เปิดใจกว้างและคิดบวก

    ไม่นานมานี้มีดิฉันโอกาสได้เข้าร่วมประชุมกับสภาการศึกษาแห่งชาติ  เมื่อได้รับเชิญแวบแรกที่รู้สึกคือ  เหมือนดีใจที่จะได้กลับไปสู่แวดวงบรรยากาศเก่าๆ ที่สกศ.เคยเชิญครูต้นแบบและครูแห่งชาติมาทำกิจกรรมร่วมกัน  ขอบคุณ สกศ.นะคะที่ทำให้มีพื้นที่เช่นนี้อีก  ทั้งตลอดมาแม้จะห่างหายไปแต่ สกศ. ก็ยังคงส่งข่าวคราวข้อมูลใหม่ๆในการพัฒนาการศึกษาและพัฒนาตนเองมาให้อยู่เสมอ  ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
    การประชุมนี้เป็นโครงการเสริมพลังปัญญาครูต้นแบบและครูแห่งชาติเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน  โดยมีกิจกรรมการจัดการความรู้ด้วยเรื่องเล่าเร้าพลัง  ตรงนี้แหล่ะค่ะที่อยากนำมาเล่าสู่กันฟัง
    เมื่อเริ่มต้นกิจกรรม  วิทยากรบอกว่าให้เล่าเรื่องที่ตนเองประสบความสำเร็จและภาคภูมิใจในการจัดการเรียนรู้ของตัวเอง 
 เมื่อแรกก็รู้สึกขัดเขินที่จะพูดแสดงตนเองเช่นนี้  กังวลว่าเพื่อนร่วมกลุ่มจะคิดอย่างไร  จะว่าเราโอ้อวดหรือไม่  แต่จะอย่างไรก็ต้องพูดค่ะเพราะกิจกรรมมันบังคับอยู่  ระหว่างนั้นเองวิทยากรก็กำชับอีกว่า  ให้เปิดใจกว้างและคิดในทางบวก  ก็พยายามกำกับจิตใจอย่างนั้น (อยากบอกว่าอย่าลืมนะคะว่าที่ประชุมนี้มีแต่คุณครูที่ผ่านการคัดเลือกในผลงานมาแล้วทั้งนั้น)  บางครั้งก็วอกแวกบ้างอดคิดไม่บวก  แต่เมื่อใจนิ่งแล้วประโยชน์ที่ได้รับนั้นมากมาย  ทุกสิ่งทุกเทคนิคที่ได้ฟังสามารถนำกลับไปปรับใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้หมดเลย
    เมื่อใจเปิดกว้างและคิดแต่ในทางที่ดี  ให้เกียรติกัน  สิ่งที่ดีๆ ก็หลั่งไหลเข้ามาหาเรา  นี่คือสิ่งที่ดิฉันได้รับจากกิจกรรมนี้  นอกเหนือไปจากตัวองค์ความรู้ทั้งหลาย  ถ้าเราทุกคนหรือส่วนใหญ่ทำได้  "เปิดใจให้กว้าง  คิดแต่ในทางที่ดี  และให้เกียรติแก่ผู้คน" ดิฉันเชื่อว่า เราก็จะมีความสุขในสิ่งที่เราทำ  เหมือนที่ดิฉันได้รับจากการไปประชุมครั้งนี้  อยากให้เพื่อนๆ ได้รู้สึกเช่นนี้บ้างค่ะ 
    พบกันอีกครั้งในคราวต่อไปนะคะ