พัฒนา ของโอโอมะซัง และกว่าที่จะมาเป็นนักพัฒนา

อากาศหนาวเริ่มหายไป

อากาศใจเริ่มแผ่วบาง

อากาศเย็นเริ่มอ้างว้าง

อากาศไหนก็เป็นเธอ ............................ (กลอนสดโอโอมะ อีกแล้ว)

              สวัสดีคะ บล๊อกของโอโอมะซัง หลังจากห่างหายไปนาน กับการบันทึกของโอโอมะซัง บางคนอาจชอบอ่าน และบางคนอ่านจะอ่านไปแล้วคิดว่าไร้สาระ แต่ก็รู้สึกดีนะคะ เขียนบันทึกแล้วได้คอมเม้นท์ดีๆ จากคนใจดีที่เป็นเพื่อนกันในโลกไซเบอร์

             วันนี้โอโอมะซัง จะมาเขียนเกี่ยวกับงานพัฒนา ของโอโอมะซัง ที่จำความได้จนถึง ณ ปัจุจุบัน และคิดว่าอนาคตจะวางแผนกับตัวเองไว้ว่าอย่างไร

             เรื่องการ "พัฒนา" เป็นคำกว้างๆ ที่คิด หรือจะทำอะไร ก็ถือเป็นการพัฒนาไปหมด  เริ่มต้นจาก พัฒนาของโอโอมะ ตั้งแต่วัยเด็ก หัดเดิน หัดพูด หัดวิ่ง เรียนรู้จากพฤติกรรมคนรอบข้าง เรียนรู้จากสิ่งที่น่าสนใจ เริ่มต้นเลยโอโอมะ อยากเล่นกีตาร์เป็น ตั้งแต่ อายุ 4 ขวบ แต่ที่บ้านไม่ซื้อให้ โอโอมะก็ร้องไห้นอนกับพื้น โดยหวังว่าทำแบบนี้แม่คงจะใจอ่อนและซื้อให้ แต่ที่ไหนได้แม่กลับเดินหนี แล้วโอโอมะซังต้องลุกขึ้นมาเอง แล้วกลับโดนล้อจากพี่ชายและพี่สาว จนถึงทุกวันนี้ พออายุ 7 ขวบเลยเปลี่ยนแนวการพัฒนาการอยากเล่น อิเล็กโทน เป็น โดยเริ่มจากของเล่นเลียนแบบอิเล็กโทน จากงานฤดูหนาวประจำปี และงานวันเด็กของจังหวัดเล็กๆในภาคเหนือ  งานนี้แม่ยอมซื้อให้ เพราะว่า โอโอมะสอบได้ที่ 1 (5555+) เป็นอะไรที่ปลื้มมากๆ ก็หัดเล่นไปเรื่อยๆ เพลงแรกที่เล่นได้คือ ไก่ๆ ไก่ตัวเล็ก ตัวใหญ่ พากันไป คุ้ยเขี่ย หากิน บางก็วิ่ง บางก็บิน ชวนกันกินจนตัวมันใหญ่  ............. แต่ถ้าจำความได้ อย่างแม่นยำ โอโอมะซังชอบวาดรุปตั้งแต่เด็ก ตอนแรกวาดเพื่ออยากได้คะแนนเยอะๆในวิชาวาดรูป วาดเพื่อต้องการเอาชนะพี่ชายที่วาดรูปสวยกว่า และหลังจากนั้นก็วาดเพราะด้วยความชอบส่วนตัว 

                  พัฒนาการต่อมา อายุได้ประมาณ 10- 12 ขวบ สมัครเป็นวงดุริยางค์ของโรงเรียนเพราะว่าอยากเล่นเมโลเดียนเป็น และก็เห็นว่ามันดูดีในสายตาเพื่อนๆพี่ๆในโรงเรียนประถมศึกษา เริ่มเล่นเพลงชาติ เพลงสรรเสริญฯ เพลงแฮปปี้เบิดเดย์ เพลงหลายๆอย่าง และมีพัฒนาการเรื่องวาดภาพ โดยไปแข่งขันวาดภาพประกอบเพลงที่เราฟัง วาดภาพ วันพ่อ วันแม่ วันเด็ก ฯล

                   หลังจากมีพัฒนาวัยเด็ก ที่เริ่มจากเป็นนักดนตรี ที่ตอนเด็กเคยใฝ่ฝันว่าอยากเป็นนักดนตรี ก็เริ่มเปลี่ยนไป ตอนเข้าสู่วัยรุ่นตอนต้น ในชีวิตเด็กมัธยม จำความได้ว่า เป็นเด็กบ้านนอกที่สามารถสอบติดโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดได้ ตื่นเต้น และประทับใจในตัวเองมากเหลือเกิน (อิอิ) เริ่มมีพัฒนาการ อยากสอบได้เกรดเฉลี่ยที่ดีๆ ไม่ได้เล่นและสนใจดนตรีเท่าที่ควร กลับมีความสนใจอยากเรียนๆอย่างเดียว  และความฝันอยากเป็นหมอฟัน อยากเป็นคุณครู อยากเป็นนั้นเป็นนี่ แต่เรื่องวาดรูปยังมีความสนใจไม่เคยขาด ชอบวาดรูปเป็นที่สุด วาดรูปล้อเรียนเพื่อน ครู อาจารย์ เขียนสมุดเฟรนชิพ (สมุดที่เขียนเพื่อร่ำลากัน) ชอบวาดเวลานั่งเรียน ฯล

                พัฒนาหลังจากเด็กมัธยมตอนต้น เริ่มเป็นนาวสาวในระดับมัธยมตอนปลาย เป็นวัยที่กดดันในการอ่านหนังสือ การสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัย  ช่วงนี้ด้วยความเป็นวัยรุ่น และค่อนข้างมีความคิดของตัวเองสูงมากๆ ตัวตนที่แท้จริงอยากเรียน สื่อสาร อยากเรียนภาษา อยากเรียนศิลปะ  ในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในประเทศไทยแต่ที่บ้านไม่ค่อยเห็นด้วย ในสาขาวิชาที่โอโอมะเลือก

                พัฒนาการต่อมา ต้องสอบ ต้องเลือกสาขาวิชาในมหาวิทยาลัย ตอนนั้นมีความคิดอย่างเดียวเลยคือ ต้องสอบให้ได้ เพราะถ้าสอบไม่ติด ก็คงต้องหาที่เรียนอีกต่อไป พ่อแม่คงจะต้องคิดมากกว่าเราหลายร้อยเท่า คิดไปคิดมา เลือกเรียนอะไรที่เหมาะกับตัวเราให้มากที่สุด และเป็นประโยชน์ที่สุด จึงตัดสินใจเลือกเรียนสาขาวิชาพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยนเรศวร ด้วยเหตุผลที่ว่า สาขาวิชาน่าสนใจดี ตั้งแต่เด็กจนโตยังไม่เคยได้ยินสาขานี้ และที่สำคัญมหาวิทยาลัยนเรศวร จ. พิษณุโลก อยู่ใกล้ๆที่บ้านด้วย  ค่าเทอมไม่แพง ที่สำคัญช่วยประหยัดพ่อกับแม่โอโอมะ ที่ยังมีคันไถ อีกตั้ง 2 คัน

                 พัฒนาการต่อมา โอโอมะสอบติดสาขา มหาวิทยาลัย ตามที่เลือกไว้ แว๊บแรก ดีใจคะ ดีใจทำให้แม่ยิ้ม ภูมิใจ ทำให้พ่อมีความสุข แค่นี้โอโอมะก็ดีใจที่สุดตั้งแต่เป็นลูกพ่อกับแม่มาแล้ว 5555

                 พัฒนาการ การเป็นนักศึกษา สาขาพัฒนาสังคม ตอนเรียนไม่ค่อยจะสนใจเท่าไหร่ ด้วยวัยหลงระเริง ชีวิตอิสระ ไม่ต้องอยู่บ้าน ได้อยู่หอพักกับเพื่อน ได้เที่ยว ได้เล่น ตามประสา แต่ชอบที่สุดในการเรียนสาขาพัฒนาสังคมคือ การลงพื้นที่ การได้เรียนวิชาที่เกี่ยวข้องกับชุมชน วิถีชาวบ้าน การทำงานร่วมกับชาวบ้าน รู้สึกตื่นเต้นที่ได้เกี่ยวข้าว ได้ทำการเกษตร และได้เดินทางไปโน้นมานี่ เรียนปี 1 -2 -3 -4 พัฒนาการเกิดความชอบในความเป็นนักพัฒนาการมาเรื่อยๆ จะสังเกตได้ชัดเจนจากคะแนนเกรดเฉลี่ย ที่ค่อยๆ ขึ้นมาทีละนิดที่ละหน่อย จนพุ่งสูงบนฟ้าในปีสุดท้ายของการเรียน

                    พัฒนาการ สำคัญต่อมา การไปฝึกงาน สถาบันพัฒนาการองค์กรชุมชน สำนักงานปฏบัติการภาคเหนือ รู้สึกเป็นอะไรที่ไม่เคยเห็นการทำงานสายพัฒนาแบบนี้ ทุกเวลาว่างของเจ้าหน้าที่ก็จะพูดแต่เรื่องงานพัฒนา การทำงานในพื้นที่อย่างเต็มที่ การลงพื้นที่ทำงานอย่างจริงจัง ในการฝึกงานครั้งนั้นโอโอมะซังรับผิดชอบงานติดตามโครงการของสยามวาลา ที่สนับสนุนงบประมาณผู้ประสบภัยน้ำท่วม ของจังหวัดสุโขทัย อุตรดิตถ์ ไปอยู่กินในพื้นที่ ตอนแรกด้วยความเป็นผู้หญิงก็เกิดความกลัว และก็ยังมีความคิดเป็นเด็กๆ แต่ก็มีความสนุกในวัยรุ่นลึกๆ ตื่นเต้นในเห็นพื้นที่แปลกที่ไม่เคยเห็น ดีใจที่ได้ช่วยเหลือ และภูมิใจที่ได้ฝึกงานที่นี่

                     พัฒนาการหลังจากจบการศึกษาปริญญาตรี สอบติดนักวิจัยภาคสนาม ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา คณะสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ ในหัวข้อวิจัย ศึกษาพฤตกรรมชีวิตวัยรุ่นอายุระหว่าง 12-25 ปี จำนวน 20 คน ในชุมชนซอยสวนเงิน กทม. ตอนนั้นมีความคิดเดียวเลยคือ ต้องการมีงานทำ อยากมีเงิน อยากมีหน้าที่การงานที่ดี พอได้เข้าไปอบรมและได้ทำงานในตรงนี้ รู้สึกตื่นเต้นที่จะต้องไปอยู่ในชุมชน ใช้ชีวิตกับเด็กวัยรุ่น ในชุมชนแออัด มีทั้งความเสี่ยงในการสัมภาษณ์เด็กวัยรุ่นที่มีภาวะเสี่ยงจากชุมชนแออัดพวกนั้น พอทำงานตรงนี้ได้ซักระยะ ก่อนหน้านี้ลองสมัครงาน ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนไว้ บังเอิญได้มีสิทธิสอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ และสามารถสอบบรรจุได้ ที่สำนักงานโครงการบ้านมั่นคง ของสถาบันพัฒนาอง์กรชุมชน เป็นอะไรที่ดีใจสุดขั้วโลกเหนือ 555+  หลังจากนั้นก็ได้ทำงานในส่วนที่ดินและกฏหมาย เข้ามาทำงานที่นี่สอนหลายๆอย่าง สอนให้รู้จักคน รู้จักตัวตนของเรา รู้จักหน้าที่ รู้จักสังคม และรู้จักงานพัฒนาอย่างแท้จริงมากขึ้นกว่าเดิม

                    ทำงานด้านที่ดินได้ 1ปีกว่าๆ เปลี่ยนมาเป็นส่วนสอบทาน การดำเนินโครงการบ้านมั่นคง เป็นงานที่น่าตื่นเต้นที่ได้ลงพื้นที่หลายๆพื้นที่ ที่มีความแตกต่าง เป็นการท้าทายความสามารถที่เราไม่มีความรู้เรื่องบัญชีเลย แม้แต่น้อย ได้แต่คิดเพียงอย่างเดียวว่า ชอบงานพื้นที่ อยู่ในชุมชน เห็นพื้นที่ต่างๆแล้วอยากเป็นพัฒนากรที่ดีมากๆเพียงเท่านั้น การทำงานของโอโอมะซัง ถ้าใครสนใจและขยันอ่าน โอโอมะซังจะมาเขียนต่อว่าการทำงานพัฒนาของโอโอมะซังตอนนี้เป็นอย่างไร แต่ตอนนี้โอโอมะซังขอเกริ่น พัฒนาการของโอโอมะซัง ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้ ขอปรบมือดังๆให้หลายๆทีเลยนะคะ

      เพราะว่าค่อนข้างตัวหนังสือเยอะ ไม่น่าสนใจที่จะทำให้ใครอยากอ่าน เรื่องของคนๆหนึ่ง แต่ที่โอโอมะ บันทึกในวันนี้ เป็นเพราะอยากรำลึกความหลัง เป็นพัฒนาการสมองในวัยอายุเข้าสู่วัยทำงาน ที่ไม่ใช่วัยรุ่นแล้ว และเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น ขอบคุณนะคะคนดีที่อ่านเรื่องของโอโอมะ

                 .....................................................................(^_^)