ลาภ ยศ สรรเสริญ คือเหยื่ออันโอชะที่ล่อและลวงเราเข้าไปในจานสีอันเกิดขึ้นจากปฏิกิริยาทางเคมีทำให้สีนั้นฉูดฉาดและเร้าใจ

 

ในการที่คนสักคนหนึ่งจักเจริญขึ้นในท่ามกลาง “สังคม” แห่งใด บุคลิก ลักษณะนิสัยย่อมเปลี่ยนแปลงตามสิ่งแวดล้อมและหรือโดยเฉพาะ “คน” ที่อยู่ใกล้ ๆ ซึ่งมิต่างอะไรกับจิ้งจกที่เปลี่ยนสี

นับตั้งแต่การอยู่ด้วยกันของคนสองคน ซึ่งเป็นแฟนก็ดี เป็นสามี เป็นภรรยากันก็ดี เราอยู่กับใครนิสัยของเรามก็มักที่จะเปลี่ยนได้หรือเปลี่ยนไปตามคนที่เราได้อยู่ใกล้ ๆ นั้น
ด้วยเหตุนี้เมื่อสถาบันทางสังคมของเราเริ่มใหญ่ขึ้น เริ่มมีสมาชิกมากขึ้น เราจึงถูกแต่งเติม เพิ่มสีสรร เติมแต้มสิ่งละอัน พันละน้อย แล้วถูกนำไปใช้สอย จัดหมวด จัดหมู่ตามสีที่ถูกระบายนั้น

ชีวิตในวันนี้เรานั้นถูกแต่งแต้มด้วยสีใดมากที่สุด สีที่เราถูกแต่งเติมมานั้นมาด้วยความตั้งใจ คือ เราเลือกมาใส่ หรือถูกสาดใส่ยามเราพลั้งเผลอ...!

ถ้าหากชีวิตมีแถมวัดเฉดสีก็คงจะดี เราจักได้ตรวจสอบตนเองเสมอว่า วันนี้เรามีสีอะไร...?
จิตใจของคนเราทุกวันนี้จึงวุ่นวายและสับสน เพราะตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ไม่ว่ายามตื่นหรือแม้กระทั่งยามหลับ บุคคลรอบข้างก็ยังพยายามฉีดสีเข้าสู่ดวงใจ

วาทยากรหรือผู้นำเพลงของวงออเครสตร้าที่เปลี่ยนไปสามารถทำให้วงออเครสตร้าวงเดิม เปลี่ยนแปลงสำเนียง ท่วงท่าและลีลาในการเล่นเพลงเดิมได้เช่นไร จิตใจของเราที่อยู่ในสังคมที่เต็มไปด้วยใครต่อใครที่จะมุ่งเสาะแสวงหาผลประโยชน์ก็เช่นนั้น

จิตใจเดิมที่ใส สะอาด และบริสุทธิ์วันนี้ถูกแต่มสี เติมสรร ถูกกล่อม ถูกชัก ถูกนำ ไปบนเส้นทางที่ผู้ทรงอำนาจวางเหยื่อล่อไว้
ลาภ ยศ สรรเสริญ คือเหยื่ออันโอชะที่ล่อและลวงเราเข้าไปในจานสีอันเกิดขึ้นจากปฏิกิริยาทางเคมีทำให้สีนั้นฉูดฉาดและเร้าใจ

วันนี้กายและจิตของเราชักมอมแมม ด้วยเหตุแห่งสีที่โดนแต่งแต้มมันมากมายจนเลอะเทอะ
ความรู้ (Knowledge) ก็เป็นสีสำคัญอย่างหนึ่งที่คนในสังคมแต่ง แต้ม และเติมให้กันเพื่อให้สามารถแบ่งกันได้ว่าเป็น “ฉันหรือเธอ...!”

เมื่อฉันอยากเหมือนเธอ ฉันก็เอาความรู้มาเติมนิด โน่นหน่อย เรียนนั่น อบรมนี่
เมื่อเธออยากเป็นฉัน เธอก็พึงแต้มสีสันดั่งฉันมี
แล้วใครเล่าจะสามารถแต่งแต้มเติมสีจากแม่สีที่ถูกสร้างให้เกิดมีจากรากฐานที่ต่างได้...?

ความเชี่ยวชาญของจิตกรที่มีความสามารถในการประสมสีให้ “เหมาะ” ได้จึงเป็นสิ่งที่สังคมนี้นั้นต้องการ
หลักสูตรที่ตายตัวก็เหมือนกับการแต้มสีเดียวกันให้ทั่ว ๆ โดยมิได้คำนึงถึงกระดาษที่ใช้วาด
หรือแม้นจะเป็น “จิ้งจก” ก็ยังมีผิวหนังอันมีสีที่ต่างกัน เข้มบ้าง อ่อนบ้าง บางตัวออกเขียว ออกฟ้า แต่ทั้งหมดก็ปรับตัวตามหลักการของ “ความอยู่รอด...”

ทุกวันนี้ที่เราแต่งเติมความรู้ใด ๆ เข้าไป เราใช้เหตุผลเพราะความอยู่รอดเป็นหลักการสำคัญของการตัดสินใจหรือไม่...?
ขอได้จงเลือกแต่งเติมสีสันด้วยความรู้ในชีวิตนี้โดยมีพื้นฐานแห่งความอยู่รอดเถิด เพราะสีสันแห่งความอยู่รอดย่อมกลมกลืนในทุกสถาน สีสันแห่งความอยู่รอดคือสีสันที่เกิดและมีอยู่ได้อย่างไม่จำกัดกาล สีสันนั้นคือสีแห่ง “ธรรมชาติ” ที่คุ้มครอง...