วรรณกรรมสมัย ร.๕ คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ บทความเชิงวัฒนธรรม

กลอนไดอารี่ซึมซาบ  : สะท้อนอัจฉริยภาพของรัตนราชกวีไทย

             สิ่งที่เขียนขึ้นนี้ มาจากผลแห่งความสำเร็จของการศึกษาวรรณกรรมในสมัย รัชกาลที่ ๔ - ๖ สมัยที่เป็นนิสิต และได้ศึกษาวิชาวรรณกรรมสมัยใหม่ ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แม้เวลาจะผ่านไปนานแล้ว แต่ยังคงเชื่อมั่นว่าข้อเขียนนี้คงจะยังประโยชน์ให้วงการศึกษาวรรณคดีไทยบ้าง

ท่านใดที่จะนำข้อเขียนนี้ไปใช้ กรุณาอ้างอิงถึงด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

                                                       ปัฐมานันท์ แสงพลอยเจริญ

              หากใครเคยอ่านบทละครเรื่อง  เงาะป่า  คงทราบว่าเป็นบทพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้ทรงเป็นรัตนราชกวีของไทย  บทพระราชนิพนธ์ของพระองค์มีทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง  อาทิ  พระราชพิธีสิบสองเดือน  ลิลิตนิทราชาคริต  ไกลบ้าน  ฯลฯ  ซึ่งล้วนสะท้อนพระอัจฉริยภาพอันสูงส่งของพระองค์  นอกจากนี้พระองค์ทรงสนพระทัยวรรณคดีประเภทล้อเลียนหรือแหวกขนบเก่า ๆ อาทิ  วงศ์เทวราช  บทเทศนามิกาทุระ เป็นต้น

                บทพระราชนิพนธ์ที่ยกมาข้างต้นเป็นที่รู้จักกันดี  และถือว่าเป็นผลงานที่ทรงคุณค่าควรแก่การยกย่อง  แต่ทว่ามีงานพระราชนิพนธ์ชิ้นหนึ่งที่หลายอาจคนอาจจะไม่สนใจในเนื้อหา   หรือไม่เคยได้ยินแม้แต่ชื่อ  นั่นคือ  “กลอนไดอารี่ซึมซาบ”  กลอนที่แสดงพระอัจฉริยภาพและอุปนิสัยส่วนพระองค์

                กลอนไดอารี่ซึมซาบเป็นบทพระราชนิพนธ์เชิงล้อเลียน  โดยทรงนิพนธ์ขึ้นเพื่อล้อเลียนกลอนทั่ว ๆ ไปที่มักจะมีการแต่งแบบ  “ซึมซาบ”  คือ   ผู้เขียนพยายามจะแต่งกลอน   แต่กลับแต่งไม่เป็นภาษา    ดังนั้นจึงทรงรำคาญ และแต่งไดอารี่เล่มนี้ขึ้นมาล้อบ้าง ดังที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ  ได้ทรงอธิบายไว้ในหนังสือ  เรื่อง  กลอนไดเอรีซึมทราบและตามเสด็จไทรโยคว่า 

               “ … เกิดแต่ทรงเบื่อหน่ายหนังสือชนิด ๑ ซึ่งเจ้านายเรียกกันว่าอย่าง  “ซึมทราบ”  คือผู้แต่งไม่รู้จักถ้อยจักคำ  ไม่รู้จักอักษรรู้แต่กลอนก็แต่งไป  แต่ยังมีคนพอใจอ่าน  จึงทรงแต่งบทกลอนอย่างซึมทราบล้อเล่นบ้าง… ไดเอรีซึมทราบนี้  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงพระราชนิพนธ์เปนอย่างหนังสือของข้าราชการฝ่ายในแต่ง  แกล้งทรงพระราชนิพนธ์  ทั้งวิธีใช้ถ้อยคำแลสัมผัสเช่นหนังสือกลอนอย่างซึมทราบ  เพราะฉนั้นต้องใช้วิธีอักษรอย่างซึมทราบจึงเปนกลอนได้ ”  (กรมศิลปากร : ๒๕๐๐, หน้า อธิบาย)

                ด้วยเหตุนี้ทำให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้ภาษาผิดพลาดอย่างจงใจเพื่อเป็นการล้อเลียน โดยเนื้อหาของกลอนนั้นเป็นการจดบันทึกประจำวัน  และแสดงข้อคิดเห็นผ่านสายพระเนตรของพระองค์  นับว่าเป็นงานประเภทร้อยกรองที่มีรูปแบบแตกต่างจากงานชิ้นอื่น  และถือว่าเป็นของแปลกใหม่ในสมัยนั้น  คือ  เป็นการจดบันทึกชีวิตประจำวัน  และใช้ภาษาผิด ๆ ถูก ๆ เพื่อล้อเลียน

               นอกเหนือจากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นกลอนไดอารี่ซึมทราบยังสะท้อนภาพประเพณี  และวัฒนธรรมอันงดงามของไทย  ได้แก่  ภาพโบราณราชประเพณี  ภาพวิถีชีวิตไทย  ภาพของการติดต่อกับชาวต่างชาติ  ซึ่งล้วนแต่เป็นภาพในรัชสมัยของพระองค์  ซึ่งในปัจจุบันหารายละเอียดในเรื่องเหล่านี้ได้ยากยิ่ง

               ดังนั้นเราจึงควรศึกษากลอนไดอารี่เรื่องนี้อย่างจริงจัง  เนื่องจากมีหลายสิ่งน่าสนใจมากกว่าการแต่งกลอนแบบซึมซาบ หรือบันทึกประจำวันธรรมดา ๆ เล่มหนึ่งเท่านั้น