• การเอื้ออำนาจ (Empowerment) เป็นหลักการ และทักษะการบริหารของนักบริหารสมัยใหม่  ผู้บริหารยุค KM
• เป็นวิธีการ “บริหารจากข้างหลัง”   “นำจากข้างหลัง”   “ส่งเสริมให้ทุกคนเป็นผู้นำ”
• ผู้บริหารเปลี่ยนจากเน้นทำหน้าที่สั่งการ มาเป็นเน้น “ร่วมสร้างฝัน” และ “จับภาพ” ความสำเร็จน้อยใหญ่    นำมาชื่นชม และส่งเสริมให้สมาชิกขององค์กรได้มีความสำเร็จของตน/กลุ่มตน เพิ่มขึ้น
• เอื้ออำนาจให้สมาชิกองค์กรได้เป็นเจ้าของความฝันเล็กๆ ของตน/กลุ่มตน ภายใต้ความฝันใหญ่ ขององค์กร    และเป็นเจ้าของความสำเร็จเล็กๆ ตามความฝันนั้น
• เอื้ออำนาจให้เจ้าของ (ร่วม) ของความสำเร็จได้เป็นผู้นำเสนอเรื่องราวของความสำเร็จนั้นในโอกาสต่างๆ    โดยผู้บริหารหลีกเลี่ยงการเข้าไปนำเสนอความสำเร็จสรุปรวบยอดเพียงคนเดียว    ในกรณีที่เจ้าของ (ร่วม) ของความสำเร็จไม่มีทักษะในการนำเสนอ ก็เอื้ออำนาจโดยการจัดซ้อม จัดโค้ชให้ 
• ผู้บริหารที่เชื่อในพลังเอื้ออำนาจ เป็นผู้เชื่อในศักยภาพของมนุษย์ และเชื่อในการจัดการองค์กรแบบ    เคออร์ดิค   มากกว่าการจัดการแบบควบคุม-สั่งการ
• ขอยกตัวอย่างบุคคลที่เป็นยอดนักเอื้ออำนาจ คือ ศ. นพ. ประเวศ วะสี ท่านเล่าว่า ท่านไม่ต้องการเป็น “ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเลือด” ตามที่คนเขายกย่อง    จึงหาทางเอื้อโอกาสและโฆษณาให้คนที่มาหาได้ทราบว่า ศ. พญ. อนงค์ เพียรกิจกรรม เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ในโอกาสต่างๆ    ในที่สุด ศ. พญ. อนงค์ ก็เป็นที่ยอมรับจริงๆ    ในด้านโรคเลือดจางธาลัสซีเมียก็ยกย่อง นพ. สง่า ภู่ตระกูล  แต่ นพ. สง่าเสียชีวิตไปก่อน ก็หันมาสร้าง ศ. นพ. สุทัศน์ ฟู่เจริญ หาวิธีให้ ศ. นพ. สุทัศน์ ได้มีโอกาสแสดงความสามารถ จนเวลานี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก    ผมจึงได้ข้อสรุปว่ารูปแบบหนึ่งของการเอื้ออำนาจคือการให้โอกาสแสดงความสามารถ และคอยช่วย “ดันหลัง” นิดหน่อย ตอนกระดูกยังอ่อนอยู่    ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ได้เติบโตมาภายใต้การเอื้ออำนาจของ อ. หมอประเวศ    ลำพังความสามารถส่วนตัวล้วนๆ ผมเดินได้ไม่ไกลขนาดนี้หรอกครับ
• ผู้บริหารแบบเอื้ออำนาจ คือ นักสร้างคน

วิจารณ์ พานิช
๑ มิย. ๔๙