งานวิจัยในงานประจำของนักส่งเสริมการเกษตร เป็นกระบวนการแสวงหาความรู้อย่างเป็นระบบ

วิจัย คือ วิถีชีวิต

การทำวิจัยไม่ใช่เรื่องยาก เพราะในชีวิตประจำวัน เราใช้กระบวนการวิจัยอยู่แล้ว โดยที่เราจะไม่รู้ว่าเราใช้กระบวนการวิจัยในการตัดสินใจ เพราะก่อนที่จะตัดสินใจทำอย่างใดอย่างหนึ่งนั้น   เราก็ได้มีการค้นหาข้อมูล วิเคราะห์ และสรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบการตัดสินใจอยู่ตลอดเวลา เช่น หากเราต้องการจะเดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เราก็จะต้องหาข้อมูลก่อนว่ามีการเดินทางโดยเส้นทางไหนบ้าง ที่สะดวกและประหยัดเวลามากที่สุด  โดยการถามเพื่อน หรือค้นหาข้อมูลจาก internet หรือแผนที่ทางหลวง เป็นต้น   แล้วนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และตัดสินใจเลือกว่าจะไปทาง  ที่ประหยัดเวลามากที่สุด เป็นต้น

 

ความหมาย/แนวคิดการวิจัยในงานประจำ (R2R)

              ความหมาย

การทำวิจัยในงานประจำ  เป็นกระบวนการแสวงหาความรู้ด้วยวิธีการอย่างเป็นระบบของผู้ปฏิบัติงานประจำในการแก้ไขปัญหางานประจำ  และยกระดับการพัฒนางานที่รับผิดชอบ  ผลที่ได้ คือการพัฒนาตนเอง  และพัฒนางาน และพัฒนาองค์กร

              แนวคิด

  • เป็นเครื่องมือพัฒนาคนให้รู้จักพัฒนาฐานข้อมูล  รู้จักใช้ข้อมูล  และสามารถคิดเชิงระบบ
  • เป็นเครื่องมือเปิดพื้นที่สำหรับแนวคิดใหม่ๆ ในการทำงาน  แนวคิดเชิงสร้างสรรค์ในการทำงาน
  • เป็นเครื่องมือสร้างระบบพี่เลี้ยงในการทำวิจัย  และช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการทำงาน
  • เป็นเครื่องมือช่วยคนทำงานในการสร้างความรู้  และย้อนกลับมาช่วยพัฒนางานประจำที่ทำอยู่

งานประจำที่ดี   เกิดจากการนำประสบการณ์ของตัวเอง  การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่น  หรืออาจเกิดจากการค้นคว้าหาความรู้  การอบรม  และการวิจัย  เพื่อมาประยุกต์ใช้ในงานประจำที่เรารับผิดชอบ ให้งานได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น  ดังนั้น  การวิจัยในงานประจำเป็นการสร้างความรู้ใหม่  เป็นการพัฒนางานให้ดีกว่าเดิม  โดยมุ่งเน้นการทำงานที่มีประสิทธิภาพ  ประสิทธิผล  คนทำงานมีความสามัคคี  และมีความสุข  ความภาคภูมิใจในงานที่ทำ  รวมทั้งเป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรในการคิดเชิงสร้างสรรค์  เป็นวิธีการแก้ปัญหาในเชิงบวกเพื่อพัฒนางาน  พัฒนาตนเอง ซึ่งอาจเริ่มจากกลุ่มเล็กๆ โดยทำให้เป็นเรื่องง่าย  สนุก และเห็นผลเร็ว จากนั้นขยายเครือข่ายออกไปเรื่อยๆ  

 กระบวนการทำวิจัยในงานประจำ    

ในการทำงานประจำของเราทุกวันนี้ เมื่อได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานหรือโครงการ เราก็ต้องมีการคิดวางแผนว่าจะทำงานให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างไรโดยเริ่มจากการวางแผนหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องแล้วนำมาวิเคราะห์ วางแผนขั้นตอนการดำเนินงาน นำไปปฏิบัติ บันทึกผลการดำเนินงาน ประเมินผล วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน สรุปผล และข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงการดำเนินงานในปีต่อไปให้ดีขึ้น  บางคนอาจสงสัยว่ากระบวนการทำงานดังกล่าวเป็นงานวิจัยหรือไม่และหากเราจะทำวิจัยจากงานประจำที่เรารับผิดชอบ เราควรจะเริ่มต้นอย่างไร จึงขอเสนอขั้นตอนการทำวิจัยในงานที่รับผิดชอบ ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 เราต้องมาคิดกันว่างานที่เราทำอยู่ทุกวันนี้มีอะไรบ้าง การทำงานได้ผลเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ ถ้าผลที่ได้ดีอยู่แล้วเราจะทำให้ดีขึ้นได้อย่างไร หรือถ้ายังมีปัญหาอยู่บ้าง เราจะแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงได้อย่างไร เพื่อให้งานที่เราทำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น   ซึ่งก็คือขั้นตอนการหาโจทย์วิจัยนั่นเอง

ขั้นตอนที่ 2 เป็นการหาแนวทางที่จะแก้โจทย์ดังกล่าว ถ้ายังหาทางออกไม่ได้ก็คงต้องใช้ตัวช่วย ซึ่งมีหลายตัวด้วยกัน คือ   

                     ตัวช่วยที่ 1  เพื่อนร่วมงานหรือรุ่นพี่ที่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานด้านนี้มาแล้ว

                     ตัวช่วยที่ 2 สืบค้นข้อมูลโครงการที่เคยทำมาก่อนหน้านี้ว่ามีปัญหาอย่างที่เราพบหรือไม่ ถ้ามีปัญหาอย่างที่เรากำลังเผชิญอยู่ได้มีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร  

                      ตัวช่วยที่ 3 คุยกับทีมงานถึงปัญหาเพื่อหาแนวทางแก้ไข และหาแนวทางการพัฒนางาน ซึ่งขั้นตอนที่เราทำอยู่นี้ คือ ขั้นตอนการตรวจเอกสารและกำหนดกรอบแนวคิดในการทำวิจัย

ขั้นตอนที่ 3       เป็นการวางแผนการทำงานตามที่เราได้ค้นหาแนวทางมาแล้วในขั้นตอนที่ 2 โดยจัดทำตัวชี้วัดการดำเนินงานให้ชัดเจนเพื่อให้สามารถบอกได้ว่าเมื่อเราทำงานตามแผนการที่เราวางไว้

ขั้นตอนที่  4    เป็นการดำเนินงานตามแผนที่วางไว้     
ขั้นตอนที่  5   เป็นการติดตาม ประเมินผล ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นมากน้อยเพียงใด  โดยวัดที่ความพึงพอใจของเกษตรกรที่มีต่องานที่เราทำมีการประมวลผล วิเคราะห์และสรุปผล

 

อยากทำ R2R  เริ่มต้นอย่างไรดี?

  • เริ่มจากเรื่องใกล้ตัว  งานประจำที่ทำอยู่ทุกวัน
  • เริ่มจากเรื่องง่ายๆ เล็กๆ  แล้วค่อยทำเรื่องใหญ่ขึ้น
  • ปรับทัศนคติ  มุมมองว่าการวิจัยเป็นเรื่องยาก  ไกลตัว  เพราะในความเป็นจริงแล้ว R2R  เป็นเรื่องใกล้ตัว  ทำได้ขอเพียงมีใจมุ่งมั่น  ตั้งใจจริง และอดทน ความสำเร็จย่อมอยู่ไม่ไกล
  • หาทีมงาน  หาเครือข่าย  ดังคำกล่าวที่ว่า “หลายหัว  ดีกว่าหัวเดียว” ชวนเพื่อนร่วมงาน  ร่วมคิด ร่วมทำ  เป็นการเสริมสร้างพลังในการทำงาน เพราะแต่ละคนต่างมีความเก่ง ความถนัดคนละด้าน   รวมทั้งเสริมสร้างความรัก  ความสามัคคี  ความสัมพันธ์อันดี  ทั้งภายในหน่วยงานเดียวกันและภาคีเครือข่าย เป็นจุดเริ่มต้นในการบูรณาการทำงานในโครงการวิจัยใหญ่ๆ ต่อไป ดังเช่นคำกล่าวที่ว่า “คนคนเดียวเดินไปหนึ่งก้าว เทียบไม่ได้กับคน 100 คนเดินไปหนึ่งก้าว”
  • หาพี่เลี้ยงสนับสนุนในช่วงแรก  ทั้งการหาโจทย์ การเก็บข้อมูล  วิเคราะห์ข้อมูล  และการเขียนรายงาน

บันทึกนั้น..สำคัญไฉน

ในทุกขั้นตอนดังกล่าวเราต้องมีการจดบันทึกผลที่ได้ว่าทำอย่างไร ได้ผลอะไร มีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไรทั้งนี้อาจมีการนำผลมาวิเคราะห์/เปรียบเทียบเพื่อสรุปเป็นแนวทางไปปรับใช้ในการทำงานในเรื่องนั้น ๆ ต่อไป และนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบกับการดำเนินงานที่ผ่านมาว่ามีความแตกต่างอย่างไร ซึ่งก็เป็นหลักฐานที่ใช้อ้างอิงได้ 

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการวิจัยไม่ใช่เรื่องไกลตัว เป็นสิ่งที่เราทำอยู่ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว เพียงแต่เพิ่มในส่วนของการเก็บข้อมูล  การบันทึกขั้นตอนกระบวนการทำงาน   และการวิเคราะห์ผลแบบง่าย ๆ  เพื่อให้สามารถบอกที่มาที่ไปของข้อมูลได้ ซึ่งในระยะแรกอาจจะเป็นเรื่องยากมากแต่หากมีการทำไปเรื่อย ๆ ก็จะพบว่าการบันทึกไม่เป็นเรื่องยากอีกต่อไป

เคล็ดไม่ลับ ในการจดบันทึก สำหรับมือใหม่อยากเขียน...

การจดบันทึกเป็นการสรุปผลเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับใช้ในการตัดสินใจในการดำเนินงานครั้งต่อไป หลาย ๆ คนที่ไม่เคยจดบันทึกเลยคงคิดว่าเป็นเรื่องยาก แต่คงไม่มีเรื่องอะไรที่ยากเกินความพยายามของคนเราไปได้ วิธีการง่าย ๆ เราสามารถเริ่มจากการจดบันทึกรายงานแบบง่าย ๆ ก่อน โดยเริ่มจากการจดบันทึกประจำวันว่าวันนี้วันอะไร เราทำอะไรมาบ้าง เท่าที่จำได้ ไม่ต้องคิดว่าจะต้องเขียนด้วยถ้อยคำที่สละสลวย  คิดอะไรได้ให้เขียนออกมาก่อนสักวันละประมาณ 15 นาที วันต่อมาก็ทำอย่างนี้อีกประมาณ 1 สัปดาห์ เราก็จะเริ่มเขียนได้คล่องขึ้น และจะสามารถเพิ่มรายละเอียดของสิ่งที่เราต้องการเขียนได้มากขึ้น เช่น เพิ่มรายละเอียดว่าสิ่งที่เราทำมีวิธีการทำอย่างไร ผลที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร มีอะไรที่ดีที่เราสามารถนำไปใช้ต่อไปได้ และอะไรที่ไม่ดี เพื่อจะได้ปรับปรุงให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป เป็นต้น   เมื่อเราเขียนอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ เราก็จะสามารถจัดระบบความคิดของเราให้เป็นระบบได้  

ดังนั้นการทำงานประจำให้เป็นงานวิจัยจึงเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถทำได้ การเริ่มต้นก้าวแรกอาจเป็นเรื่องยากสำหรับสิ่งที่เรายังไม่เคยลงมือทำ แต่เมื่อเราได้ลองพยายามทำแล้วจะพบว่าการวิจัยไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และสามารถเป็นเครื่องมือในการตอบ     คำถามหลายอย่างที่ทำให้การทำงานของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย ที่สำคัญ คือ ทำให้เราภาคภูมิใจในผลงานที่เราทำ ยิ่งถ้าผลงานนั้นเกิดประโยชน์กับองค์กร และเกษตรกรก็เป็นสิ่งที่เป็นกำลังใจในการทำงานของเรามากยิ่งขึ้น ดังเช่นคำพูดที่ว่า “ถึงแม้เราเป็นคนเล็กๆ แต่สามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้” เมื่อเห็นประโยชน์ของการทำวิจัยในงานประจำแล้วเราก็เริ่มต้นกันเลยนะ  Do It Now ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจในการทำงานเพื่อองค์กร และเพื่อพี่น้องเกษตรกรของเรา

 

บรรณานุกรม

ประภัสสร สุรวัฒนาวรรณ. 2552. R2R : Routine to Research. R&D Newsletter

     ปีที่ 16 ฉ. 2 น.8-10.

โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ประชาธิป กะทา และคณะ. วิจัยเชิงคุณภาพ: การเรียนรู้จาก  
    งานประจำ. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)