๑๓  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๓

เรียน  เพื่อนครูและผู้บริหารที่รักทุกท่าน

วันจันทร์ที่  ๘  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๓ เช้านี้สองจิตสองใจว่าจะเลือกไปเป็นผู้ทรงคุณวุฒิรับฟังการเสนอผลการวิจัยรูปแบบการบริหารสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา ที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ หรืออยู่ประชุมการพัฒนาครูทั้งระบบของสำนักงานเขต  อย่างไรก็ตามเลือกที่จะเข้าสำนักงานเขตมาตั้งหลักก่อน ถึงสโมสรทราบว่าการประชุมที่เขตเลื่อนไปตอนบ่าย  จึงเดินทางไปมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์  เพราะเห็นพอมีเวลา ที่สำคัญเขาเจาะจงเลือกเชิญมาเป็นการเฉพาะ  ถึงห้องประชุมสายไปนิดหน่อย ผอ.นคร  ติงคะพิภพ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเชี่ยวชาญพิเศษ โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ จังหวัดเพชรบุรี กำลังนำเสนอรายงานการวิจัยรูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามที่ท่านได้วิจัยมา ๔ รูปแบบ คือ รูปแบบที่ ๑ สถานศึกษาที่มีอิสระในกำกับของรัฐ จัดรูปแบบคล้ายองค์การมหาชน  รูปแบบที่ ๒ สถานศึกษาที่มีความพร้อมรองรับการเป็นนิติบุคคลเต็มรูปแบบ จัดรูปแบบกระจายอำนาจแบบ  SBM   เต็มที่มีคณะกรรมการสถานศึกษาเข้มแข็ง รูปแบบที่ ๓ สถานศึกษาที่เร่งพัฒนาสู่การเป็นนิติบุคคลที่เข้มแข็ง   จัดรูปแบบขยายฐานกระจายอำนาจ ๔ ด้าน ให้เกิดสมดุลระหว่าง สพท. กับสถานศึกษา เพียงพอที่จะทำให้สถานศึกษาเข้มแข็ง รูปแบบที่ ๔ สถานศึกษาที่ต้องกำกับสนับสนุนส่งเสริมเป็นพิเศษ โดยสร้างนวัตกรรมการบริหารเชิงคุณภาพ  เป็นการกระจายอำนาจสู่เขตพื้นที่การศึกษา  เพื่อสร้างนวัตกรรมการบริหารที่เสริมความเข้มแข็งให้สถานศึกษาเพียงพอต่อการยกระดับคุณภาพนักเรียน  ที่ประชุมซึ่งมากไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิตัวจริง อาทิเช่น รองศาสตราจารย์ ดร. วรากรณ์  สามโกเศศ   ดร.สุวัฒน์  เงินฉ่ำ  ศาสตราจารย์ ดร. ไพฑูรย์  สินลารัตน์  รองศาสตราจารย์ ดร. อุทัย  บุญประเสริฐ  ศาสตราจารย์ ดร.บุญเสริม วีสกุล ทุกท่านได้อภิปรายเชิงสนับสนุนและเสนอแนะ อย่างไรก็ตามในการอภิปรายในสายตาของนักวิชาการบางท่าน มองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นตัวร้าย หรืออุปสรรคของการกระจายอำนาจ ผมได้อภิปรายเสนอข้อเท็จจริงให้ที่ประชุมทราบว่า ปัจจุบันผู้ที่ใช้อำนาจตามมาตรา ๕๓ ตัวจริง คือ ก.ค.ศ. ผู้ซึ่งออกกฎเกณฑ์ล่วงล้ำเข้ามาจนผู้อำนวยการสำนักงานเขตไม่เหลืออำนาจในการตัดสินใจ ด้านการบริหารงานบุคคล  มีผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและผู้อำนวยการโรงเรียนเข้าร่วมประชุม จำนวนหนึ่ง เขาอภิปรายต่อเนื่องไปจนบ่าย ผมขออนุญาตกลับก่อนเวลา เพราะบ่ายมีประชุมการพัฒนาครูทั้งระบบ  ถึงเขตที่ประชุมพร้อมแล้ว จึงดำเนินการประชุมโดยให้ท่านรองฯครรชิต  หิรัณยหาดและท่านรองฯสมมาตร ชิตญาติ เป็นผู้แจ้งรายละเอียด โดยสรุปโครงการยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบ สพฐ. แบ่งออกเป็น ๒ กิจกรรม คือ กิจกรรมที่ ๑ จัดระบบพัฒนาครูเชิงคุณภาพเพื่อการพัฒนาสมรรถนะครูรายบุคคล  เป็นการทดสอบในวิชาต่าง ๆ ที่ สพฐ.กำหนดตั้งแต่ครูชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๖  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะรับผิดชอบดำเนินการสำหรับครูประถมศึกษา สำหรับระดับมัธยมศึกษารวมทั้งโรงเรียนขยายโอกาสนั้น สพฐ. มอบหมายให้ ศูนย์ประสานงานการจัดการมัธยมศึกษา เป็นผู้รับผิดชอบ กำหนดการทดสอบ วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ประเมินองค์ความรู้ตามกลุ่มสาระคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ มัธยมศึกษาตอนต้น(ครั้งที่ ๑)   วันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๓ ประเมินองค์ความรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ครูประถมศึกษา  วันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๓ ประเมินองค์ความรู้กลุ่มสาระที่เหลือทั้งมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย       กิจกรรมที่ ๒ ฝึกอบรมยกระดับคุณภาพครูให้เป็นครูดี ครูเก่ง มีคุณภาพและคุณธรรม  สถาบันอุดมศึกษาและเครือข่ายจะร่วมกันพัฒนายกระดับทั้งผู้บริหารและครูทั้งระบบ เลิกประชุมกลับไปทำงานแฟ้มเอกสารที่ห้องจนเย็น

วันอังคารที่  ๙  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๓  ออกจากบ้านพักก่อน ๖ โมงเช้าถึงโรงแรมแอมบราสเดอร์สุขุมวิท ซอย ๑๑ ลงทะเบียนเข้าห้องพัก ได้ห้อง ๘๙๓ เขาให้พักเดี่ยวตามสิทธิ์ จึงค่อนข้างสบายใจไม่ต้องนอนกับคนแปลกหน้า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเป็นเจ้าภาพเชิญผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศและผู้บริหารองค์กรอื่นร่วม ๔๐๐ คน มาประชุมเพื่อรับทราบนโยบายและระดมความเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา ในทศวรรษที่สอง  ภาคเช้า รองศาสตราจารย์ ธงทอง  จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมสัมมนาและบรรยายพิเศษ จากนั้นได้แบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง  กลุ่มที่ ๑ และ ๒ การพัฒนาคุณภาพคนไทยยุคใหม่ กลุ่มที่ ๓ – ๔ การพัฒนาครูยุคใหม่  กลุ่มที่ ๕ – ๖ การพัฒนาสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ กลุ่มที่ ๗ – ๘ การพัฒนาระบบการบริหารจัดการใหม่  เป็นการแยกไปตามห้องต่อเนื่องไปถึงพรุ่งนี้ นัดหมายไปนำเสนอในที่ประชุมใหญ่เวลา ๑๑.๐๐ น.   การอภิปรายกลุ่มทำกันอย่างเอาจริงเอาจังและหามรุ่งหามค่ำจนน่าชมเชย ในความรู้สึกลึก ๆ การปฏิรูปรอบสอง ไม่ค่อยตื่นเต้นเร้าใจเหมือนปฏิรูปครั้งแรกในปี ๒๕๔๖   มืดค่ำหลังอาหารเย็นเข้าที่พัก อ่านเอกสารที่เขามอบให้ แต่หงอยเหงาเพราะ Notebook เสียรับ Wireless ไม่ได้

วันพุธที่  ๑๐  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๓  หลังอาหารเช้า ที่ชั้น ๓ มีการอภิปรายกลุ่มต่อเนื่องจากเมื่อวาน เป็นธรรมเนียมที่จะต้องหาคนเก่งนำเสนองานกลุ่มต่อที่ประชุมใหญ่  พวกเรารวมกลุ่มได้ เกือบ ๑๐ คน นั่งคุยสถานการณ์บ้านเมืองทั้งภาคราชการประจำและภาคการเมือง   เวลา ๑๑.๐๐ น. เข้าห้องประชุมใหญ่ซึ่งย้ายมาชั้น ๓ เหมือนกัน ฟังรายงานกลุ่มไปจบเอาเที่ยงครึ่ง จึงได้ทานข้าวกลางวัน  เวลา ๑๔.๐๐ น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายชินวรณ์  บุณยเกียรติ มาถึงห้องประชุมได้กล่าวให้นโยบายว่า ผอ.สพท.จะเป็นขุนพลในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง และนำนโยบายไปปฏิบัติให้เกิดผลอย่างจริงจังโดยมีเป้าหมายคือ การรวมใจและบริหารจัดการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นองค์รวมที่มีคนเป็นศูนย์กลาง และการศึกษาเป็นธงนำในการขับเคลื่อนพัฒนาทุกด้าน ขอให้นำนโยบายของ รมว.ศธ.ทั้ง ๘ ข้อ มาดำเนินการพร้อมกันแบบเป็นองค์รวม จึงจะสามารถนำนโยบายไปสู่เป้าหมายได้ กล่าวคือ ประการที่หนึ่ง ขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ต้องเดินหน้าพร้อมกัน เพื่อสร้างกระแสการขับเคลื่อนต่อสังคมในวงกว้าง ในวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง เป็นครั้งแรก โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และในการจัดสมัชชาปฏิรูปการศึกษาระหว่างวันที่ ๖-๗ มีนาคม ๒๕๕๓ จะเชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนจากทุกภาคส่วน ซึ่งจะนำไปสู่การสร้าง Model ใหม่ ในการปฏิรูปการศึกษาให้เห็นเป็นกรอบความคิด ผู้เข้าร่วมงานจะได้เห็นถึงผลสำเร็จและสิ่งที่ต้องขับเคลื่อนต่อไป  ประการที่สอง โครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี อย่างมีคุณภาพ ต้องเปลี่ยนกรอบความคิดของบางสถานศึกษาที่ไปสร้างความรู้สึกแก่ผู้ปกครองว่าเป็นการแจกหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน ฯลฯ แต่โครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี เป็นการสร้างความเสมอภาคและโอกาสให้แก่ผู้เรียน รวมถึงสร้างจิตสำนึกว่าการที่ได้รับโอกาสและความเสมอภาคนี้เป็นภาษีของประชาชน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการศึกษาเพื่อปวงชน และปวงชนเพื่อการศึกษา จึงขอให้มีการสื่อสารต่อสาธารณชนให้เข้าใจและร่วมแสดงความคิดเห็นว่า ๑ ปี ที่ผ่านมามีจุดบกพร่องอะไรบ้าง หรือควรจะปรับปรุงในส่วนใดประการที่สาม โรงเรียนดีประจำตำบล อยู่ภายใต้การกำกับของชุมชนและมีปัจจัยนำเข้าที่พร้อม เป็นความร่วมมือระหว่าง ศธ.กับกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องทำประชาคมร่วมกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพของโรงเรียนขนาดเล็ก ในพื้นที่ด้อยโอกาสในชนบท นอกจากนี้จะมีการทำ School Mapping ในแต่ละตำบล ซึ่งจะทำให้ทราบถึงอัตราประชากร คนวัยทำงาน จำนวนเด็กที่จะเกิดใหม่ ฯลฯ ต้องมีการบริหารโดยข้อมูลที่ชัดเจน (School–based Management) จึงต้องรีบทำประชาคม, กระจายอำนาจโดยให้องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) มีส่วนร่วมในการรับ–ส่งนักเรียน รวมถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนเพราะโรงเรียนต้องอยู่ในกำกับของชุมชน   ประการที่สี่ การศึกษาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นกรณีตัวอย่างในการนำไปสู่การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง เนื่องจากเห็นว่าเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีความแตกต่างทางศาสนา และวิถีชีวิต จึงต้องใช้การศึกษาเพื่อสร้างสังคมประชาธิปไตยที่ยอมรับความหลากหลาย ส่งเสริมการมีอาชีพ ทั้งการศึกษาในระบบและนอกระบบ โดยจะสร้างสถาบันศึกษาปอเนาะดี ระดับอำเภอ ภายใน ๖ เดือนนี้ มีการบูรณาการการศึกษาทุกระดับและส่งเสริมอิสลามศึกษา ต่อยอดไปถึงการมีงานทำ ศักยภาพการแข่งขันกับต่างประเทศโดยเฉพาะในสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ ประการที่ห้า สร้างแหล่งเรียนรู้ราคาถูก  กศน.ตำบลต้องเป็นเครือข่ายในการสร้างแหล่งเรียนรู้ในราคาถูก ส่งเสริมการอ่าน มี IT เพื่อการเรียนรู้สำหรับประชาชน มีศูนย์ Fix it Centre ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ส่วนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็มี Tutor Channel เติมเต็มในเรื่องของโอกาสการเรียนรู้สำหรับนักเรียน ประการที่หก ยกระดับเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษาเป็นระดับชาติ จะตั้งกองทุนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา มี e-Library, e-Learning ประการที่เจ็ด สร้างขวัญและกำลังใจครู ให้มีความก้าวหน้าทั้งในส่วนของตัวเองและวิชาการ โดยจะทำทั้งระบบเพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย และจะเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนเงินวิทยฐานะและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงการเชิญชวนครูทั่วประเทศร่วมลงทุนในกองทุนพัฒนาวิชาชีพครู โดยไม่มีการเรี่ยไรเพื่อสร้างจิตสำนึกร่วมกันในยุคปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ให้ครูมีจิตวิญญาณของความเป็นครู มีศักดิ์ศรีของความเป็นครู ประการที่แปด สนับสนุนองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ต้องการเห็นการขับเคลื่อนที่เป็นเครือข่ายในทุกระดับทั้ง สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และองค์กรหลัก ในการเปิดห้องเรียนที่โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย โรงเรียนกาญจนาภิเษก โรงเรียนดีระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับตำบล เพื่อส่งเสริมอัจฉริยภาพของผู้เรียน รวมถึงการปลูกฝังด้านดนตรีให้กับเยาวชน  
                หลังการชี้แจงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านเลขาธิการสภาการศึกษาได้กล่าวปิดประชุม  เดินทางกลับสำนักงานเขตเพื่อทำงานแฟ้มเอกสารที่ท่านรองฯเห็นว่าสำคัญ รอไว้ให้ผมมาสั่งการ ใช้เวลาไม่นานงานก็เสร็จทุกแฟ้ม 

วันพฤหัสบดีที่  ๑๑  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๓  ภาคเช้าไปห้องประชุมชั้น ๕ ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี เพื่อร่วมเป็นคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๒ ของจังหวัดปทุมธานี รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายพันธ์เทพ ศรีวนิชย์ เป็นประธานการประชุม  มีข้าราชการครูสมัครเข้ารับการพิจารณา ๒ ราย รายแรกเป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียนปทุมวิไล  รายที่สองเป็นครูผู้สอนวิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี  คู่แข่งของครู คือ หมอ โรงพยาบาลลาดหลุมแก้ว  หลังการโหวดเสียงลงคะแนนปรากฏว่าหมอนำไปไม่กี่คะแนน  ปีที่แล้วก็เป็นหมอ  อีกระดับหนึ่งได้นายช่างไฟฟ้า สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานีเฉือนนายตำรวจไปแค่หนึ่งคะแนน  ลูกจ้างประจำเป็นของโรงพยาบาลเช่นกันเพราะไม่มีคู่แข่งขัน   กลับมาทานข้าวที่ห้องทำงาน และจมอยู่กับแฟ้มเอกสารจนเย็น  ก่อนกลับบ้าน ลงไปดูห้องสโมสร ผู้ใช้บริการร่อยหรอไปมาก คงติดอบรมติดประชุมกัน จึงดูเงียบเหงา

               

วันศุกร์ที่ ๑๒  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๓  ตื่นเช้ามาด้วยข่าวนักเรียนอาชีวศึกษาเอกชนยกพวกตะลุมบอนกันในตอนบ่ายเมื่อวานนี้  ผมตกข่าวนี้ไปอย่างน่าใจหาย เพราะมีการใช้ระเบิดถล่มกันถึงห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล สอบถามข้าราชการในสำนักงาน หลายคนทราบข่าวแต่ไม่แจ้งให้ทราบ ต่อไปจึงต้องขอร้องให้รีบรายงานทางโทรศัพท์ให้ทราบทันที   เวลา ๐๘.๐๐ น. เดินทางไปโรงเรียนคณะราษฎร์บำรุงปทุมธานี เพื่อเป็นประธานมอบเกียรติบัตรให้นักเรียนที่ได้รับคัดเลือกในสาขาต่าง ๆ จำนวน ๖๐๐ คน  เขาจัดที่ให้นั่งบนเวที นักเรียนต่อแถวเข้ารับตามลำดับ  เท่าที่รับฟังการกล่าวรายงานของผู้อำนวยการโรงเรียน นางสาวกาญจนา สอนง่าย ทราบว่า โรงเรียนคัดนักเรียนเรียนเก่ง เป็นประเภทหนึ่ง  ประพฤติดี อีกประเภทหนึ่ง นักกีฬาประเภทหนึ่ง และผู้บำเพ็ญประโยชน์อีกประเภทหนึ่ง  บางคนได้รับหลายสาขาแสดงว่ามีคุณสมบัติหลายข้อเข้าตากรรมการ  หลังพิธีมอบลงมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก จึงเดินทางต่อไปที่วิทยาลัยเทคโนโลยีปทุมธานี พบผู้อำนวยการโรงเรียนและครูฝ่ายปกครอง เพื่อสอบถามรายละเอียดเหตุการณ์นักเรียนยกพวกตีกันเมื่อวานนี้ ครูบอกว่าเป็นความเชื่อผิด ๆ ของนักเรียนเมื่อใกล้ถึงวันสถาปนาโรงเรียนจะต้องแสดงออกถึงความเก่ง แต่จะหนักไปการก่อเหตุรุนแรง  โรงเรียนพยายามแก้ไขต่อเนื่องกันมาแต่หลายครั้งก็สุดวิสัยที่จะป้องกันได้  ไม่ได้ซักถามอะไรมากนัก เพราะผู้บริหารโรงเรียนกำลังเครียดกับเหตุการณ์  มาแวะเข้าไปโรงเรียนชัยสิทธาวาส “พัฒน์สายบำรุง” ของ ผอ.พิเชษฐ์ ละหุ่งเพชรเพื่อดูนิทรรศการทางวิชาการของกลุ่มโรงเรียน เช้ามอบท่านรองฯเกรียงศักดิ์  ทองอิ่ม เป็นประธานเปิดงานไปแล้ว มาสายตลาดกำลังวาย แต่มีผลงานให้ดูกันทุกโรงเรียน  ทั้งหมวดศิลปะ  หมวดโภชนาการ หมวดวิทยาศาสตร์และอื่น ๆ  ดูจนทั่วขอตัวกลับมาแวะเข้าร้านตำมั่ว ซึ่งย้ายมาอยู่ติดกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูปทุมธานี  กินส้มตำ ซุปหน่อไม้ เพราะอยากผอมลง  มาอยู่ปทุมธานีไม่ค่อยได้ขับรถทางไกล น้ำหนักจึงขึ้นไปหลายขีด  บ่ายประชุมคณะกรรมการจัดทำโครงการรองรับงบประมาณอุดหนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ในวงเงิน ๓ ล้าน ๗ แสนบาท  เลิกประชุมกลับมาทำงานแฟ้มเอกสารจนเย็น  เดินทางไปโรงเรียนวัดดาวเรือง ของ ผอ.พรชัย  ภัทรโกมล เช้ามีพิธีมอบศาลาการเรียนรู้ที่ผู้มีใจกุศลสร้างให้หลังละ ๑  แสนบาท จำนวน ๕ หลัง เป็นศาลาท่าน้ำแบบถาวร ภายในมีนิทรรศการให้ความรู้แขนงต่าง ๆ ได้ประโยชน์ทั้งนักเรียนและชุมชน  ได้มอบท่านรองฯมนตรี  พรหมลาวัณย์ มาเป็นประธานรับมอบ  ตอนเย็นเขามีงานเลี้ยงสังสรรค์ของศิษย์เก่าและผู้ปกครอง จึงมาเป็นประธานให้  ได้พบนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายชาญ  พวงเพ็ชร์  และส.ส. เขต ๑ ของจังหวัดปทุมธานีอีก ๒ ท่าน คือ ส.ส. สุทิน  นพขำ และ ส.ส.สุรพงษ์  อึ้งอัมพรวิไล  ได้คุยกับท่านนายก อบจ. เรื่องงบประมาณจ้างครูที่จัดสรรให้กับโรงเรียนในเขต ๑ เนื่องจากโรงเรียนจ้างครูได้ประมาณเดือนธันวาคมและมากราคมที่ผ่านมา จึงทำให้เหลือเงิน ๒ – ๓ เดือน หากมารวมกันสามารถจ้างครูเพิ่มได้อีกจนถึงเดือนกันยายน ๒๕๕๓  ท่านบอกว่าให้เขตดำเนินการได้เลย คงต้องไปดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบการเงินต่อไป   โรงเรียนวัดดาวเรืองตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองปทุมธานี การเดินทางต้องไปลอดใต้ทางด่วน ผ่านไร่อ้อยไปอีกหลายกิโลเมตรบรรยากาศเหมือนเมืองกาญจนบุรีสมัยก่อน ถนนค่อนข้างขรุขระ แต่ตัวโรงเรียนพัฒนาได้สวยงาม  ผู้อำนวยการโรงเรียนอยากได้หลังคาโค้งกับอาคารรูปตัว L เชื่อมต่ออาคาร ๒ หลังเข้าด้วยกัน  สามทุ่มลาเจ้าภาพเดินทางกลับ

นิทานสอนใจสัปดาห์นี้เป็นนิทานจีนเรื่อง “ซื้อกล่องคืนมุก” มีชาวรัฐฉู่ผู้หนึ่ง มีไข่มุกเม็ดงามอยู่ในครอบครอง วันหนึ่งเขาวางแผนที่จะนำไข่มุกนั้นไปขาย แต่เพื่อที่จะขายให้ได้ราคาดี จึงคิดที่จะนำไข่มุกบรรจุหีบห่อที่สวยงาม เพราะเขาเชื่อว่าหากอยู่ในหีบห่อที่งดงามเพียงใด มูลค่าของไข่มุกก็น่าจะเพิ่มขึ้นเพียงนั้น เจ้าของไข่มุกลงทุนเชิญช่างฝีมือดีมาเพื่อประดิษฐ์กล่องไข่มุกชั้นเลิศ ทั้งยังนำบรรดาไม้หอม บุหงามาอบร่ำเพื่อให้กล่องมีความหอม จากนั้นจึงแกะสลักรูปดอกไม้ไว้รอบกล่องเดินเส้นลายทองโดยรอบ ดูแล้วช่างเป็นงานฝีมือที่งดงามมาก เมื่อตกแต่งกล่องจนเป็นที่พอใจ เขาจึงนำไข่มุกใส่ลงไปและเดินทางเข้าเมืองเพื่อนำไข่มุกไปจำหน่าย เมื่อไปถึงตลาดไม่นานนัก กล่องไข่มุกแสนสวยพาให้ผู้คนต่างพากันมาหยุดชมดู ในตอนนั้น ชาวรัฐเจิ้งผู้หนึ่งแสดงท่าทางสนใจเป็นพิเศษ เขายกกล่องขึ้นพิจราณาดูเป็นเวลานาน สุดท้ายก็ขอซื้อกล่องที่บรรจุไข่มุกอยู่ภายในไปในราคาสูงยิ่ง เมื่อรับของและจ่ายเงินเรียบร้อยเขาจึงถือกล่องไข่มุกเดินทางกลับบ้านด้วยความยินดี ทว่าเดินทางออกจากร้านไปไม่นานนัก ชาวรัฐเจิ้งคนเดิมก็กลับมา ชาวรัฐฉู่เจ้าของไข่มุกนึกว่าคนซื้อคงรู้สึกเสียดายเงินที่เสียไปและจะนำของกลับมาแลกเงินคืน แต่ยังไม่ทันได้กล่าวอันใด ชาวรัฐเจิ้งก็เปิดกล่องใบนั้นออกมา หยิบไข่มุกเม็ดงามนั้นส่งคืนให้ชาวรัฐฉู่ พร้อมทั้งกล่าวว่า "ท่านลืมไข่มุกไว้ในกล่อง 1 เม็ด ข้าเลยนำกลับมาคืนให้" เมื่อส่งไข่มุกคืนเรียบร้อยแล้ว เขาก็เดินทางกลับพลางชื่นชมกล่องอันสวยงามไปตลอดทาง ชาวรัฐฉู่รับไข่มุกคืนมาด้วยความงุนงง รู้สึกหัวร่อไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ เนื่องจากตั้งแต่ต้นเขาคิดว่าผู้ซื้อยอมจ่ายเงินราคาสูงยิ่งเนื่องเพราะไข่มุกเม็ดนี้ โดยไม่คิดว่ากล่องที่งดงามเกินไปจะทำให้ผู้อื่นมองข้ามมูลค่าของสิ่งที่อยู่ข้างใน ด้านชาวรัฐเจิ้งที่ซื้อกล่องในราคาสูงแต่นำไข่มุกกลับมาคืนผู้นั้น ย่อมเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ภายนอก จนพลาดคุณค่าของสิ่งที่อยู่ภายใน ภายหลัง สุภาษิต “ซื้อกล่องคืนมุก" ใช้เปรียบเทียบกับผู้ที่มีตาแต่หามีแววไม่ ไม่อาจแยกแยะว่าสิ่งใดมีคุณค่าที่แท้จริง สิ่งใดเป็นเพียงเครื่องปรุงแต่ง

กำจัด  คงหนู

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต ๑