ถ้ำเชียงดาว

          ภายใต้ดอยหลวงเชียงดาวมีถ้ำใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่คือ    ถ้ำเชียงดาว เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่นักท่องเที่ยวนิยมไปชมหินงอกหินย้อย          ซึ่งงดงาม ตระการตาถ้ำเชียงดาวตั้งอยู่บริเวณวัดถ้ำเชียงดาววัดนี้มีโบราณสถานโบราณวัตถุอันมีคุณค่าควรอนุรักษ์เช่น  พระพุทธรูปหินอ่อน, ระฆังโบราณ, พระเจดีย์ 25 ยอด   และศาลาเจ้าหลวงคำแดง       ซึ่งมีประวัติผูกพันธ์กับถ้ำเชียงดาวและ   มีชื่อเสียง ของ จังหวัดเชียงใหม่อยู่ห่างจากอำเภอเชียงดาว     ประมาณ  5  กิโลเมตรเป็นส่วนหนึ่งของดอยหลวงเชียงดาว กล่าวกันว่ายังไม่มีใครสามารถสำรวจภายในถ้ำ  ได้อย่างทั่วถึงเพราะมีถ้ำแยกออกไปมากมาย   เช่น    ถ้ำม้า    ถ้ำแก้ว    ถ้ำลับแล ถ้ำพระนอน     ซึ่งแต่ละถ้ำเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยเป็นรูปต่าง ๆ
 

            

 

พระสถูปเจดีย์

พระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองงายห่างจากตัวอำเภอเชียงดาว ประมาณ 12 กิโลเมตร สร้างจำลองมาจากพระสถูปเจดีย์องค์เดิมที่อยู่ในเมืองหาง โดยอัญเชิญชิ้นส่วนของพระสถูปองค์เดิมมาบรรจุไว้ภายในบริเวณ พระสถูปมีค่ายจำลองของสมเด็จพระนเรศวรด้วย เพื่อเป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งพระองค์ได้มายังทัพ ณ บริเวณนี้
 

 

   

น้ำตกศรีสังวาลย์

น้ำตกศรีสังวาลย์ตำบลเมืองนะ  ห่างจากตัวเมืองเชียงดาวประมาณ  25  กิโลเมตรสมเด็จ พระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้เสด็จมาเยี่ยมและพระราชทานชื่อ  ว่า"น้ำตกศรีสังวาลย์
 

 

 

 

ดอยหลวงเชียงดาว 

ดอยหลวงเชียงดาว  ซึ่งเป็นเทือกเขาสูงเด่นยาวเหยียดปรากฏแก่สายตาสูงเสียดฟ้าเป็นเทือกเขาที่สูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย
 

นิราศดอยเชียงดาว

 

โดย นิรันดร์ ถาวรรุ่งกิจ กำนันตำบลเมืองงาย
นิราศร้างแรมรามาเปล่าเปลี่ยว เพียงดายเดียวลำพังอย่างเงียบเหงา
สู่โขดเขินเนินผาแหละลำเนา กลางเทือกเขาพฤกษ์พรงอีกดงดอน
 ฝากรอยเท้าเรื่อยไปไว้ที่นี้ ณ แหล่งที่ใครใครสโมสร
 แต่หัวอกเรานั้นถูกบั้บทอน เพราะคำวรขอเอื้อไม่เหลือใย
 ตะวันใล้ชายป่าจะลาลับ เพื่อมุนกลับเมื่อเช้าให้มาใหม่
 โอ้โลกเอ๋ยมึดดำเคล้าทั่วไป สะกดให้เด่นหญ้าขัดสงัดงัน
 มองดูเดือนเคลื่อนคล้อยลอยกลางฟ้า เหมือนใบหน้านางหนึ่งซึ่งเฝ้าฝัน
 จนเดือนคล้อยลอยลับในหมอกควัน แต่ใจฉันว้างเวิ้งกระเจิงลม
 ระทมทุกข์ผุกเข็ญยะเย็นเยือก บนถิ่นเทือกเชียงดาวยิ่งขื่นขม
 สะท้านหนาวราวว่าเพื่อมาตรม ด้วยสายลมแกล้งผ่าวให้หนาวเย็น
 ยินไก่ป่าบรรเลงเป็นเพลงปลุก ให้คนลุกชมฟ้าตื่นตาเห็น
 ทินกรเยือนเยี่ยมตามกฏเกณฑ์ ขอบฟ้าเป็นริ้วเรื่อยเทาเจือแดง
 ตะลุยล่องท่องไพรในกลางหุบ ใบไม้หลุบร่วมปรายอย่างหน่ายแหนง
 ปีนภูเขาหน้าเคล้าผิวเกรียมแดง ตะวันแยงไล่สอดยอดไม้พราง
 เสียงวิหกนกร้องพร้องเซ็งแซ่ ผีเสื้อแผ่บินว่อนร่อนปีกหาง
 ดอกไม้ป่าบานยั่วทั่วทิศทาง คิดถึงนางตรมอยู่เพียงผู้เดียว
 อ่างสลุงจูงใจจุดหมายหน้า กลางอกฟ้าอยู่ยอดภูเขาเขียว
 เถาวัลย์กอดยอดไม้คล้ายควั่นเกรียว เราดายเดียวกลางกลุ่มร่วมดุ่มเดิน
 ไต่ระดับไปริมไหล่เขา สายลมเหงาพัดเฉียดเลียดโขดหิน
 ดอกไม้ป่าพริ้วไหวใกล้ทางเดิน ระหกเหินข้อเท้าเกือบก้าวแพรง
 ลมกระโชกโบกโบยใบไม้ร่วง ยิ่งนึกห่วงญาใจกลัวหน่ายแหนง
 ชะนีไพรไก่ป่ากระชั้นเสียง เคล้าสำเนียงวิหกดังโหวกเหวย
 อยากคลอเคล้าเคลียไคลให้ระแวง อย่าพรากแบ่งหัวใจเหมือนไม้โรย 
ยิ่งเดินไกลหน่ายแหนงเรี่ยวแรงโรงย พระพรายโชยกลิ่นฟ้าค่อยชื่นใจ
 สู่สลุงยูงยางเสียดยอดเยี่ยม ดั่งทัดเทียมเมืองฟ้าหรือไฉน
 งามเหลือเกินเกริ่นกล่าวยังน้อยไป โลกอำไพแลล้วนวิลัยตา
 ขอบฟ้าโค้งดงขุนตีหลั่นคลื่น สูดลมชื่นหอมดินกลิ่นบุหงา
 เย็นลมฉ่ำพริ้วผ่าวหนาวกายา แต้มใบหน้าให้ยิ้มห่วงพริ่มพราว
 ตะวันดับลับลงตรงฟ้าโพ้น ณ ขอบโน้นแสนงามยิ่งหวามไหว
 อัศดงลงขอบนภาลัย จำจากไกลลัดรลิ่วสู่กิ่วลม
 อยากตะโกนกู่ก้องให้น้องรู้ ว่าเรียมอยู่บนกิ่วใช้สุขสม
 นอนสะท้านหนาวสะเทิ้นไร้เพื่อนชม น้ำค้างพรมเปียกสิ้นทั่วถิ่นทาง
 เสียงเผาะเผาะเหยาะเยิ่มเจิมโลกฉ่ำ ฟังลำนำเพลงหริ่งแหละรอสาง
 ชมดวงจันทร์ม่านหมอกทั้งนกคราง มิเสื่อมทร่างมนต์ป่าพนาลัย
 ถึงเถื่อนถึกดึกดื่นหรือตื่นหลับ โลกประดับความงามให้หวามไหว
 โอ้ดอยหลวงเชียงดาวเย้ายวนใจ ขอมาใหม่เพื่อพิชิตติดใจนาง
 จำลาแล้วแนวป่าและขุนโขด ขอได้โปรดรักษาไว้อย่าไปผลาญ
 ให้คงความธรรมชาติพิสูจน์กาล อยู่ยืนนานคู่ฟ้าและดินเอย………