การจะให้คนเราทำงานอะไรสักอย่างหนึ่ง ทำอย่างไรเขาจึงจะอยากทำและเต็มใจเมื่อได้รับคำเชื้อเชิญ ผมสงสัยว่า อะไรน้าที่ทำให้ผู้คนรู้สึกเบิกบาน มีความสุข ปลื้มใจ ภูมิใจ รู้สึกดี คุ้มค่าต่อการลงทุน คิดต่อไปมันก็น่าจะเป็นสิ่งที่ตัวเขาได้รับทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ทั้งรูปธรรมและนามธรรม ผลตอบแทนใช่หรือเปล่าน้า อึมอาจจะใช่นะ สังเกตว่าเวลา หน.บางท่านให้เด็กๆทำงานกัน โดยพยายามใส่สิ่งหนึ่งที่ตนเองยึดมั่นและศรัทธาลงไปในแบบของตน นั่นคือ ความเสียสละแรงกายแรงใจแรงอะไรสารพัดเพื่อผู้เจ็บไข้ได้ป่วย เค้าทำกันเป็นประจำ มันก็ได้ผลอยู่หรอก ทำร้อยก็ได้ผลลัพธ์สัก 5 คงจะได้ ท่าน หน.เค้าก็พยายามอย่างมากโดยการสร้างคนที่ทำหน้าที่คล้ายกับตัวเค้าและก็ระดมสอนกัน จากการทำมาได้นานพอควร เค้าก็คงได้คำตอบนะว่ากว่าจะได้ 10 นี่มันคนสอนคนอบรมคงต้องตายกันมั่ง !
จากวันนั้นก็เริ่มใช้วิธีผสมผสานโดยใช้สิ่งที่ตอบแทนที่กระทบกับคนทำงานโดยตรง ซึ่งก็ไม่ต้องคิดเองก็ได้เพราะในสังคมที่เราอยู่ การบริการต่างๆ ของเอกชนก็ใช้เงินเป็นค่าตอบแทน ก็ทำให้เรามีการพัฒนาคุณภาพการบริการที่เป็นเงื่อนไขสัมพันธ์โดยตรง ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย ก็ทำให้การบริหารการบริการขับเคลื่อนไปได้อย่างดี มีประสิทธิภาพมากขึ้น
จากหลักยึดแบบไทยๆ ที่เรารู้จักกันดีก็คือ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข สี่สิ่งนี้กระมัง น่าที่จะใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาองค์กรให้ไปสู่จุดหมายที่ตั้งไว้ได้
หากเราสามารถเลือกหยิบ และใส่ในจังหวะจะโคนที่เหมาะสม ความก้าวหน้าขององค์กรก็น่าจะดูดี สวยงาม สง่า ดั่งแชมป์เต้นรำที่เราเห็นกันจนคุ้นตา การปรับประยุกต์สิ่งต่างๆ ที่กล่าวมานี้ให้ผสมผสานกับการทำงานประจำวันของเรา ไม่ว่าเราจะเป็นเพียงคนทำงานตัวเล็กๆ หรือจะเป็นท่านผู้บริหารก็สามารถทำได้ มันเป็นของธรรมดาๆที่สามารถเปล่งประกายได้ ประสบความสำเร็จได้
เพียงเพิ่มปัญญาลงไปอีกนิดหน่อยเท่านั้น
ผมเองก็ได้ประโยชน์จากตรงนี้อย่างมากเลย มันเป็นทั้งเครื่องกระตุ้นเราสู่ความสำเร็จพร้อมกับเป็นตัวให้กำลังใจเมื่อเราท้อเพื่อให้เราได้สู้ต่อไปในโลกที่ต้องแข่งกันทั้งชีวิตครับ
