คุณนิรมลตั้งคำถามอาจารย์แหววในโกทูโนเมื่อ ส. 20 ก.พ. 2553 เวลา 00:11 น. ว่า “เรียน อาจารย์แหวว ดิฉันแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับอเมริกันเป็นเวลา 5ปีแล้ว และสามีได้มาอาศัยอยู่ในเมืองไทยเป็นเวลา6 ปีแล้วค่ะและไม่เคยเดินทางออกนอกประเทศเลยเพราะตั้งใจเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองไทย แบบเกษียนและใช้ชีวิตบั้นปลาย ดูแลอุปการะภรรยาไทย และก่อนที่สามีจะตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่เมืองไทย ได้ขายกิจการ บ้านที่อยู่อาศัยไปเรียบร้อย มีเฉพาะรายคือซื้อขาย และลงทุน หุ้น ขอAmerican Trade สามีตอนนี้อายุ57 ปีค่ะ ไม่เคยมีบุตรเลย แต่หลังจากอยู่กินกันมา เป็นเวลา 3 ปี ปรากฎว่า ดิฉันได้ตั้งครรภ์ และตอนนี้ มีลูกชายอายุ 2ขวบ กับ 6 เดือนค่ะ ปัญหาเริ่มตามมาแล้วละค่ะทีนี้ ตอนนี้น้องได้แจ้งเกิดที่เมืองไทยเรียบร้อยแล้วค่ะ และได้แจ้งเข้าทะเบียนบ้านของดิฉัน มีเลขบัตรประชาชนเรียบร้อย ดิฉันอาศัยอยู่ต่างจังหวัดค่ะ ที่จ.อุบลราชธานี ที่นี่ รร.รัฐบาลไม่รับเด็กที่เป็นลูกครึ่งเลยค่ะ จะต้องเอาน้องไปเข้าเรียน นานาชาติอย่างเดียวเหรอค่ะ ประเด็นที่อยากจะถามอาจารย์ก็คือ 1. น้องสามารถถือบัตรประชาชนเหมือนคนไทย 100 เปอร์เซ็นต์ ได้หรือเปล่าค่ะ และจะมีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้างคะ 2.น้องสามารถใช้สองสัญชาติได้ไหมค่ะ ถ้าหากน้องถือ 2 พาสปอร์ต จะมีได้ไหมค่ะ มีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้างค่ะ 3.น้องสามารถเข้าเรียนโรงเรียน รัฐบาล มหาวิทยาลัยรัฐ อย่างธรรมศาสตร์ จุฬาฯ และจบออกมารับราชการไทยได้ไหมค่ะ 4.ถ้าหากน้องต้องสละสัญชาติใด สัญชาติหนึ่ง มีผลอย่างไรบ้างค่ะ สุดท้าย ข้อ5. ถ้าสามีมาอาศัยอยู่ในเมืองไทยโดยไม่เคยเดินทางออกนอกประเทศเลยเป็นระยะเวลากี่ปีค่ะถึงจะสามารถร้องของสัญชาติไทยและใส่ชื่อเข้าในทะเบียนบ้านของดิฉันได้ ต้องขอโทษอาจารย์ด้วยน่ะค่ะ ที่ต้องถามมากขนาดนั้น เพราะว่าดิฉันเองก็มีโรงงาน และทำกิจการหลายอย่างที่เมืองไทยอีกทั้งสามีเอง ก็ไม่มีญาติที่อเมริกาเลย ถ้าหากน้องจะต้องเข้า เรียนอินเตอร์อย่างเดียว ไม่สามารถเข้าเรียน มหาลัยดังๆ ดีๆ ได้ดิฉันคงต้องตัดสินใจย้ายกลับไปดูแลลูกพร้อมกับสามีที่อเมริกาแน่ ๆ เลยค่ะ ตอนนั้นปัญหาคงต้องตามมาอีกเยอะ ๆ มากมายช่วย แนะนำแนวทางให้ด้วยน่ะค่ะ เพื่อเป็นการตัดสินใจไม่ต้องให้เจ็บทั้ง 3 ฝ่ายค่ะ ขอแสดงความนับถือ”

ในประการแรก สิทธิทางการศึกษาเป็นสิทธิมนุษยชน ดังนั้น โรงเรียนจะปฏิเสธการเข้าเรียนของเด็กมิได้เลย จึงแปลกใจมากที่คุณบอกว่า “รร.รัฐบาลไม่รับเด็กที่เป็นลูกครึ่งเลยค่ะ” 

ในประการที่สอง บุตรของคุณมีสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดา เป็นนายกรัฐมนตรียังได้เลยค่ะ  ยืนยันค่ะว่า “น้องสามารถถือบัตรประชาชนเหมือนคนไทย 100 เปอร์เซ็นต์”  สามารถเข้าเรียนโรงเรียน รัฐบาล มหาวิทยาลัยรัฐ อย่างธรรมศาสตร์ จุฬาฯ จบออกมารับราชการไทยได้ค่ะ

ในประการที่สาม ยืนยันว่า “น้องสามารถใช้สองสัญชาติได้” ค่ะ สามารถถือหนังสือเดินทางตามกฎหมายไทยได้ค่ะ และถ้ามีการแจ้งเกิดต่อสถานกงสุลอเมริกัน ก็คงมีหนังสือเดินทางได้เช่นกันค่ะ

ในประการที่สี่ การสละสัญชาติไทยเป็นสิทธิค่ะ ไม่ใช่หน้าที่ จะสละหรือไม่ก็ได้ค่ะ

ในประการที่ห้า หากสามีถือวีซ่าครอบครัว ก็ร้องขอให้บันทึกชื่อในทะเบียนบ้านประเภทคนอยู่ชั่วคราวได้ (ท.ร.๑๓) ไม่ต้องรอมีสัญชาติไทย และการมีชื่อใน ท.ร.๑๓ เป็นเงื่อนไขในการร้องขอแปลงสัญชาติเป็นไทยค่ะ

ในประการที่หก สามีสัญชาติอเมริกันซึ่งไม่ได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายจะร้องขอแปลงสัญชาติเป็นไทยได้ เมื่อมีคุณสมบัติครบ ๕ ประการ กล่าวคือ (๑) บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายไทยและกฎหมายอเมริกัน (๒) มีความประพฤติดี (๓) มีอาชีพเป็นหลักฐาน (๔) มีชื่อในทะเบียนบ้านครบ ๕ ปี กล่าวคือ มีภูมิลำเนาในประเทศไทย และ (๕) พูดและฟังภาษาไทยได้ เว้นแต่เป็นคนต่างด้าวที่ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศไทย จะใช้คุณสมบัติเพียง ๓ ประการ กล่าวคือ จากข้อ ๑-๓ หากเป็นสามีสัญชาติอเมริกันจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายกับหญิงสัญชาติไทย