สืบเนื่องจากตอนก่อน ผมอยากเขียนวิธีการทำ SWOT ในมุมมองของ Appreciative Inquiry ต่อครับ เคยเจออย่างนี้ไหมครับ คือทำ SWOT Analysis ออกมาแต่ Synthesis (เอาไปใช้ไม่ได้) จุดแข็งก็กลายเป็นจุดแข็งอยู่อย่างนั้น จุดอ่อนก็อ่อนตลอดชาติ โอกาสเห็นๆ แต่ก็เห็นอย่างกะอากาศ ภัยคุกคาม ก็คุกคามจนเหมือนเป็น องค์กรติดคุก ไปทุกที
ว่ากันที่จุดแข็งก่อนครับ จุดแข็งมักเป็นจุดแข็งที่ "ว่ากันเอาเอง" ขาดหลักฐานครับ หลักฐานเชิงประจักษณ์ในแบบ Appreciative Inquiry คือหลักฐานแบบ "ร่องรอย" ครับ ยกตัวอย่างเรื่องคน อันนี้เป็น case แถวโรงงานสระบุรี
ถ้า SWOT แบบเดิมอาจเป็น จุดแข็งของเราคือแผนกทรัพยากรบุคคลที่มีประสบการณ์มายาวนาน
ครับ แล้วไง เอาไปทำอะไรเหรอ
แต่มีวันหนึ่งเราไปถามคนงานเข้าใหม่ ว่า "เขาภูมิใจอะไรที่สุดตั้งแต่อยู่นี่มา" คนงานคนนี้บอกว่า "เขาเก่งงานเร็วกว่าที่คิด เพราะมีป้าคนหนึ่งในสายการผลิตช่วยสอนงานให้ ป้าคนนี้เก่งมากครับ"
นี่ครับถ้าคุณลองถามอะไรทำนองนี้ คุณอาจเจอจุดแข็งที่ซ่อนเร้นอยู่ในองค์กร เอาไปทำอะไรได้ครับ ข้อนี้เราจะเห็นได้เลยว่า นี่คือจุดแข็งที่เอาไปใช้งานได้ ตอนหลังผมเลยยุให้เขาทำโครงการปราชญ์โรงงานครับ คือหาคนเก่งในโรงงานให้มากที่สุด เพราะอะไรครับ นี่หมายถึงการลดระยะเวลาฝึกอบรมใช่ไหมครับ เพราะแต่ก่อนจะสอนงานทีก็จัดอบรมกันละ แต่นี่อยากเก่งเรื่องนี้ก็ให้ป้าในสายการผลิตคนนี้สอนได้เลย
งานของ HRD เบาลงแน่นอน โรงงานได้คนเก่งงานเร็วขึ้น ลดของเสียได้อีก
นี่แหละครับการทำ SWOT แบบ AI เราเน้นหา "ร่องรอย" ของเรื่องดีๆในองค์กร และนี่คือจุดแข็งที่แท้จริงครับ เพราะจุดแข็งบางที่ไม่ชัดหรอกครับ และแนะนำให้หาให้มากที่สุด หาบ่อยๆ หาทุกวันทุกสัปดาห์ครับ ไม่ใช่ปีละครั้ง ไม่งั่นจะได้จุดแข็งที่เอาไปทำอะไรไม่ได้ครับ เป็นจุดแข็งลอยๆ

การหา SWOT แบบนี้จะได้ทั้งหลักฐานเชิงประจักษ์ และรวมทั้งสามารถพัฒนาการมีส่วนร่วมจาก Stakeholders ได้อย่างเป็นรูปธรรมครับ
ในปีนี้สำหรับในองค์กร ผมจะแนะนำชุดคำถามโดยใช้ Key Word สามคำคือ หรือ 3 ใจครับ
"โดนใจ ดั่งใจ และได้ใจ" ทำทั้งภายในและภายนอกครับ
เช่นลองถามคนในองค์กรดูสิครับ
"ผลงานของใครโดนใจคุณที่สุด"
"ตั้งแต่ทำงานมาใครทำอะไรจนได้ดั่งใจคุณที่สุด"
"ตั้งแต่ทำงานมาใครทำอะไรจนได้ใจคุณบ้าง"
คุณจะเจออะไรดีๆครับ คุณจะเจอร่องรอยจุดแข็ง และอย่าพึ่งตกใจนะครับ ว่ามันช่างน้อยนัก ถ้าน้อยก็ทำให้มาก ทำให้บ่อยๆ ทำให้เป็นระบบเท่านั้นเองครับ แล้วจุดแข็งที่เป็นร่องรอยเล็กๆแต่แรก อาจกลายเป็นจุดแข็งถาวร จนถึงขั้นเป็นวัฒนธรรมองค์กรไปเลย

อ.โย ครับ
อ่านบทความของอาจารย์แล้วหูตาสว่างขึ้นมามากเลยครับ โดยเฉพาะ
ทำ SWOT Analysis ออกมาแต่ Synthesis (เอาไปใช้ไม่ได้) จุดแข็งก็กลายเป็นจุดแข็งอยู่อย่างนั้น จุดอ่อนก็อ่อนตลอดชาติ โอกาสเห็นๆ แต่ก็เห็นอย่างกะอากาศ ภัยคุกคาม ก็คุกคามจนเหมือนเป็น องค์กรติดคุก ไปทุกที ว่ากันที่จุดแข็งก่อนครับ จุดแข็งมักเป็นจุดแข็งที่ "ว่ากันเอาเอง" ขาดหลักฐานครับ
ประเด็นนี้ "โดน" เต็มๆครับ พร้อมกับอาจารยฺก็มีทางออกให้
หลักฐานเชิงประจักษณ์ในแบบ Appreciative Inquiry คือหลักฐานแบบ "ร่องรอย"
ขอบคุณบทความที่เป็นประโยชน์มากๆเลยครับ
เรียนท่านอาจารย์ Small Man ดีใจที่บทความนี้เป็นประโยชน์ต่อท่านครับ
ผมจะเขียนมาอีกครับ
เข้าใจมากขึ้นวันนี้เองค่ะ
ตรงนี้นำไปใช้ได้เลยค่ะ >>>โดนใจ ดั่งใจ และได้ใจ"
ขอบพระคุณอ.โย มากค่ะ
อ.โย คะ
อ.ปลา ยืนอยู่ข้างหน้าโต๊ะชาดานี่เองค่ะ
ท่านฝากสวัสดีอ.โยผ่านมาทาง blog นี้ค่ะ
แล้วก็ฝาก happy birthday ล่วงหน้าด้วยค่ะ
ฝากขอบคุณด้วยครับ
อ.โย