มนุษย์ทุกคนที่เกิดมา มีสภาวะในธรรมชาติเท่ากัน มีเสรีภาพอย่างสมบูรณ์เท่ากัน   

และมีความเสมอภาคกัน 

 

ที่ว่ามีเสรีภาพอย่างสมบูรณ์  หมายความว่า  มนุษย์แต่ละคนมีเสรีภาพที่จะทำอะไรก็ได้   

รวมทั้งการจัดการกับทรัพย์สมบัติและกับตัวของเขาเองอย่างไรก็ได้ตามที่เห็นสมควร 

ภายใต้ขอบเขตของกฎธรรมชาติ  โดยไม่ขึ้นอยู่กับหรือเป็นทาสของเจตจำนงผู้อื่น 

 

แนวความคิดดังกล่าว  แสดงให้เห็นว่า  เสรีภาพนี้ไม่ใช่การกระทำอะไรตามอำเภอใจ  แต่กระทำภายใต้กรอบของกฏเกณฑ์

 

    ตามความคิดนี้มีลักษณะที่สำคัญ  2  ประการคือ  มีเสรีภาพโดยสมบูรณ์  ภายใต้กรอบของกฏเกณฑ์ที่ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่นหนึ่ง  และมีความเสมอภาคเท่าเทียมกันหนึ่ง

 

 

   จากแนวความคิดดังกล่าว ถึงแม้สภาวะทางธรรมชาติจะสงบสุข  แต่มักจะมีบางกลุ่มบางเหล่าละเมิดกฎเสมอ

จึงต้องมีอำนาจจากส่วนกลางที่จะตัดสินความเป็นธรรมและยุติความขัดแย้งของมนุษย์ 

 

เมื่อมนุษย์ไม่มีอำนาจส่วนกลางมาตัดสินความเป็นธรรมย่อมนำไปสู่สภาวะสงครามได้ 

 

 นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้มนุษย์ละทิ้งจากสภาวะธรรมชาติและมาอยู่ร่วมกันเป็นสังคมการเมือง

 

  เมื่อมนุษย์แต่ละคนมาอยู่ร่วมกันเป็นสังคมการเมืองแล้วจะต้องสละเสรีภาพของตนและย่อมอยู่ภายใต้อำนาจส่วนกลาง 

และเมื่ออำนาจส่วนกลางจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อบุคคลทั้งหมดยินยอมสละอำนาจและเสรีภาพของตน 

 

 

สังคมการเมืองมีกำเนิดขึ้นจากการที่ทุกคนตกลงที่จะร่วมมือกัน

 

ข้อตกลงระหว่างมนุษย์นี้เรียกว่าว่า สัญญาประชาคม และทุกฝ่ายยินยอมปฏิบัติตามสัญญาประชาคม

 

ต่อมาพัฒนาเป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญของระบบเสรีประชาธิปไตย

 

 

ภาพที่เราเห็นและเป็นอยู่ในกรุงเทพขณะนี้การสาดเลือดก็ดี

การปิดการจราจรก็ดี การขู่จะปิดล้อมก็ดีตลอดจนถึงการขู่ฆ่าเผาบ้านเผาเมืองก็ดี

 

เป็นไปตามรัฐธรมนูญเสรีประชาธิปไตยแล้วหรือยัง