ห้ามไม่ได้ก็ 'ต้องสอน'

ภัยเด็กติดเกม 

กรณีปัญหา “เด็กติดเกม”และแนวทางช่วยเด็กให้พ้นภัยติดเกม !! โดยเป็นข้อมูลคำแนะนำของศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กติดเกม สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต ซึ่งในช่วงที่เหล็กกำลังร้อน เพิ่งมีข่าวครึกโครมกรณีเด็กเลียนแบบเกมจนก่อคดีจี้-ฆ่า ก็น่าจะมาดูเรื่องนี้กันเพิ่มอีกเป็นข้อมูลคำแนะนำที่สื่อสารไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครองและจะให้ดีควรมีการนำไปถ่ายทอดต่อสู่ลูก-สู่เด็ก ๆ

 

แม้การเล่นเกมในคอมพิวเตอร์ที่นิยมกันในปัจจุบันก็มีประโยชน์อยู่ด้วย นอกเหนือจากการที่เด็กจะรู้สึกไม่เชยเช่น เกิดความเพลิดเพลิน สนุกสนาน คลายเครียด หรือทำให้เกิดความภาคภูมิใจเมื่อประสบความสำเร็จ

 

แต่การเล่นเกมนาน ๆ การ “ติดเกม-คลั่งเกม” จะเกิดผลกระทบหรือ “โทษ” ได้หลายประการ หรือ    “4 ด้าน” หลัก ๆ ได้แก่

 

“โทษต่อสุขภาพกาย” เช่น... แสบตา, ปวดข้อมือ, ไม่รับประทานอาหารจนแสบกระเพาะ

 

“โทษต่อสุขภาพจิต” เช่น... เกิดความทุกข์ ไม่สุขใจ ขัดแย้งภายในจิตใจหรือขัดแย้งกับผู้คนรอบข้างได้ เพราะเกิดความรู้สึกชอบเอาชนะ

 

“โทษต่อสุขภาพสังคม-ทักษะทางสังคมของตน” เช่น... เห็นเพื่อนเป็นศัตรูของความสนุกสนาน เพราะเพื่อนมาแย่งเล่นเกม

 

กับโทษหัวข้อนี้ นพ.บัณฑิตบอกว่า... บางคนอ้างว่าการเล่นเกมถ้าเป็นแบบออนไลน์ก็ได้เพื่อน ซึ่งก็มีส่วนจริงอยู่บ้าง แต่ความสัมพันธ์ออนไลน์เป็นความสัมพันธ์ในโลกเสมือน ไม่ใช่โลกที่เป็นจริง ไม่ได้อยู่ร่วมกันจริง ๆ เป็นเด็กอาจแสดงเป็นผู้ใหญ่ เป็นชายอาจแสดงเป็นหญิงเพราะในโลกอินเทอร์เน็ตจะแสดงเป็นอะไรก็ได้ไม่มีใครรู้

 

“โทษต่อการผลิตผลงานของชีวิต” โทษหัวข้อนี้ได้แก่... การเรียนตก เสียงาน เสียความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

 

ทั้งนี้ นอกจากพ่อแม้ผู้ปกครองควรต้องสังเกตเด็ก แก้ไขเด็ก ช่วยเด็กให้พ้นภัยติดเกม ด้วยความเข้าใจ-ด้วยวิธีการที่ถูกต้องเหมาะสมการหาวิธีทำให้เด็ก “ตระหนักถึงโทษภัยของการติดเกม-คลั่งเกม” ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ควรทำควบคู่ไปด้วย พยายามทำให้เขารับรู้และเห็นภาพด้วยตนเองว่าเกมที่เล่นแล้วสนุกนั้นก็มีโทษต่อตนเองที่ต้องระวัง

 

 
“เราอยากจะเล่น หรือเลิกเล่นเมื่อไรก็ได้ ไม่ใช่เกมกำหนดเรา เรียกให้เราเล่น ทั้ง ๆ ที่เป็นเวลาที่ไม่ควรเล่น

 

 
“ติดเกม-คลั่งเกม” เป็นโทษกับตัวเด็กเอง 4 ข้อหลัก ๆ
 
ถ้าผู้ใหญ่ทำให้เด็กคิดได้ ควบคู่กับการป้องกัน ก็น่าจะดี
 
คงช่วยสกัด “คดีโหดเลียนแบบเกม” ได้ชะงัด