมาย เป้าหมายที่ชัดเจนร่วมกัน มีวิธีการดำเนินการ กระบวนการร่วมกัน โดยมีความสัมพันธ์กันในส่วนของการดำเนินการ ซึ่งองค์กรก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่มีส่วนสนับสนุนให้การดำเนินการขององค์การประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย
2.โครงสร้าง
องค์กร หรือ องค์การ จะต้องมีโครงสร้างที่ชัดเจนในการบริหารจัดการ ซึ่งมีนักวิชาการด้านต่างๆได้เสนอโครงสร้างของ องค์กร หรือ องค์การ ไว้ ดังนี้
โครงสร้างขององค์การ คือ ระบบให้ความสำคัญของคนที่เข้ามาทำงานร่วมกันในองค์การว่าใครมีความสำคัญใครเป็นหัวหน้า ใครเป็นลูกน้อง ใครเป็นผู้ออกคำสั่ง ใครเป็นผู้รับคำสั่ง โครงสร้างขององค์การจะเป็นตัวที่ทำให้เห็นระบบงานทั้งหมดขององค์การ ว่าเริ่มต้นตรงไหน ส่งต่อไปที่ใคร และสิ้นสุดที่ไหน โครงสร้างขององค์การอาจจะถูกจัดลำดับโดยใช้ความสำคัญของคนหรือความสำคัญของงานก็ได้ (WWW.Kru-itth.com)
รูปแบบโครงสร้างองค์การ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมาน อัศวภูมิ(2549) ได้นำเสนอรูปแบบโครงสร้างองค์การ ในลักษณะต่างๆ ดังนี้
การจัดองค์การตามลักษณะกลุ่มงาน (Departmentalization) ดังนี้
1.จัดตามพันธกิจของงาน (Departmentalization by Function) การจัดองค์การตามพันธกิจของงานเป็นการจัดองค์การโดยแยกกลุ่มงานตามพันธกิจที่ปฏิบัติ โดยรวมงานไหนบ้างเข้าด้วยกัน และมอบหมายงานดังกล่าวให้กับกลุ่มงานใดกลุ่มงานหนึ่งรับผิดชอบ (Moorhead and Griffin 1995)
2.การจัดองค์การตามกระบวนการดำเนินงาน (Departmentalization by Process) การจัดองค์การตามกระบวนการในการดำเนินงานนั้นมีลักษณะคล้ายกันกับการจัดองค์การตามพันธกิจ ข้อแตกต่างคือ การจัดองค์การตามกระบวนการนั้นแบ่งกลุ่มงานและกลุ่มคนตามกิจกรรมที่ดำเนินการ(Moorhead and Griffin 1995)
3.การจัดองค์การตามผลผลิต (Departmentalization by Product) การจัดองค์การตามผลผลิตเป็นการจัดองค์การโดยใช้ผลผลิตเป็นชื่อฝ่ายแผนกหรือแผนก การจัดองค์การแบบนี้เป็นการรวมกลุ่มบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในผลผลิตเดียวกันเพื่อสร้างงานที่เขาถนัด (Mondy, Sharplin,and Premeaux 1990)
4.การจัดองค์การตามลูกค้า(Departmentalization by Customer) การจัดองค์การตามลูกค้าเป็นการจัดองค์การโดยใช้ประเภทกลุ่มลูกค้าเป็นหลัก การจัดองค์การแบบนี้ทำให้องค์การสามารถตอบสนองลูกค้าในแต่ละประเภทได้ดียิ่งขึ้น โดยมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะเรื่องและเฉพาะกลุ่มลูกค้าไว้บริการ(Mondy, Sharplin,and Premeaux 1990)
5.การจัดองค์การตามพื้นที่ (Departmentalization by Geography) การจัดองค์การโดยใช้เขตพื้นที่หรือเขตภูมิศาสตร์เป็นฐานนี้ส่วนใหญ่ใช้กับองค์กรขนาดใหญ่ สามารถตั้งองค์การลักษณะเดียวกันได้หลายสาขา เพื่อความสะดวกในการบริหารและการบริการลูกค้า องค์การนั้นอาจจะให้หน่วยงานในแต่ละเขตพื้นที่ได้เหมือนหน่วยงานหลักทุกประการ มีผู้จัดการดูแลงานขององค์การทุกฝ่าย
การจัดองค์การขนาดใหญ่
สำหรับแนวคิดในการจัดองค์การขนาดใหญ่ หรือ Bureaucracy ตามแนวคิดของ วีเบอร์ นั้น อัลดัก และเสตรอนส์ (Aldag and Stearns 1991) ได้รวบรวมไว้ดังนี้(สมาน อัศวภูมิ ,2549)
- โครงสร้างการบังคับบัญชา
- การแบ่งหน้าที่การงาน
- กฎและระเบียบการปฏิบัติงาน
- ความสามารถในเชิงเทคนิค
- แยกการบริหารออกจากเจ้าของกิจการ
- ภาวะอำนาจตามตำแหน่ง
- การเก็บเอกสารหลักฐาน
การจัดองค์การตามภารกิจ
- การจัดโครงสร้างแบบพื้นฐาน
- การจัดโครงสร้างแบบราชการแบบเคร่งครัด
- การจัดโครงสร้างแบบราชการวิชาชีพ
- การจัดโครงสร้างแบบยึดกลุ่มงานเป็นฐาน
- การจัดโครงสร้างแบบเฉพาะกิจ
สรุป จากที่ศึกษามาข้างต้น พบว่า ตามแนวคิดของนักการศึกษาและนักบริหารโครงสร้างองค์การมีรูปแบบที่หลากหลาย ตามทัศนของผู้เขียนเห็นว่า รูปแบบ โครงสร้างขององค์การมีความสำคัญในการบริหารจัดการเป็นอย่างยิ่ง เพราะการจัดองค์การที่เหมาะสม จะส่งผลต่อประสิทธิภาพของงานในองค์การ ดังนั้น โครงสร้าง รูปแบบขององค์การ จะต้องจัดโดยคำนึงถึงภารกิจงาน ลักษณะของงาน คุณลักษณะและจำนวนของบุคลากร และบริบทขององค์การที่เป็นปัจจัยเอื้อต่อการจัดองค์การนั้นๆ
####################################
อ้างอิง
สมาน อัศวภูมิ (2549).การบริหารการศึกษาสมัยใหม่ แนวคิด ทฤษฎี และการปฏิบัติ.ไม่ปรากฏสถานที่พิมพ์
http://www.navy30.com/images/sub_1244470769/GeneralKnowledge.ppt
http://202.28.66.7/491011262/·ÄɮաÒèѴ¡ÒõÒÁÃкºÃÒª¡ÒÃ.ppt