ต้องระวังเรื่องของแฟลซไดร์ปลอมให้มาก เนื่องจากเทคโนโลยีการลอกเลียนแบบทำได้เนียน

เจอ Kingston ปลอมอีกแล้ว แต่คราวนี้เนียนยิ่งกว่า ข้างนอกเหมือนทุกอย่าง ยกเว้น....Flash Drive เจ้าปัญหาตัวนี้ หลังจาก Copy ไฟล์ใส่ไปแล้วจะเปิดใช้งานไม่ได้  เนื่องจากไฟล์ไม่สมบูรณ์ ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ต้องเอะใจกันแล้วนะคะ

วิธีการเปรียบเทียบของจริงกับของปลอม เมื่อเทียบกันดูแล้วก็จะพบว่ามันมีจุดต่างหลายอย่าง แต่ตัวบอดี้ด้านนอกเหมือนกันมาก แทบจะหาจุดต่างไม่ได้เลย ( โลโก้ยังเหมือนกันเลย)

 

มาดูจุดต่างกันค่ะ เริ่มจากหัวเสียบ
USB พลิกดูด้านหลังสังเกตว่ามีการประกอบที่ต่างกัน ( ด้านซ้ายตัวสีแดงคือของแท้นะคะ) สังเกตว่าตัวล็อคหันไปคนละด้าน ทีนี้พลิกกลับมาอีกด้าน ของแท้ด้านซ้ายจะมีสลักข้อความไว้ ตามรูปเลยนะคะ และจะมีหลุมเล็กๆ 2 หลุม ด้านล่างช่องสี่เหลี่ยม ( รูปประกอบ)

 

ต่อไปมาดูบอดี้ เริ่มจากดูด้านข้าง เห็นๆ กันเลยว่ามันต่างกันนะคะ ของแท้ด้านซ้ายจะแบนราบ ของปลอมด้านขวาจะป่องๆ นูนๆ
? ต่อไปมาดูพลาสติกที่ด้านหัวของ USB ของแท้จะประกบกันแน่น และหัว USB จะแน่นไม่สามารถเลื่อนไปมาได้ แต่ของปลอมพลาสติกจะแบะออกเล็กน้อย (เดาเอาว่าน่าจะเกิดจากการแกะเอา USB ของแท้ออก แล้วยัดไส้ของปลอมมาค่ะ)

 

ต่อไปมาตรวจสอบด้วยซอร์ฟแวร์ พอเสียบกับคอมฯ แล้วใช้โปรแกรม
Safely Remove USB Disks ตรวจสอบ ในรูปจะเห็นเลยนะคะจะพบว่า ของปลอมคือไดร์ฟ I: ชิพด้านในคือ Hisun Flash แค่นี้ก็รู้แล้วว่าปลอม ( หรือยัดไส้) ส่วนของแท้ชิพจะชื่อ Kingston DataTraveler2.0 ( สำหรับยี่ห้อนี้แม้จะคนละดีไซน์ แต่จะเป็นชื่อนี้หมดนะคะ)



ต่อไปมาดู
Properties ของอุปกรณ์กันค่ะ (ที่ไฮท์ไลต์สีเขียวคือชื่อของปลอม)



ส่วนอันนี้เป็นของแท้ สังเกตที่ไฮท์ไลต์แถบสีไว้จะต่างกันค่ะ




ทีนี้มาดูสิ่งที่แตกต่างจากการใช้งานพบว่า เมื่อเรานำของปลอมมาใช้คุณภาพของการเก็บข้อมูลจะด้อยกว่ามาก คือแค่
Copy ไฟล์เล็กๆ ลงไปเก็บไว้ (ไฟล์เอกสาร Word) พอจะมาเปิดดูข้อความรูปหาย พอ Copy มาใหม่ ก็เป็นประมาณเดิม ทั้งที่ไฟล์สามารถเปิดใช้งานในเครื่องได้ปกติ ต้อง Copy กันหลายรอบ

ดังนั้น ลองเอาไปคิดกันดูว่า ถึงมันจะราคาถูกกว่าแต่มันคุ้มกับข้อมูลที่หายไปมั๊ย หากนำไปใช้เก็บไฟล์งานที่สำคัญๆ แล้วพอนำกลับมาใช้ก็พบว่าไฟล์เปิดไม่ได้มันไม่คุ้มหรอกค่ะ แต่สำหรับใครที่อาจจะโดนทางร้านหลอกขายมา เพราะเห็นว่าไม่มีความรู้ก็ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ ถือว่านี่เป็นบทเรียนให้เพื่อนๆ ที่กำลังจะซื้ออุปกรณ์
IT หรืออื่นๆ ควรจะตรวจ มีสติไตร่ตรองก่อนซื้อของนะคะ อย่าไปหลงกับราคานะคะ