ที่จังหวัดอุบลราชธานี มีหลวงพ่อรูปหนึ่งชื่อ หลวงพ่อชา แห่งวัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ หลวงพ่อเป็นพระป่า สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ได้มีลูกศิษย์ชาวต่างชาติมากมาย เช่นชาวอเมริกัน ชาวอังกฤษ ชาวออสเตรเลีย ชาวสวิสเซอร์แลนด์ และชาวญี่ปุ่น
วันหนึ่งมีพ่อออก(พ่อออก เป็นชื่อเรียกอุบาสก เป็นภาษาท้องถิ่นอีสาน) ได้ถามหลวงพ่อว่า
พ่อออก : หลวงพ่อครับ ผมสงสัยอีหลีว่าหลวงพ่อสอนพระฝรั่งพวกนั้นได้จั๋งได๋ ตั้งแต่เห็นหลวงจนได้มาเป็นโยมอุปัฐถากหลวงพ่อ กะบ่อเคยได้ยินหลวงพ่อเว้าภาษาประกิต หรือภาษาฝรั่ง หรือภาษาญี่ปุ่น แม้กระทั่งภาษาไทยกะบ่เคยได้ยินเลยจั๊กเทื่อ ที่ได้ยินกะมีแต่ภาษาลาวบ้านเฮานี่หละ หลวงพ่อซ่อยตอบให้ข้าน้อยหายสงสัยแหน่เถาะ
หลวงพ่อ : โยม รู้บ่อน้ำในแก้วที่อาตมาถืออยู่นี่ เป็นน้ำฮ้อนหรือน้ำเย็น
พ่อออก : บ่อฮู้แหล่ว
หลวงพ่อ : แล้วโยมอยากฮู้บ่อหละ ถ้าอยากฮู้ให้หยับเข้ามาใกล้ๆ แล้วเอามือจุ่มเบิ่ง แล้วโยมสิฮู้เองว่า น้ำในแก้วนี้มันเป็นน้ำฮ้อน หรือน้ำเย็น
*********************ท่านคิดเห็นว่าอย่างไร*************************
แล้วต่อไปเป็นหยั๋ง
เรื่องบางเรื่องต้องลงมือทำ อืมๆ
การสอนตามหลักของจอนดิวอี้ คือ เลินนิ่งบายดูอิ้ง ถามว่าทำไมไม่เอาตามหลักพื้นฐานทางสังคมของชาวไทย คือรากฐานของพุทธศาสนา พวกเราหรือ นักการศึกษากำลังหลงลืมจุดยืน หรือรากเหง้าของสังคมไทย
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆนะคับ
ขำ แต่ลึกซึ่ง อยากฮู้อีหยั่งต้องเฮดเอง จริงบ่ออ้าย
การเรียนรู้ด้วยการสัมผัส หรือการลงมือทำดีที่สุด
ดีมากพี่
ต้องเรียนรู้ด้วยตนเองปฏิบัติจริง คิดหน่อยเนอะ ขอบคุณค่ะ
ค่ายต่างๆที่เราจัดให้นร... ก็ใช้หลักการประกอบด้วยค่ะ..Learning by doing
ต้องลงมือทำถึงจะประสบณ์ความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม