การสร้างแรงจูงใจที่มีต่อความพึงพอใจในงานและความผูกพันที่มีต่องาน
คุณเคยสังเกตคนที่มีกำลังใจในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพบ้างหรือไม่ บางคนที่อาจจะมีหรืออาจจะไม่มีความสามารถเหนือคนอื่น แต่มีความอดทนที่จะทำงานหนักหรือมีความพยายามมากกว่าคนอื่น นักจิตวิทยาได้ให้ความหมายกับคุณสมบัติหรือการกระทำนี้ว่าเป็นความทะเยอทะยานหรือมีแรงจูงใจ
แรงจูงใจไม่ใช่สิ่งที่มองเห็นได้แต่อนุมานได้ ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานให้มีความพึงพอใจในงานมากขึ้น เพื่อที่จะนำไปสู่การได้มาซึ่งผลงานที่ดี อาจกล่าวได้ว่า แรงจูงใจในการทำงาน หมายถึง กระบวนการจูงใจที่มีต่อการทำงาน ประกอบด้วยปัจจัย 3 อย่าง โดยแต่ละปัจจัยมีความสัมพันธ์กันอย่างสูงกับองค์การและบุคคล ได้แก่
- ทิศทาง (Direction) เป็นการกำหนดวิธีในการปฏิบัติเพื่อบรรลุสิ่งที่มุ่งหวัง องค์การต้องการลูกจ้างที่สามารถบังคับตัวเองให้ทำงานด้วยความรับผิดชอบ ในขณะเดียวกัน ลูกจ้างต้องการงานที่สร้างแรงบันดาลใจและได้รับความไว้วางใจ
- ความกระตือรือร้น (Intensity) แสดงถึงระดับของความทุ่มเทในการพยายามทำให้เราไปถึงเป้าหมาย องค์การต้องการลูกจ้างที่แสดงให้เห็นถึงแรงผลักดันในการทำงาน สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องมีคนชี้แนะ ในขณะเดียวกัน ลูกจ้างก็หวังว่าจะได้รับมอบหมายงานที่น่าสนใจ
- ความทนทาน (Duration) ทนที่จะรักษาพลังงานไว้จนผ่านช่วงเวลาไปได้ องค์การต้องการลูกจ้างที่ทำงานผ่านช่วงเวลาที่ดีและแย่ได้ ในขณะเดียวกัน ลูกจ้างต้องการงานที่สามารถทำเป็นเวลานาน ๆ ได้
การศึกษาเรื่องแรงจูงใจมีปัจจัยที่สำคัญและเกี่ยวข้องอยู่ 2 ประการ คือ
- ผู้บริโภคหรือลูกค้ากลายเป็นผู้เคราะห์ร้ายหรือเหยื่ออยู่เสมอ เพราะคุณภาพของผลิตผลที่ออกมาไม่ดี ทำให้เกิดการร้องเรียนเนื่องจากสินค้าไม่มีคุณภาพ
- มีความเป็นไปได้ที่จะต้องใช้เวลาถึงครึ่งชีวิตหรือมากกว่านั้นอยู่กับงาน มันเป็นเวลาที่ยาวนานที่อาจทำให้คุณผิดหวัง ไม่สมหวัง ไม่มีความสุข และจะส่งผลต่อความรู้สึกที่มีต่อครอบครัว ชีวิตในสังคม และอาจจะกระทบต่อสุขภาพร่างกายด้วย
ก็ดีคะ ได้ความรู้มากขึ้น.