พระครูปลัดวีระนนท์ วีรนนฺโท : เจ้าอาวาสวัดป่าเจริญราช พระวิปัสสนาจารย์ http://www.veeranon.com/

การกำหนดอิริยาบถอาการได้ชัดเจนไม่ว่าจะฟุ้ง ไม่ว่าจะปวด

มันกำหนดเห็นอาการได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เรียกว่าอุเบกขาเวทนา 

เริ่มตั้งแต่เวทนา คือ เวทนา ๕ 

 

โดยตัวเวทนาตัวที่ ๑ คือ ทุกข์ เป็นเวทนาที่มีทุกข์มาก

 

เวทนาตัวที่ ๒ คือ สุข คือเวทนาที่มีสุขมาก มีทุกข์หรือไม่

ตอบว่ามี แต่มีทุกข์น้อย เพราะตัวสุขมาก่อน

ตัวทุกข์ตามมาทีหลัง มันทุกข์น้อย มันจึงหนุนอย่างนี้

เพราะตัวสุขมันยิ่งใหญ่กว่าและเกิดขึ้นก่อน

แต่ถ้าเมื่อใดตัวทุกข์มาก่อน ตัวสุขตามมา ตัวสุขก็แพ้ไป

 

แต่ขณะใดหากเวทนา ตัวที่ ๓ คือ  ตัวอุเบกขา  มาก่อน

มันจะสุขหรือจะทุกขเวทนาขนาดไหน มันก็ยังทนได้

 

ต่อมาเป็นเวทนาตัวที่ ๔ คือ  โทมนัส 

ขณะที่มีทุกข์อยู่นี้ มันนึกถึงทุกข์ในอดีต  

ยกตัวอย่างเช่น  เราโดนแม่สามีต่อว่าหรือโดนสามีต่อว่า หรือคนอื่นปรามาส

ทำให้รู้สึกทุกข์โทมนัส จนบางครั้งนั่งสะอื้นน้ำตาไหล เพราะมันทุกข์ที่ใจ

นึกถึงทีไร ทำไมชีวิตของเรามันทุกข์ทรมานขมขื่น เดือดร้อนวุ่นวาย

ต้องดิ้นรนสารพัดเช่นนี้ มันโทมนัสเหลือเกิน

การที่เราทนได้ เรียกว่า อุเบกขา

 

ต่อไปตัวเวทนาตัวที่ ๕ คือ โสมนัสหมายถึง สบายใจหรือพอใจ

หากมันพอใจสิ่งเหล่านั้นอยู่ เราจะนั่งยิ้มปลื้มปีติยินดีกับสิ่งเหล่านั้น

 

ซึ่งเวทนาทั้ง ๕ ตัวนี้ มันจะหนุนเนื่องซึ่งกันและกัน

 

ติดตามอ่านตอนต่อไปที่นี่ค่ะ

 

อิสระแห่งจิต

 

http://gotoknow.org/blog/mindfreedom

 

ขอให้เจริญในธรรมทุกท่าน

 

บุญรักษา  ธรรมคุ้มครองค่ะ