เชง
เชงนั่งมองผมอยู่นานแล้วผมรู้ตัว แต่ผมไม่รู้จะเริ่มเรื่องยังไง รู้ว่าเชงรอให้ผมบอกโดยไม่ต้องถาม
"พี่ไปกับน้องที่ชื่อเกดแล้วตอนเย็นก็ไปหาจ๋าที่ร้านทำผม" เชงนั่งกอดตัวเองฟังผมเคยเห็นใครกอดตัวเองไม๊ครับ เอามือขวาจับบ่าซ้ายเอามือซ้ายจับบ่าขวามันรู้สึกดีและมั่นใจในตัวเองผมชอบ กอดตัวเอง ผมติดท่านี้มาจากเชง เชงพยักหน้า ผมดีใจที่เลือกที่จะพูดความจริงพูดตรงๆไม่อ้อมค้อม กล้าที่จะทำก็ต้องกล้าที่จะรับ ความจริงอาจจะทำร้ายเราแต่จะไม่มีทางทำลายศักดิ์ศรีของเรา ตอนนั้นผมอยู่ในห้องคอนโดชั้นสิบสองของเชง
"อย่าเอาเชงไปเปรียบเทียบกับใครนะ" เชงเอียงศีรษะพิงไหล่ผมแบบที่ชอบทำ
"สัญญาครับ" เชงขยับตัวลุกขึ้นเดินออกไปแล้วก็พูดโดยไม่หันหน้ามามอง
"ค้างนะ"
"ครับ" ผมไม่เคยขัดใจเชง คุณผู้อ่านเป็นอย่างผมกับเชงไม๊ครับ ผู้ชายผู้หญิงคู่หนึ่งใช้ความรู้สึกของหัวใจพูดคุยกัน ใช้ความสัมผัสอย่างอ่อนโยนบอกรักกัน ถ้ามีก็เก็บไว้ดีๆนะครับ จริงๆผมก็ตั้งใจจะค้างอยู่แล้วเพราะอยากเขียนบทสารคดีเรื่องชาติพันธ์" ที่เราต้องเริ่มถ่ายทำกันเดือนหน้าให้เสร็จ หน้าที่เขียนบทปกติหลินจะรับไปแต่ผมขอเขียนบทเองคือสารคดีเรื่อง"ชาติพันธ์"
นี่ เป็นเรื่องเกี่ยวกับประเทศไทยครับ ผมเคารพรักในหลวงของเราหมดชีวิตครับ ในหลวงกษัตริย์ไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก นอกเหนือจากความภูมิใจเรื่องขับรถไม่เป็น ความภูมิใจยิ่งกว่าคือผมไม่เคยเลือกตั้งเลยให้เลือกระหว่างไปเลือกตั้งกับนั่งมองแมวกัดกันผมเลือกอย่าง หลังครับ
"เมย์ฝากมาให้" ผมรับกระดาษสามสี่แผ่นมาดู นี่เป็นเรื่องรัฐฉานที่พม่านี่นา เอามาทำไมผมอยากได้รายละเอียด"ชาวผู้ไทดำ" ที่เดียนเบียนฟูในเวียตนาม ชาวผู้ไทดำเป็นกลุ่มชาติพันธ์ที่พูดภาษาไทยและมีวัฒนธรรมประเพณีเหมือนคนไทยภาษาผู้ไทดำ เป็นต้นตระกูลของภาษาไทยในปัจจุบันอ่านมาจนถึงบันทัดสุดท้ายมีลายมือยุกยิก น่ารัก "ส่งรายละเอียดเรื่องรัฐฉานมาให้แล้วค่ะ ต้องการอะไรเพิ่ม ยินดีและเต็มใจค่ะ ลงชื่อเดียร์และเบอร์ติดต่อ" แจ๋ว! ได้มีข้ออ้างไม่ต้องเขียนบท กุลีกุจอเตรียมชงเหล้าให้ตัวเองเดินไปหาเชงที่ห้องนอน
"มีอะไรทานครับวันนี้" เชงนั่งบนเตียงมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างที่ชอบทำ
"มีผัดผักกับต้มยำแล้วก็"
"ไข่ต้ม" ผมรีบดัก เชงค้อน ผมชอบนักเวลาเชงทำอะไรที่เป็นกริยาน่ารักๆน่ารักแบบนี้ เชงหยิบแก้วเหล้าในมือผมไปจิบ ผมขยับตัวไปนั่งชิดติดเชง
"พี่จำเป็นต้องไปหาจ๋าบ่อยขึ้นจ๋าไม่มีใครเลยครับ"
“เมย์เล่าให้ฟังแล้วแหละ”
"ส่วนเกด" ผมเล่าทั้งหมดให้เชงฟัง เชงฟังไปก็หัวเราะไป
"พาเชงไปหาพี่จ๋าบ้างสิ" ผมเต็มตื้นในหัวใจ ผมรู้จักเชงเหมือนรู้จักตัวเอง เชงไม่เคยจะไปสุงสิงกับใครเกินจำเป็นความอ่อนโยนในหัวใจของเชงไม่เป็นรองเม ย์แน่นอน
"รักเชงครับ" ผมซุกหน้ากับศีรษะ ของเชง
"บอกบ่อยๆนะ"
"ครับผม รักเชงครับ" อย่าเหนียมอายนะครับถ้าเราคิดจะบอกรัก หาจังหวะดีๆโอกาสสวยๆ แล้วกระโดดใส่เลยครับ ผมคนนึงแหละสงสัยจังว่าการบอกรักคนที่เรารักนี่มันยากตรงไหน จำเพลงชื่อ"แพ้ใจ" ของสาวเสียงแหบสุดเท่ห์ใหม่ เจริญปุระกันได้ไม๊ครับ ผมละชอบจริงๆเพลงนี้คุณดี้นี่เป็นผู้ชายที่ภาษาโคตรจะสวยเลย แต่งเพลงนี้ออกมาได้ยังไงโดยเฉพาะท่อนฮุคของ เพลง
"เก่งมาจากไหน ก็แพ้หัวใจอย่างเธอ
เมื่อใดที่เผลอ ยังนึกว่าเธออยู่ในฝัน
ยังมีอีกหรือ รักแท้ที่เคยเสาะหามานาน
วันนี้เป็นไงเป็นกันจะรักเธอ"
เช้าผมกับเชงเดินเข้าออฟฟิสพร้อมกันทุกคนพร้อมกันหมดแล้ว
"หลิน โทรหาเดียร์ทีสิ พี่อยากได้รายละเอียดของ"ชาวผู้ไทดำ" แต่เดียร์ส่งเรื่องรัฐฉานมาให้ รบกวนนะ" หลินยืนฟังผมทำหน้างงๆ หลินคงไม่รู้เรื่องอะไรด้วย
"เดียร์ไหนพี่"
"เดียร์รัฐฉานไง" เสียงเชงลอยข้ามไหล่ผม ผมอึ้งไปเลย มองหน้าจะปรามเชง แต่เชงทำหน้าได้ไม่รู้ไม่ชี้แบบเนียนสนิท อดเงยหน้าหัวเราะไม่ได้ นะเชงนะคิดได้ไง "เดียร์รัฐฉาน" ก็ผมบอกแล้วว่าเชงชอบประชด.