คนเรามีหลากหลายประเภท หากได้มีการจัดรวมกลุ่มผู้มีความรู้ ลักษณะที่ใกล้เคียงกัน เข้าด้วยกัน ย่อมทำให้เราทราบว่า เราจะมีวิธีในการจัดการ ขอความร่วมมือ และรับมือกลุ่มแต่ละกลุ่มได้อย่างไร
ข้าพเจ้าจะกล่าวถึงว่า
ประเภทแรก เป็นประเภทที่มีความรู้มาก เข้มงวดต่อตนเอง และเข้มงวดต่อผู้อื่น ลักษณะนี้ เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ หากคุณอยู่ใกล้ๆ คุณจะพบว่า ช่างร้อนแรงนัก กลุ่มคนลักษณะนี้ส่วนมากแล้ว จะเป็นชั้นบรมครู ปรมาจารย์ มีความรู้มากๆ หากต้องการรับมือ หรือขอคำแนะนำ เราจำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงเหตุและผล ความคิดที่เป็นตรรกะ ที่สะท้อนถึงลักษณะที่เชื่อถือได้ คนประเภทนี้ เราจะพบว่า แม้ช่วงอยู่ใกล้ เราร้อนนัก ไม่สบายกายและใจ แต่หากอยู่ห่างไกลออกไปไม่มีดวงอาทิตย์ ก็จะพบว่า เราอยู่ไม่ได้ คนประเภทนี้ มีบทบาท มีอิทธิพลต่อกลุ่มในสังคมมาก


ประเภทที่สอง เป็นประเภทผู้ที่มีความรู้ เข้มงวดต่อตนเอง แต่ไม่เข้มงวดต่อผู้อื่น เปรียบเสมือนดวงจันทร์ ที่ส่องแสงสว่างให้เห็นในท้องฟ้ายามราตรี แสงนั้นแพรวพราว แต่ไม่ได้ส่งอิทธิพลต่อคนทั่วไปมาก ไม่ได้ร้อนแรง และไม่หนาวเหน็บ คนประเภทนี้ เราควรนำพา หรือเปิดโอกาสให้เข้ามามีบทบาทมีส่วนร่วมต่อไปให้มากๆ เพราว่า ความรู้ ความสามารถที่มีอยู่ในตัวเขา ยังไม่ได้ถูกนำออกมาให้คนทั่วไปรับรู้ได้อย่างเต็มที่ ฉะนั้น คนประเภทนี้ จะกลายเป็นกลุ่มคนที่มีอิทธิพลได้มากในอนาคต หากมีเวทีให้เขาได้แสดงความรู้ออกสู่สังคม
ประเภทที่สาม ประเภทที่ไม่มีความรู้มาก ไม่เข้มงวดต่อตนเอง แต่ไปเข้มงวดต่อผู้อื่น เปรียบได้เหมือนกับไฟสูงของรถบรรทุก ที่ให้ความสว่าง ส่องกราดทั่วทั้งถนน ซึ่งแลเห็นได้แต่ไกล แต่แสงนั้น ช่างเบลอ และน่ากลัวเพราะว่ามันเลือนราง ฉะนั้น คนประเภททนี้ ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรเข้าใกล้ คือ ไม่ขัดแย้ง แต่ไม่เข้าใกล้ ปล่อยให้เขาได้เรียนรู้ตัวเองบ้าง คนประเภทนี้มักมีอำนาจและส่งอิทธิพลต่อคนอื่นในทางลบเสมอ แต่เราก็ต้องไม่รบกวนสิทธิของเขา เปรียบได้ว่า ถ้าเราเป็นรถเก๋ง เราจำเป็นต้องขับคนละเลน แต่อย่านึกสวนทางหรือปะทะ ต่อรถบรรทุก

ประเภทที่สี่ เป็นประเภทที่ไม่เข้มงวดต่อตนเอง และไม่เข้มงวดต่อผู้อื่น คนประเภทนี้ อาจไม่รู้ทิศทางของตนเองในอนาคตด้วยซ้ำ เสมือนเรือหาปลาที่มีโคมดวงเล็กๆ ติดไปด้วยตอนกลางคืน จำเป็นที่ต้องถูกชักนำ ให้เข้าสู่ประภาคารที่แข็งแรงมั่นคงและเต็มไปด้วยแสงสว่างของดวงไฟ คนประเภทนี้ อาจสอนไม่ง่ายด้วยปัญญาที่เขามี แต่ก็สอนไม่ยากหากชักจูงไปในทางที่ดีที่เหมาะสม และวางกุศโลบาย หรือแผนการอันแยบยล ที่ฝึกพัฒนาให้เป็นผู้มีความรู้ได้ในสักวันหนึ่ง
แต่ละบุคคลล้วนแตกต่างกัน แต่ที่สำคัญคือ เรามีวิธีที่จะรับมือ และ ทำเรื่องยากของคนแต่ละกลุ่มให้เป็นเรื่องง่ายขึ้น ได้อย่างไร
Designed by Wachi
ผมคงเข้าข่ายประเภทที่สองอ่ะครับ
เพราะว่าเราเข้มงวดกับคนอื่นยากอ่ะครับ
มันมีปัจจัยหลายอย่างที่ไม่สามารถควบคุมหรือเข้มงวดกับคนอื่นได้อ่ะครับ
"ขอบคุณเรื่องราวดีๆ ครับ"
แนวคิดนี้ดีจังคับ เห็นภาพชัดมากขึ้น โดยเฉพาะคำอธิบายถึงกลุ่มที่สาม เจอมาบ้างเหมือนกัน บางครั้งก็เผลอดิ๊บไฟใส่ไปบ้าง เกือบโดนรถบรรทุกทับก็หลายหน อิอิ