เมื่อวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2553 มีการจัดงาน Asia Pacific HR Congress 2010 ขึ้น ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งมีการเชิญ Dave Ulrich ผู้เขียนหนังสือ HR Role & Competency มาเป็นวิทยากรบรรยายให้กับผู้ร่วมงานฟัง ซึ่งผมไม่มีโอกาสไปร่วมงานนี้ แต่ก็ได้พยายามติดตามข่าวสารจากผู้ที่ได้ไปร่วมงาน และสื่อต่างๆที่มีการลงเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ และขออนุญาตหยิบยกเอาเนื้อหาบางส่วนที่ได้มีการสรุปไว้จากผู้รู้มาแบ่งปันกับ ท่านผู้อ่านซึ่งผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย
โดยคุณศิริลักษณ์ เมฆสังข์ อุปนายกฝ่ายวิชาการ สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย และ รศ.ดร.จิรประภา อัครบวร คณบดี คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ได้ร่วมกันสรุปเกี่ยวกับ HR Role & Competency ว่า หากมองในทฤษฎีของ Dave แล้วพบว่า HR ไม่ได้ทำงานเพื่อมุ่งผลลัพธ์ของตัวเอง แต่ทำงานแบบมุ่งผลไปยังองค์กร โดย HR Competency Model แบ่งเป็น 6 กรอบ คือ 1.ความน่าเชื่อถือ (Credible Activist) เนื่องจากคนทำงาน HR จะไปสร้างให้เกิดความสัมพันธ์ และต้องให้คนในองค์กรเกิดความไว้วางใจ ไม่อย่างนั้นจะไม่มีใครอยากพูดด้วย
2.เขามองว่า HR จะต้องทำงานมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล (Operational Executor)
3.ต้องเข้าใจธุรกิจ (Business Ally) ซึ่งความสามารถ 2 ตัวนี้จะต้องนำไปพัฒนาในส่วนของระบบ เพราะการพัฒนางาน HR ให้ดีขึ้นได้ ไม่ได้มองที่คนแต่มองที่ระบบ
4.ต้องพัฒนาความสามารถของตนเองและองค์กร (Talent Mgr-org Designer) คือ HR ต้องเป็นคนสร้าง Talent ในองค์กร และต้องสร้างกระบวนการต่างๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาเหมือนกับว่า HR ต้องเป็นนักออกแบบองค์กรหรือโครงสร้างองค์กร
5.สร้างวัฒนธรรมองค์กรและการเปลี่ยนแปลง (Culture & Changer Steward) และ
6.ช่วยกำหนดกลยุทธ์และนำไปสู่การปฏิบัติ (Strategy Architect) อันนี้เป็นคอนเซ็ปต์งาน HR คนทำ HR ก็เหมือนกับนักออกแบบ สถาปนิก ที่จะต้องออกแบบงานตรงนี้ให้ได้ แต่การออกแบบจะต้องสอดรับกับกลยุทธ์องค์กรด้วย
โดยโมเดลดังกล่าวเป็นโมเดลที่เกิดขึ้นจากงานวิจัยที่มีการสำรวจจากคนทำงานถึง 400 กว่าคนทั่วโลก โมเดลนี้เป้าหมายเพื่อต้องการให้ผู้ศึกษาเข้าใจว่า Competency มีการเปลี่ยนแปลงไปตามบริบท อย่างปัจจุบันการทำ CSR ยังเป็นหน้าที่ HR เลย
อย่างไรก็ตาม การจะพัฒนาพนักงานให้มี Competency HR จะต้องพัฒนาตัวเองก่อน คือต้องพัฒนาความต้องการที่จะพัฒนาคน ต้องรักในงาน และสนุกกับการทำงาน HR นอกจากนี้ หาก HR คนใดมองว่าคนแบบนี้เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เขาไม่เหมาะที่จะเป็น HR เพราะ HR ที่ดีต้องรู้จักการเปลี่ยนแปลงคนเหล่านั้น
นอกจากนี้ จะต้องรู้จักการโค้ชชิ่ง ซึ่งการโค้ชชิ่งไม่ใช่การสอนงาน เพราะคนที่จะเป็นโค้ชได้ ต้องสามารถสะท้อนภาพเพื่อทำให้คนที่ถูกโค้ชได้รับความช่วยเหลือเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง อย่างไรก็ดี ทุกวันนี้ HR จะบอกว่าผู้บริหารไม่ซัปพอร์ตไม่ว่าเขาจะทำโครงการใด นั่นเป็นปัญหาอย่างหนึ่ง บางที HR อาจไม่เคยให้ความรู้กับเขา ทำให้เจอผู้บริหารถามคำถามนี้ ดังนั้น ถ้าเขาไม่มีความรู้ด้าน HR ก็ต้องใส่ความรู้ให้กับเขา
“เราอยากให้ลดคำว่าสอนลง แต่ใช้คำว่าถ่ายทอด HR ที่ดีต้องเป็นผู้ประสานที่ดี งาน HR ไม่ใช่แค่ทำได้ทุกอย่าง แต่ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ด้วย”
ขอบคุณมาก ที่นำข้อมูลมาแบ่งปันทั้งที่ไม่ได้ไปร่วมงานสัมมนา
งาน HR เป็นงานที่สร้างสรรค์ ต้องเข้าใจคนมากๆ และต้องทำงานเชิงรุก แต่ HR ส่วนมากที่พบไม่ค่อยจะคิดสร้างสรรค์อะไร ส่วนใหญ่จะพูด เเล้วก็พูด ไม่ค่อยเห็นลงมือทำอะไรเท่าไร เเละเชื่อว่า HR ที่ดีและเก่ง ทั้งเก่งงาน และเก่งคนคงต้องมีอยู่....