โทรศัพท์
ผู้ประดิษฐ์โทรศัพท์คนแรก คือ อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ (Alexander Graham Bell) ชาวอเมริกัน เมื่อปี พ.ศ. 2419 เขาได้นำหลักการของไมเคิล ฟาราเดย์ ชาวอังกฤษมาใช้ โดยพันลวดทองแดงที่มีฉนวนฉาบหุ้มไว้รอบแท่งแม่เหล็กหลาย ๆ รอบตรงปลายแท่งแม่เหล็กมีแผ่นเหล็กบาง ๆ วางไว้เกือบแตะปลายแม่เหล็ก อีกข้างหนึ่งของแผ่นเหล็กเป็นกระบอกปากแตรเล็ก ๆ สำหรับใช้พูดเมื่อพูดเข้าไปในกระบอกนี้จะทำให้แม่เหล็กสั่นไปมาก เนื่องจากแผ่นเหล็กนี้อยู่ใกล้ขั้วแม่เหล็กมากจึงทำให้สนามแม่เหล็กเปลี่ยนไปมา คล้าย ๆ กับแม่เหล็กเคลื่อนไปมา การสั่นสะเทือนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าในขดลวดและกระแสไฟฟ้านี้จะถูกส่งไปยังเครื่องรับแต่จะว่าไปแล้วโทรศัพท์ในยุคแรก ๆ นั้นไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไรนัก ไม่ว่าจะเป็นในอังกฤษ ฝรั่งเศส เบลเยียม จนกระทั่งมีนักประดิษฐ์ และวิศวกรหลายคนช่วยกันพัฒนาปรับปรุงระบบโทรศัพท์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่เห็นได้ชัด คือ การพัฒนาโทรศัพท์แบบต่อสายเองอัตโนมัติ โดย สเตราเยอร์ (Almon B. Strower) ชาวอเมริกันเป็นผู้พัฒนาเมื่อปี พ.ศ.2439 และในปี พ.ศ. 2443 ปูปิน ศาสตราจารย์วิชาฟิสิกส์แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกาได้ใส่ขดลวดเพิ่มค่า อินดัคแตนซ์ ทำให้คุณภาพของเสียงที่ได้ยินทางสายโทรศัพท์ดียิ่งขึ้น
การพัฒนาโทรศัพท์ไม่ได้หยุดหย่อนอยู่เพียงเท่านี้ จากโทรศัพท์พื้นฐาน หรือโทรศัพท์บ้าน ก็มาถึงยุคโทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ)ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตามรับรองว่าไม่พลาดการติดต่อแน่นอน ยิ่งมือถือในยุคนี้เข้าสู่ยุคที่ 3 (3G)มีรูปแบบหลากหลายในเรื่องของรูปทรง ขนาด และบริการ ที่เห็นได้ทั้งภาพ เสียง การค้นหาสถานที่ การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตโหลดเพลง e-mail แบบเห็นหน้ารวมถึงการประชุมระยะไกลด้วยคามสะดวกรวดเร็วสามารถพูดโทรศัพท์กับผู้ที่อยู่ห่างไกลคนละซีกโลกโดยใช้เวลาต่อสายไม่ถึง 1วินาที หรือจะประชุมผ่านทางโทรศัพท์ทำให้ไม่เสียเวลาเดินทาง และไม่พลาดนัดหมายแบบนี้คงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมโทรศัพท์ถึงได้รับความนิยมอย่างมาก
อ้างอิง........
นางสาว ดุษฎีวรรณ กันทะวงศ์.2544.โทรศัพท์(ออนไลน์).สืบค้นจาก:http://www.ku.ac.th/b465369[6 มกราคม 2544]