เรื่องนี้มันเริ่มขึ้นในคืนวันที่เธอกลับมาจากเดมอส.......
“คาโล....วันนี้ นายเป็นอะไรของนาย ดูใจไม่อยู่กับตัวตั้งแต่เช้าแล้ว?” คิลมัส ฟัลมัส เพื่อนสนิทของผมถามขึ้นในตอนเย็นวันนั้น
คำถามนั้นทำให้ผมขมวดคิ้วฉงน ผมดูเป็นอย่างนั้นเหรอ?
ก็อาจจะ...บางที....ล่ะมั้ง?
แต่ผมเองก็ยังไม่ทันได้ตอบอะไร เพื่อนร่วมป้อมอีกคนก็แทรกเสียงขึ้นมา
“คิล นายไม่เห็นต้องถาม...แหงอยู่แล้วว่าหัวหน้าป้อมที่แสนเก่งกาจของเราตื่นเต้นที่จะได้เจอเจ้าหญิงของมัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า...” จบประโยคครี้ด ธันเดอร์ก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่น
หมอนี่ก็อีกคน...ตั้งแต่เหตุการณ์ที่พวกเราไปรับตัวเฟรินจากห้องขังงี่เง่านั่น
หมอนี่ก็ดูเกรงผมน้อยลง จนจะขึ้นหัวผมแล้วล่ะมั้ง!?
แต่ก็ช่างเถอะ ก็เป็นเจ้าพวกนี้นี่นา...ที่ร่วมรบด้วยกันมา
ผมส่งสายตาเย็นชาให้แทนคำตอบ
เพราะผมรู้ว่า ไม่ว่าผมจะพูดอะไร สุดท้ายผมก็ต้องโดนแซวอยู่ดี
ผมยอมรับก็ได้ว่าค่อนข้างดีใจมากทีเดียว ก็ผมไม่ได้พบเจ้าหญิงจอมยุ่งมาเกือบ 3 เดือนแล้วนี่นา...
แล้วผมก็รู้ว่าเจ้าพวกลิงทโมนป้อมอัศวินก็คิดถึงเจ้าหัวขโมยที่กำลังจะกลับมาไม่แพ้กัน
ก็เวลาที่หมอนั่นไม่อยู่ป้อมอัศวินก็เงียบเหงาลงไปอย่างเห็นได้ชัด
คงพูดได้จริงๆว่า หมอนั่นคือสีสันของป้อมเรา....
และแล้วเวลาที่พวกผมรอคอยก็มาถึง....
เมื่อเจ้าตัวยุ่งก้าวเท้าเข้ามาในห้องนั่งเล่นของป้อมอัศวิน
“โอ้โห!! นี่พวกแกมารอต้อนรับฉันเหรอว่ะเนี่ย?” เจ้าหัวขโมยพูดขึ้นพลางส่งยิ้มกวนประสาททักทายเพื่อนๆตามแบบฉบับของมัน
“ไม่ให้มารอแก แล้วจะให้มารอหมาตัวไหนว่ะ?” ครี้ดพูดกลั้วหัวเราะพลางยักคิ้วส่งคืน
และนั่นทำให้เฟรินหัวเราะในลำคออย่างเป็นสุข แต่ไม่วายทำตามนิสัยเดิมที่เคยชิน....
“อ้าว? ก็เผื่อพวกแกอาจจะรอต้อนรับเจ้าลาบาเดอร์อดีตคู่หมั้นของฉันน่ะสิ...”เจ้าหญิงจอมยุ่งเอ่ยขึ้นทันทีพลางส่งสายตามาทางผม
เพื่อนๆที่เข้าใจก็หัวเราะขำขันอยู่ในลำคอ แน่นอนว่าคงมีแค่คิลคนเดียวนั่นแหละ
แต่ว่าไอ้เจ้าหอสมุดเคลื่อนที่นั่นก็ดูเหมือนจะเข้าใจ เพราะผมเห็นมันยิ้มมุมปาก จะมีสักเรื่องที่ไม่รู้ไหมเนี่ย!?
และแน่นอนว่าพวกที่ไม่เข้าใจก็มองกันอย่างสงสัยตามระเบียบ
แถมยังเริ่มลามมาส่งสายตาคำถามให้ผมอีก...
กลับมาปั๊ปก็เริ่มออกลายอีกแล้ว...
“อดีตคู่หมั้น?” ซีบิลส่งเครื่องหมายคำถามให้เฟริน แต่เจ้าตัวเพียงแค่หัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนโดดเข้าไปในวงสนทนาที่ห่างหายไปนาน
ยังเหมือนเดิมจริงๆ....
ทั้งที่ส่งจดหมายมาโอดโอยว่าโดนราชินีลูน่าแห่งนครจันทราจับเข้าคอร์สอบรมกุลสตรีแท้ๆ...
แต่ท่าทางบทเรียนเหล่านั้นคงไม่เข้าหัวเจ้าหมอนั่นล่ะมั้ง?
ผมลอบถอนหายใจก่อนเดินออกจากห้องไป....
ผมเองก็รู้สึกน้อยใจนิดๆเหมือนกัน….
ทั้งที่ได้เจอกันแล้วแท้ๆ แต่หมอนั่นกลับไม่สนใจผมสักนิด...
แต่ก็ช่างเถอะ...หมอนั่นก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
บางครั้งผมเองก็อดหวังไม่ได้ว่าอยากให้หมอนั่นเห็นผมสำคัญกว่าทุกๆคน
เข้ามาหา มาคุยกับผมเป็นคนแรก
แต่ผมอาจจะ...หวังมากเกินไปล่ะมั้ง?...
เมื่อผมกลับมาถึงห้องนอนที่ผมพักร่วมกับเพื่อนนักฆ่า
ผมก็หยิบหนังสือที่ยังอ่านค้างไว้ขึ้นมาอ่านต่อ...
แต่เนื้อหาในหนังสือก็ไม่เข้าสมองผมเลยแม้แต่นิดเดียว
คงเพราะตอนนี้ ความคิดของผมเต็มไปด้วยใบหน้าของเจ้าหญิงที่ไม่สนใจผมเมื่อครู่กระมั้ง?
ผมลอบถอนหายใจเบาๆ ก่อนปิดหนังสือและเดินออกไปรับลมที่ระเบียง...
และผมก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องเข้ามา...คงเป็นคิลนั่นแหละ
“คาโล ทำไมยังหน้ามุ่ยอีกเนี่ย? เจ้าเฟรินก็กลับมาแล้วแท้ๆ”เสียงคิลดังลอดออกมาจากภายในห้อง
ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนหันไปถามกลับ
“แล้วนายล่ะ?ไม่ไปหรือไง?”
“ก็มาตามนายนั่นแหละ หายไปเฉยเลย”คิลตอบขณะเดินออกมาหาผมที่ระเบียง
“นายไปเถอะ...”ผมตอบเสียงเบาพลางเหม่อมองทิวทัศน์ยามค่ำคืนภายนอก
“....เฮ้อ....งั้นก็ตามใจนายล่ะกัน ฉันไปล่ะ”คิลตบบ่าผมเบาๆ
และเสียงฝีเท้าของเพื่อนนักฆ่าก็เบาลงจนเงียบหายไป....
+++++++++++++++++
ถ้าชอบก็เม้นกันหน่อยน้า....
ปัญหาจะมาหลังจากนี้
ใครเล่นเว็บเด็กดี ไปอ่านที่เวบนั้นก็ได้ค่า
