20 มีนาคม 2553
สวัสดีเช้าวันเสาร์ค่ะครู
หนูคิดถึงครูจังเลย การงานและชีวิต ณ ทุกวันนี้มีอะไรเกิดขึ้นมากมาย การที่หนูไม่ได้เขียนจดหมายถึงครูหลายเรื่อง ตกหล่นขาดการทบทวน แต่ทุกอย่างก็ดำเนินไปไม่เคยหยุด หนูมีเรื่องอยากเล่าให้ครูฟังหลายเรื่องมาก ๆ ค่ะ จนบางทีไม่รู้จะจับเรื่องไหนมาเล่าก่อนดีนะ หนูสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ผ่อนลมหายใจออกให้สบาย ตอนนี้ใจหนูฟูค่ะครู เพราะตะกี้พึ่งเขียนงานส่วนหนึ่งในความเร่งด่วนเสร็จจะว่าไปหนูนั่งเขียนตั้งแต่เช้า ๆ เพราะสมองโล่งดี มันเป็นเหมือนแผนที่ชีวิตที่วางอย่างคร่าว ๆ เมื่อเลือกแล้วก็ต้องน้อมรับ กิจวัตรของหนูถูกปรับไปเรื่อย ๆ ค่ะครู พยายามไม่เพ่งโทษตนเอง ทำการดำเนินวิถีชีวิตให้เป็นที่ยึด แต่ก็มีความรู้สึกในตนเองว่า
“ยังดีได้อีกอยู่นะ ถ้าเธอกล้าพอที่จะนำพาใจตนเองดำเนินในเส้นทางที่ครูวางแนวไว้ให้”
ช่วงนี้เป็นการเปลี่ยนผ่านของชีวิต ใจหนูไม่ได้เบากับทุก ๆ เรื่องค่ะ แต่ก็รู้สึกว่า เวลาที่อะไรมากระทบแล้วเกิดความสะเทือนใจหนูรับรู้การสะเทือนได้เร็วขึ้น และใช้เวลาการฟื้นตัวสั้นลง อย่างเช่น หนูตั้งเป้ากับตนเองว่า “จะกลับขอนแก่นเมษายนนี้”
พอเริ่มออกเดิน มีคนมากมาย มีอะไรมากมายที่ได้รับผลกกระทบจากการตัดสินใจนี้ เช่น พี่กองการเจ้าหน้าที่ ผู้อำนวยการสถาบัน พี่ที่สอนงานในสถาบันวิจัยสมุนไพร คณะกรรมการพิจารณาระบบ HiPPs ภายในกรม ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ขอนแก่น พี่ ๆที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ขอนแก่น HiPPs ท่านอื่น ๆ ภายในกรม และเพื่อนกลุ่ม HiPPs ในกระทรวงอื่น ๆ คนเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจ แรงสั่นสะเทือนทำให้หนูเห็นชัดเจนว่า
“เราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก ไม่ว่าเราทำอะไร ดำเนินชีวิตอย่างไร ก็ต้องมีสิ่ง ต่าง ๆ หรือ ผู้คนได้รับผลกระทบทั้งนั้น ส่งผลให้หนูสำนึกขึ้นมาว่า ทำอย่างไรจึงจะเบียดเบียนผู้อื่นให้น้อยที่สุดและทำประโยชน์ให้เกิดอย่างสูงสุด”
จากบทเรียนที่ผ่านมา ทำให้หนูเห็นข้อบกพร่องในความไม่ชัดเจนสะเปะสะปะในตนเอง การตัดสินใจอะไรโดยปราศจากการทบทวนหรือปรึกษาผู้รู้มักจะทำให้เกิดปัญหา การพูดคุยทำความเข้าใจ ด้วยใจที่เปิดกว้างจะทำให้เข้าใจและรับฟังผู้อื่นได้มากขึ้น จึงเรียนปรึกษากองการเจ้าหน้าที่ แจ้งว่าจะขอลาออกจาก HiPPs แล้วกลับต้นสังกัด ท่านให้คำแนะนำและช่วยหาทางออกมากขึ้น แล้วก็พาไปปรึกษาประธานคณะกรรมการ HiPPs ได้ข้อสรุปสุดท้าย ให้หนูปรับแผนจากเดิมที่ต้องเรียนรู้งานในส่วนกลางติดต่อกันนาน 3-7 ปี ปรับเป็นไปอยู่ขอนแก่นเป็นที่หลัก แล้วค่อย ๆ เข้ามาเรียนรู้งานคราละ 2-3 เดือน ณ เบื้องต้น เป็นทางออกที่ลงตัวทั้งคณะกรรมการและตัวหนูเอง แม้จะทราบอยู่ในตนเองว่างานที่ต้องทำต่อไปหนักขึ้นกว่าสองเท่า แต่ก็เห็นโอกาสค่ะครู โอกาสในการเติมเต็มส่วนที่ขาด โอกาสในการสร้างงานที่ลงตัวในตนเอง เป็นงานที่ใคร ๆ มองข้ามเพราะงานนี้ทำแล้วไม่ดัง ทำแล้วเป็นองค์ความรู้พื้นฐานที่คนอื่นจะเอาไปต่อยอดหรือเติมเต็มส่วนที่ขาดของงานวิจัยสมุนไพร ในมุมกลับกัน หนูรู้สึกยินดีหากได้รับโอกาสในการสร้างงานนี้ ทำให้หนูนึกถึงคำนี้ค่ะครู “งานดีไม่ต้องดัง”
เสียงสะท้อนมากมายจากผู้คน ทำให้หนูกลับมาถามตนเองว่าหนูเป็นอย่างที่ใคร ๆว่าหรือไม่ บางคนบอกว่าขี้ขลาดไม่กล้าเผชิญ บางคนก็บอกว่าไม่เจ๋งจริง บางคนก็บอกว่าฉันว่าแล้วระบบนี้ต้องล่ม จะมาแย่งตำแหน่งผู้อำนวยการหรือผู้เชี่ยวชาญเหรอฝันไปเถอะ
หนูถามตนเองหนูมาที่ทำไม คำตอบคือมาเพื่อเรียนรู้ เพื่อเปิดโอกาสให้พัฒนาตนเอง สั่งสมองค์ความรู้เพื่อให้ทำงานได้ในเชิงลึกมากยิ่งขึ้น ตำแหน่งระดับผู้อำนวยการหรือเชี่ยวชาญ ณ ตอนที่เข้ามาแรก ๆ ก็เคยฝันถึงค่ะ ไม่ได้ปฏิเสธความทะยานอยากในตนเองค่ะครู แต่พอเห็นแผนงานของตนเอง แล้วค่อย ๆ ออกเดินทำให้เข้าใจอะไร ๆ มากขึ้น ความทะยานอยากค่อย ๆ ลดลงและหายไป ตลอดระยะเวลาหนึ่งปี ณ เมืองนนท์ หนูได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก ๆ ค่ะ ทั้งเรียนงานองค์ความรู้ภายนอกและเรื่องจิตใจ หนูได้อะไรมากกว่าที่ตั้งเป้าไว้ ทำให้หนูเห็นใจตนเองว่า หนูรักบ้าน รักครอบครัว และได้ทบทวนเรื่องที่ทำงานของตนเองอีกครั้งว่า
“ทำไมเลือกทำงานที่ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ขอนแก่นตั้งแต่แรก ทำไมไม่ใช่โรงพยาบาล หรือที่อื่น ๆ”
“คำตอบคือ ที่นี่เป็นที่ ๆ ลงตัวของชีวิต การงาน ชีวิตครอบครัว และชีวิตส่วนตัว”
ก่อนหน้านี้ความทะยานอยากทำให้หนูหลงลืม การตัดสินใจ ณ จุดเริ่มต้น แต่การได้เข้ามาที่นี่ทำให้หนูได้เห็น ความงดงามชัดเจนมากยิ่งขึ้นค่ะ
หนูกล้าหาญที่จะยอมรับข้อบกพร่อง ก้าวข้ามความหวาดกลัว ปกติหนูมักจะเผชิญปัญหาแบบบ้าบิ่น ถือดี แต่เดี๋ยวนี้หนูเผชิญปัญหาเหมือนเดิมค่ะ แต่มีสติและเข้าใจอะไร ๆ มากขึ้น หลายครั้งที่หนูได้รับฟังเสียงสะท้อน หนูได้ยินเสียงภายในใจตนเอง พอเสียงในใจหนูเงียบลง หนูกลับเห็นว่า คำพูดที่หลาย ๆ คนมาพูดกับหนูไม่ว่าด้านบวกหรือด้านลบเป็นการสะท้อนจิตใจของเขาเอง ยิ่งมองเห็นตรงนี้ ทำให้หนูรู้สึกสงสารและเข้าใจผู้คนที่มาสัมพันมากขึ้นค่ะครู
ช่วงนี้หนูต้องเร่งปิดงานเก่า ๆ ซึ่งมีจำนวนไม่น้อย ที่น่าทึ่งอีกอย่างก็คือ มีพี่ที่สั่งงานใหม่มาเพิ่มและจะเอาด่วน ภายในเก้าวัน ถ้าเป็นเมื่อก่อนติ๋วคงเครียดมาก ๆ เสียเวลาไปหลายวันกว่าจะหยิบขึ้นมาทำ ตอนนี้หนูคร่ำครวญน้อยลง เริ่มลงมือทำเร็วขึ้นทำเต็มที่เท่าที่ทำได้ จัดลำดับความสำคัญ เวลาไหนควรจะคุยกับใคร เวลาไหนควรจะทำ Lab เวลาไหนต้องมาทำงานเอกสาร เวลาไหนให้ตนเองได้ผ่อนคลาย
หนูไม่ปฏิเสธความเกี่ยวเนื่องกันของอดีต ปัจจุบันและอนาคต และก็พยายามทำ ณ ตอนนี้ให้ดีที่สุดค่ะ งานในอดีต จึงต้องจัดการ งาน ณ ปัจจุบันก็ต้องทำ อนาคตก็ต้องมีเป้าหมาย แต่การใช้ชีวิตอยู่จริงของหนูคือ ปัจจุบัน การมีสติอยู่กับปัจจุบัน พิจารณาถึงอดีตและอนาคตอย่างรู้ตัว ช่วยให้ใจหนูเบาสบายมากขึ้น แต่เมื่อใดที่ใจจมลงไปก็จะรู้สึกเครียดอยู่ค่ะ แต่พอระลึกขึ้นมาถึงการมีอยู่ของกายนี้แล้วก็ตามลมหายใจ ทำให้หนูใจสบายมากขึ้นค่ะครู
หนูรักครูนะคะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ครูนำร่องให้ในชีวิตนี้เป็นสิ่งล้ำค่า ครูนำพาหนูให้รู้จัดตนเองมากขึ้น ๆ ชีวิตง่ายขึ้น ๆ มันจะเป็นอะไรก็ให้มันเป็นไปค่ะ ยังไงก็จะเรียนรู้ต่อไป กราบขอบพระคุณครูค่ะ
ศีล
ข้อหนึ่ง หนูคร่ำเคร่งกับงานค่ะ ใช้ร่างกายนี้ค่อนข้างหนัก แต่เมื่อใดที่รู้สึกว่ายังมีกายนี้อยู่ ก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และก็พออยู่ได้ พาเขาไปออกกำลังกายบ้าง แต่ก็น้อยกว่าที่เคยทำค่ะครู
ข้อสอง หนูไม่ได้ขโมยของใคร และพยายามอย่างมากที่จะไม่ทำร้าย หรือทำลายของรักของใคร
ข้อสาม ใจจดจ่อกับงานทำให้ฟุ้งซ่านเรื่องนี้น้อยลงค่ะครู แต่ก็มีแว๊บคิดถึงบ้างค่ะ
ข้อสี่ ข้อนี้กิจวัตรเดิมที่เคยทำไม่ค่อยสมบูรณ์ งานที่ตั้งใจเคลียร์ก็ยังไม่เสร็จทั้งหมด แต่ก็พยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ
ข้อห้า หนูไม่ดื่มเหล้าค่ะ แปลกที่การคร่ำเคร่งกับงาน อืมเหมือนว่าทำงานเยอะ ๆ แล้วสติดีขึ้นค่ะครู

มันเป็นการตัดสินใจที่แตกต่างไง...
ความแตกต่าง...ทำให้เรามองเห็นความหวาดกลัวชัดขึ้น แต่ทุกอย่างมันก็เป็นเรื่องธรรมดานะพี่ว่า มันก็เป็นไปตามเหตุและปัจจัยมันนั่นแหละ หน้าที่ของเรานั้นมีเพียงน้อมใจลงและเรียนรู้
เราเท่านั้นจะรู้ได้เท่านั้นด้วยตัวเราเอง...
ใจหนัก...มันก็หนักของมัน ...
ใจเบา...มันก็เบาของมัน...
แต่เราไม่หนักไม่เบาไปตามมัน...เดี๋ยวติ๋วจะรู้ได้ด้วยตัวเอง
ด้วยนิสัยพี่นะ บางครั้งพี่ก็ไม่ค่อยชอบอะไรที่เป็นสูตรสำเร็จเท่าไรนัก...
ชอบความแตกต่าง แปลกแยก และไม่เหมือนใคร...5555
ขอบพระคุณค่ะพี่ปุ๋ม ณ ตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นการ
ปีนเขาต่อไป หรือ กำลังไต่ลงมา
แต่มันก็เป็นเส้นทางที่เลือก และต้องเรียนรู้ ณ ขณะนี้
เป็นโอกาส ในการขัดเกลาใจนี้
กราบขอบพระคุณพี่ปุ๋มมาก ๆ ค่ะ ติ๋วจะตั้งใจ