รองเลขาฯ กกต.แจง "เอกชัย" มีสิทธิ์เสนอขึ้นเงินเดือนตัวเองตามระเบียบ เผยเลขาฯ กกต.คนเก่าทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง ขณะที่ สนง.เลขาธิการวุฒิฯ รับจนปัญญาระงับจ่ายเงินเดือน ส.ว.ซ้ำซ้อน             เผยต้องทำตามพระราชกฤษฎีกา "บรรเจิด" จี้อย่าเถรตรง แค่อ้าง พ.ร.ฎไม่ได้ ที่ผ่านมาผิดพลาดมาเยอะ ยันต้องพิจารณาจากการปฏิบัติหน้าที่จริงไม่ใช่ยึดตำแหน่ง             เมื่อวันที่   13   มิถุนายน นายสถาพร สันติบุตร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารกลาง   กล่าวถึงกรณีที่   พล.ต.ต.เอกชัย วารุณประภา เลขาธิการ กกต. ได้ยื่นเรื่องขอขึ้นเงินเดือนตนเอง ภายใต้ระเบียบ กกต.   ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล   พ.ศ. 2547 ว่าระเบียบดังกล่าวครอบคลุมถึงเลขาธิการ กกต.   เพราะตามระเบียบเลขาธิการ    กกต.   ถือเป็นพนักงาน กกต. ในแบบที่เรียกว่าเป็นพนักงานตามสัญญาจ้าง    ซึ่งมีวาระคราวละ   5   ปี เป็นได้ไม่เกิน 2 ครั้ง และต้องมีอายุไม่เกิน   65    ปี   ลักษณะเดียวกับตำแหน่งของผู้ตรวจการ กกต. ที่หากอายุ ถึง   65 ปี ก็จะเป็นสัญญาจ้างปีต่อปี   ขณะที่พนักงานคนอื่นถือเป็นพนักงานประจำของ กกต. ซึ่งเกษียณเมื่ออายุ 60 ปี             นายสถาพรกล่าวว่า   การขึ้นเงินเดือนของพนักงานที่มีการปรับขึ้นเมื่อครั้งที่ผ่านมา ก็เป็นการพิจารณา ปรับขึ้นไปตามที่รัฐบาลอนุมัติให้กับข้าราชการ   และที่ผ่านมาพนักงานประจำของ   กกต.ได้ปรับไปหมดแล้ว   เหลือแต่ของเลขาธิการ กกต. ซึ่งก็มีการยื่นเรื่องมา และขณะนี้ก็กำลังดำเนินการอยู่ แต่ยังไม่เรียบร้อย "เหตุที่เงินเดือนของเลขาธิการ   กกต.ไม่ปรับไปพร้อม ๆ    กับพนักงานประจำคนอื่น ๆ นั้น   เนื่องจากเมื่อเป็นพนักงานคนละประเภทก็ มีการแยกทำคนละบัญชี   ซึ่งพนักงานคนอื่นก็จะได้พิจารณาการเลื่อนขั้นทุกปี   ในขณะที่เลขาธิการ กกต. เป็นสัญญา จ้างที่ไม่มีขั้น จึงต้องแยกดำเนินการภายหลัง   ซึ่งสมัยที่ ร.ต.วิจิตร   อยู่สุภาพ   เป็นเลขาธิการ กกต.   ก็มีการพิจารณา ปรับเงินเดือนให้ตามที่รัฐบาลอนุมัติ" นายสถาพรกล่าว             ส่วนความเคลื่อนไหวการจ่ายเงินเดือนซ้ำซ้อนให้   ส.ว.ทั้ง   2 ชุด คือ ชุดรักษาการ   ส.ว. และชุด   ส.ว.ชุด ใหม่ที่ยังไม่ได้ปฏิญาณตนเข้ารับตำแหน่ง   ภายหลังจากที่มีรายงานข่าวจากนายบุญศักดิ์ เจียมปรีชา อธิบดีกรมบัญชีกลาง ให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่มีการจ่ายเงินเดือน ส.ว.ซ้ำซ้อน             ล่าสุด   มีรายงานข่าวจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาว่า    การจ่ายเงินเดือนซ้ำซ้อนไม่สามารถแก้ไขได้ ในตอนนี้    เพราะหลักในการจ่ายได้ยึดตามหลักพระราชกฤษฎีกา    (พ.ร.ฎ.)   เงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของ ส.ว. ส.ส. และกรรมาธิการ   พ.ศ.   2535 และหากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ   อาจจะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายก็ได้    ทางสำนักงานฯ   ค่อนข้างสับสนกับการให้สัมภาษณ์ของอธิบดีกรมบัญชีกลาง   และยังยืนยันว่าการจ่ายเงินเดือนได้มีการปรึกษาหารือกันอย่างชัดเจนแล้วว่าต้องมีการจ่ายทั้ง 2 ชุด             รายงานข่าวแจ้งอีกว่า   ถึงแม้จะมีกระแสต่อต้านจากนักวิชาการและ ส.ว.ชุดเก่าและชุดใหม่   ก็ไม่สามารถที่จะ ดำเนินการใด ๆ   ได้ในขณะนี้   เมื่อมีการกำหนดออกเป็นข้อกฎหมายก็ต้องแก้ไขที่ตรงนั้น   ก็ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรเหมือนกัน   อยากให้หลายฝ่ายคิดถึงหัวอกของ   ส.ว.ใหม่ที่ได้รับการรับรองจาก กกต.แล้วลาออกจากตำแหน่ง เดิม   บางคนเป็นถึงข้าราชการได้รับเงินเดือนหลายหมื่นบาท   เมื่อลาออกมาเงินเดือนตรงนี้ก็ต้องหายไปด้วย ดังนั้นจึงอยากให้ เห็นใจเขา             แหล่งข่าวจากสำนักงานฯ    ยังแจ้งอีกว่า   มี ส.ว.ใหม่บางคนพยายามโทรศัพท์มายังสำนักงานฯ   โดยกังวลว่าเงินเดือนที่ต้องมีการจ่ายย้อนหลังจะไม่ได้รับเหมือนดังที่หลายฝ่ายออกมาคัดค้าน ซึ่งแต่ละวันรับโทรศัพท์ไม่ต่ำกว่า 10 สาย             ทั้งนี้     แหล่งข่าวจากสำนักงานฯ    ยังเห็นว่ากรณีที่เกิดขึ้นกระทบกับภาษีของประชาชน แต่ไม่สามารถ แก้ไขให้ทันใจเหมือนอย่างที่หลายคนต้องการ    จึงต้องรอเวลา และจนถึงขณะนี้ยืนยันว่ายังไม่มีการจ่ายเงินเดือนให้   ส.ว. ชุดใหม่    เพราะขั้นตอนทางธุรกรรมยังไม่เสร็จสิ้น    แต่สำนักงานฯ    เห็นช่องว่างของ พ.ร.ฎ. และกำลังเตรียมร่างแก้ไขช่องว่างตรงนี้      ซึ่งอาจไม่ทันใช้ในชุดปัจจุบันนี้ได้ ส่วนกระแสข่าวรักษาการ ส.ว.ทำหนังสือเพื่อขอให้ สำนักงานฯ   และกระทรวงการคลังเปลี่ยนแปลงมติการจ่ายเงินเดือนให้จ่ายชุดเดียว   ทางสำนักงานฯ ยินดีที่จะรับหนังสือไว้พิจารณา เพื่อหาทางแก้ปัญหาชาติต่อไป             ขณะที่   นายบรรเจิด   สิงคะเนติ   อาจารย์คณะนิติศาสตร์   ม.ธรรรมศาสตร์ กล่าวว่า การกล่าวอ้าง ถึง   พ.ร.ฎ.จึงยังไม่มีคำสั่งยับยั้งการจ่ายเงินเดือนซ้ำซ้อน   เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น และเป็นความพยายามเบี่ยงประเด็น   ขณะนี่ สังคมไม่ได้พูดถึง พ.ร.ฎ.   แต่พูดถึงการจ่ายเงินเดือนบนพื้นฐานสมาชิกภาพบวกการทำหน้าที่   หรือการจ่ายเงินเดือน ตามสมาชิกภาพอย่างเดียว   ซึ่งสังคมส่วนใหญ่ได้ตั้งข้อสังเกตุไว้ว่า ส.ว.ที่สามารถรับเงินเดือนได้คือ ส.ว.ที่มีสมาชิก ภาพและทำหน้าที่ด้วย   ส่วน ส.ว.ที่มีเพียงสมาชิกภาพอย่างเดียว แต่ไม่ได้ทำหน้าที่ไม่สมควรมารับเงินเดือนด้วย            "มี พ.ร.ฎ.หลายตัวที่ออกมาแล้วมีข้อผิดพลาด   บางตัวศาลปกครองถึงกับยกเลิกไปเลยก็มี การใช้ข้ออ้าง พ.ร.ฎ.เพื่อให้มีการประวิงเวลา   ต่ออายุในการจ่ายเงินเดือนให้กับบุคคลที่ไม่ได้ทำประโยชน์ให้กับชาติ บ้านเมือง    จึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง   เพราะฉะนั้นก่อนที่จะตัดสินใจอะไรออกมาเป็นมติ   ควรจะผ่านการคิดอย่างรอบคอบมา ก่อน   พ.ร.ฎ.ออกมาผิดพลาดได้ก็แก้ไขหรือยกเลิกได้   ผมไม่อยากเห็นใครเอาเปรียบบ้านเมืองและประชาชนที่เสียภาษี" นักวิชาการผู้นี้กล่าว             นายเสรี    สุวรรณภานนท์   รักษาการ ส.ว.กรุงเทพฯ กล่าวว่า หากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาอ้าง เรื่อง   พ.ร.ฎ. แสดงว่าความผิดนี้ต้องตกไปที่ฝ่ายบริหารที่ไม่รอบคอบในการรักษาผลประโยชน์ชาติ ดังนั้นเมื่อเห็นว่าปัญหามาจากตรงไหนก็ต้องแก้ไขที่ตรงนั้น             ส่วนความคืบหน้าในการจัดทำหนังสือเพื่อขอให้สำนักเลขาธิการวุฒิฯ และกระทรวงการคลังทบทวน นั้น    นาย เสรีกล่าวว่า   ขณะนี้อยู่ในขั้นศึกษาข้อมูล ซึ่งหากมีรายละเอียดชัดเจนตนก็จะทำหนังสือยื่นแก่สำนักงานฯ ทันที             นายเจิมศักดิ์    ปิ่นทอง   รักษาการ ส.ว.กรุงเทพฯ กล่าวว่า หากดูตามตรรกะก็เป็นเรื่องที่ตลกดีที่คนไม่ ทำงานแต่กลับมานั่งกินเงินเดือน    มันเป็นข้อสังเกตง่าย ๆ    ที่การจ่ายเงินควรจ่ายให้คนที่ทำงาน   หลักการมันควรเป็นแบบ นั้น   ส่วนแนวคิดที่ให้รักษาการ ส.ว.ทำหนังสือเพื่อเพิกถอนมติสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาและกระทรวงการคลังเรื่องการ จ่ายเงินเดือนซ้ำซ้อน   เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ   ตนจะนำไปหารือกับ ส.ว.ในกลุ่มอีกหลายคนว่าจะช่วยเหลือประชาชนที่เสียภาษีได้อย่างไร   โดยอาจจะมีการหารือกันว่าการจ่ายควรจะจ่ายชุดใดชุดหนึ่งที่ทำงานหรือไม่.

ไทยโพสต์, ไทยรัฐ (คอลัมน์จับประเด็น)  14  มิ.ย.  49