บทความ :การจัดการความรู้เพื่อเพิ่มสมรรถนะองค์กร
โดย นางสุมลฑา ชูจร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
การพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้ มีลำดับการพัฒนาดังนี้
1 การคิดหาตัวแบบในการจัดการความรู้
2 การจัดทำโครงการ
3 การดำเนินการตามแผน
4 การติดตามผลและรายงานผล
5 สรุปหาจุดเด่นจุดด้อย เพื่อการพัฒนาต่อไป
กระบวนการการจัดการความรู้
1 การกำหนดเป้าหมายในการจัดการความรู้
2 การค้นหาความรู้ในตัวคน
3 การสร้างความรู้จากครูต้นแบบ
4 การเลือกหรือการกลั่นกรอง
5 การจัดการความรู้ให้มีระบบ
6 การเผยแพร่ความรู้
7 การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
8 การนำความรู้มาเก็บเป็นหน่วยความรู้
9 การติดตามตรวจสอบ วัดผล การจัดการความรู้
ตัวอย่างการจัดการความรู้เพื่อเพิ่มสมรรถนะคนในสถานศึกษาให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้
การจัดการความรู้ให้ครูมีความรู้ความเข้าใจในรูปแบบการจัดการประกันคุณภาพการศึกษา สามารถจัดได้ดังนี้
ขั้นที่ 1 ขั้นไม่รู้
1) แต่งตั้งคณะกรรมการประกันคุณภาพของสถานศึกษาเพื่อศึกษาพัฒนา และดำเนินการเกี่ยวกับการประกันคุณภาพของสถานศึกษา
2) ศึกษาองค์ประกอบ ดัชนีบ่งชี้คุณภาพ และเกณฑ์ตัดสินที่จะนำมาใช้ในการประกัน
คุณภาพโดยให้แต่ละฝ่าย/งานกำหนดค่ามาตรฐานที่จะใช้ในการประกันคุณภาพที่เป็นไปได้และสอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริงตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ
ขั้นที่ 2 ขั้นรับรู้
1) จัดประชุมเพื่อให้ความรู้แก่บุคลากรของสถานศึกษาในเรื่องการประกันคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ให้บุคลากรของสถานศึกษาตระหนักถึงความสำคัญของการประกันคุณภาพ และเข้าใจระบบกระบวนการ
ขั้นตอนการประกันคุณภาพ
2) จัดทำคู่มือการประกันคุณภาพ
ขั้นที่ 3 ขั้นเลียนรู้
1) ดำเนินกิจกรรมการประกันคุณภาพการปฏิบัติงานตามคู่มือที่กำหนด รวมทั้งการเร่งรัด สนับสนุน ปรับปรุง ระบบและกลไก การดำเนินงานภายในหน่วยงานให้สอดคล้องกับ องค์ประกอบและดัชนีบ่งชี้คุณภาพที่กำหนดไว้
2) กำหนดวิธีการตรวจสอบ ประเมินคุณภาพ และดำเนินการตามขั้นตอนที่หน่วยงานต้นสังกัดกำหนด
ขั้นที่ 4 ขั้นเรียนรู้
1) พัฒนาระบบการควบคุมการประกันคุณภาพการเพื่อเป็นแนวปฏิบัติสำหรับบุคลากร
2) ดำเนินการพัฒนาบุคลากรให้เพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ เพื่อการพัฒนาประสิทธิภาพ
3) จัดทำรายงานการศึกษาตนเองและรายงานการประกันคุณภาพ
4) ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
5) เผยแพร่ข่าวสารการประกันคุณภาพไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
6) จัดทำรายงานการประเมินตนเองและส่งเสริม หรือแก้ไขปรับปรุงงานตามผลที่ได้รับจากการประเมิน
ประโยชน์ที่เกิดต่อสถานศึกษา
1. ทำให้ความรู้เกี่ยวกับการประกันคุณภาพยังคงอยู่กับสถานศึกษา ไม่สูญหายไปกับบุคลากร
2. สะดวกในการเข้าถึงความรู้ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจ เนื่องจากผู้ที่มีหน้าที่ตัดสินใจต้องสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและมีคุณภาพ
3. ทำให้ผู้ปฏิบัติงานประกันคุณภาพมีความเข้าใจในงานและวัตถุประสงค์ของงาน โดยไม่ต้องมีการควบคุม หรือมีการแทรกแซงมากนักจะทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถทำงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดการพัฒนาจิตสำนึกในการทำงาน
การจัดการความรู้ที่ดี จึงช่วยให้องค์กรและบุคลากรมีความเข้มแข็ง เกิดการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมและวิธีการทำงาน การแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ซึ่งกันและกัน จะช่วยก่อให้เกิดความเปิดเผย การยอมรับซึ่งกันและกันภายในองค์กร เพิ่มศักยภาพในการตัดสินใจและการทำงานเชิงรุก สร้างนวัตกรรมและความคิดริเริ่ม นอกจากนี้ยังช่วยผลักดันให้มีการปรับปรุงและพัฒนาการทำงานอย่างต่อเนื่อง
อ้างอิง
พรธิดา วิเชียรปัญญา. การจัดการความรู้. [online]. เข้าถึงได้จาก :
http://km.doe.go.th/prdoc/km11_1.doc
สำนักหอสมุดกลางมหาวิทยาลัยศิลปากร. การประกันคุณภาพ. [online]. เข้าถึงได้จาก :
http://www.lib.su.ac.th/qa/