“งานบายเนียร์" ปาร์ตี้ก่อนจบการศึกษา

พอลมหนาวของเดือนมกราคมมาถึง ถึงเวลาแล้ว ถึงเวลาเตรียมตัวไปปาร์ตี้

ต้นเดือนมกราคม เด็กนักเรียนนักศึกษาหลายคนเริ่มจะพูดคุยกันบ่อยขึ้นถี่ขึ้นถึงปาร์ตี้ ปาร์ตี้อะไรที่จัดกันในช่วงนี้ ก็เพิ่งจะปาร์ตี้ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันไปหยกๆ

ก็ปาร์ตี้ก่อนจบการศึกษายังไงล่ะ ไม่อยากจะเม้าท์ บางคนเค้าคุยกัน เค้าเตรียมตัวกันมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน (ต้นปีการศึกษา) แล้ว จะแต่งตัวยังไงดี จะทำผมทรงไหน ใส่เครื่องประดับอะไรถึงจะเข้ากับชุดที่เตรียมไว้ดี จะไปงานกับใครดี เห็นรึเปล่าว่ามีเรื่องต้องคิด ต้องทำ ต้องเตรียมการสารพัด เยอะแยะไปหมด

หลังจากทุ่มเทแรงกายและแรงใจ คร่ำเคร่งกับการเรียนมายาวนาน

เป็นเรื่องธรรมดา หลังจากพยายามมาหลายปี พอถึงปลายฝันวันที่จะประสบความสำเร็จในการเรียนการศึกษา มนุษย์คนหนึ่งที่รู้ตัวเองว่า ฉันนี้ก็เก่งนะ ฉันนี้ก็มีความสามารถ เรียนจบเหมือนกับคนอื่นๆเค้าได้เหมือนกัน ในเวลาแบบนี้แหละมนุษย์ตัวเล็กๆคนนั้นจึงเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจ และก็อยากจะเต้นอยากจะแด้นซ์หรืออยากจะร้องตะโกนออกมาดังๆ เพื่อเป็นการแสดงความยินดีปรีดากับทั้งตัวเองและแก่เพื่อนร่วมก๊วน

การเฉลิมฉลองเพื่อแสดงความยินดี ธรรมเนียมปฏิบัติที่ขาดไม่ได้ของมนุษย์ มีทุกที่ มีเกือบทั่วโลก

เมื่อมีเรื่องยินดี ก็ต้องมีการเฉลิมฉลอง ยังไงก็ต้องมี(อยากให้มี) จะมีมากมีน้อย จะหรูหราหรือยาจกก็ตาม ต้องมี(อยากมี) คนเราพอดีใจก็อยากแสดงความรู้สึกยินดีปรีดาออกมากันทั้งนั้น ถ้าเศรษฐกิจดีก็จัดงานหรูหรากันหน่อย ถ้าเศรษฐกิจแย่มีงบประมาณน้อยก็ฉลองกับแบบประหยัด เช่น ตามร้านข้าวต้ม ร้านส้มตำข้างถนน เป็นต้น ยังไงซะ ก็ต้องมี(ก็อยากมี) “มันเป็นธรรมเนียม" คำนี้หลายคนคงเคยได้ยินมาบ้าง

ไม่รู้เหมือนกัน ว่ามันมีมาตั้งแต่ยุคไหนสมัยไหน

แต่มองย้อนไปไกลๆในประวัติศาสตร์ การเฉลิมฉลองนี้ มันก็มีมาตั้งนานแล้ว ไม่ว่าเด็กไม่ว่าผู้ใหญ่ นักเรียนนักศึกษาหรือแม้แต่คนทำงาน ต่างก็ต้องมีเรื่องน่ายินดีกันบ้าง และพอมีเรื่องน่ายินดี เกือบทุกคนก็อยากฉลองเรื่องยินดีของตนเองทั้งนั้น และไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แม้แต่ต่างประเทศ เค้าก็มีเรื่องยินดี และแน่นอนก็มีการเฉลิมฉลองด้วยเช่นกัน

ปาร์ตี้ก่อนจบการศึกษา ปาร์ตี้ของเด็กนักเรียนนักศึกษา

สำหรับนักเรียนนักศึกษา คงไม่มีอะไรน่ายินดีมากไปกว่าการสำเร็จการศึกษา ปาร์ตี้ก่อนจบการศึกษาถูกจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองในการประสบความสำเร็จในการเรียน ที่อเมริกา แคนาดาหรืออังกฤษ มีพรอม (Prom ย่อมาจาก Promenade) เป็นปาร์ตี้ก่อนจบการศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมปลาย ซึ่งงานจะถูกจัดขึ้นในรูปแบบแตกต่างกันไป บ้างเป็นปาร์ตี้เต้นรำ บ้างเป็นปาร์ตี้คอนเสิร์ต

เกือบทุกประเทศในโลกมีปาร์ตี้ก่อนจบการศึกษา

ฝรั่งเศสมีการะ (Galas) เป็นงานเลี้ยงก่อนจบการศึกษาของนักศึกษามหาวิทยาลัย รูปแบบงานขึ้นอยู่กับผู้จัดงาน อาจจะเป็นปาร์ตี้ดินเนอร์ บางแห่งบางปีทำเป็นปาร์ตี้แฟชั่นโชว์ หรือบางที่ทำเป็นปาร์ตี้คาสิโน่เลยก็มี ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของคนจัดจริงๆ

ว่ากันว่าการะ (Galas) ของฝรั่งเศสนั้นจะแตกต่างกับพรอม (Prom) นิดหน่อยตรงที่พรอม (Prom) นั้นจะเป็นปาร์ตี้ภายใน เป็นเรื่องของเด็กๆของนักเรียนชั้นปีสุดท้ายเท่านั้น แต่การะ (Galas) อาจมีการเชิญคนนอก อาทิ ผู้บริหารการศึกษาของคณะ หรือของมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นแขกผู้ใหญ่มาเข้าร่วมงานด้วย

นอกจากนี้ก็ยังมีประเทศอื่นๆอีก ที่มีธรรมเนียมปฏิบัติในการจัดปาร์ตี้ก่อนจบการศึกษา อย่างเช่น ที่สวีเดนมีสตุดเด็นบาเล็น (Studentbalen) ที่สวิตเซอร์แลนด์ก็มีบัล เดะ เปร็งตอง (Bal de printemps) ที่ออสเตเรียและนิวซีแลนด์มีบัล (Ball) และที่บราซิลมีไบเรส เดอ โฟมาตูรา (bailes de formatura) เป็นต้น

เมืองนอกมี เมืองไทยก็มีด้วยเหมือนกัน

ที่เมืองไทย ปาร์ตี้ก่อนจบการศึกษา มีการจัดทั้งในระดับมัธยมปลายและทั้งในระดับมหาวิทยาลัย ในระดับมัธยมปลาย สมัยก่อนเรียกแบบไทยๆว่า “งานเลี้ยงก่อนจบการศึกษา" ปัจจุบันเรียกกันไปต่างๆนานา เช่น “ปาร์ตี้ก่อนจบการศึกษา" หรือ “'งานพรอม" ตามแบบฝรั่ง เป็นต้น

ส่วนในระดับมหาวิทยาลัย ปาร์ตี้ก่อนจบการศึกษาสำหรับนักศึกษาชั้นปีสุดท้าย จะถูกเรียกเหมือนๆกันเกือบทุกสถาบันว่า “งานบายเนียร์"

งานบายเนียร์ ก็คือปาร์ตี้ก่อนจบการศึกษาของเด็กไทยนั่นเอง

งานบายเนียร์ (Bye' nior ย่อมาจาก Good Bye senior Party) นั้นเป็นปาร์ตี้ส่วนตัวที่นักศึกษาจัดกันเอง ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมนักศึกษาของมหาวิทยาลัย งานบายเนียร์เป็นการเฉลิมฉลองก่อนจบการศึกษาของนักศึกษาชั้นปีสุดท้าย มีลักษณะโดดเด่นที่แตกต่างจากการเฉลิมฉลองก่อนจบการศึกษาของประเทศอื่นๆ

กล่าวคือ ในต่างประเทศปาร์ตี้ก่อนจบการศึกษาส่วนใหญ่จะถูกจัดขึ้นเองภายในกลุ่มของนักเรียนหรือนักศึกษาที่กำลังจะจบการศึกษา แต่งานบายเนียร์จะถูกจัดขึ้นโดยรุ่นน้องของนักศึกษาที่กำลังจะจบการศึกษา

ทั้งนี้ เพื่อให้รุ่นพี่สนุกสนานเฉลิมฉลองความสำเร็จของตนเอง และยังเป็นการสร้างโอกาสให้รุ่นน้องได้เจอรุ่นพี่เพื่อแสดงความรักความผูกพันธ์และขอบคุณรุ่นพี่ที่ได้ให้ความช่วยเหลือและดูแลรุ่นน้องในเรื่องการเรียนและการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยมาตลอด ว่ากันว่ารุ่นน้องหลายคนยังถือโอกาสนี้ฝากเนื้อฝากตัวต่อไปในอนาคตกับรุ่นพี่ของตัวเองด้วย เผื่อว่าหากรุ่นพี่ได้ดิบได้ดีไปในวันข้างหน้า ก็จะได้กลับมาพารุ่นน้องไปได้ดิบได้ดีด้วย อะไรประมาณนั้น

มีวันนี้ได้เพราะมีครู ศิษย์ที่ดีย่อมเคารพในครูบาอาจารย์

ในงานบายเนียร์ อาจารย์ที่ปรึกษา รวมทั้งอาจารย์ผู้สอนทั้งหลายก็มักจะถูกเชิญให้เข้าไปมีส่วนร่วมในงานเลี้ยงด้วย ถูกเชิญไปเพื่ออะไร ก็เพื่อให้นักศึกษาชั้นปีสุดท้ายได้มีโอกาสแสดงมุฑิตาจิตต่อคณาจารย์ผู้อบรมสั่งสอนตัวเองมาตลอดสี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัย และเพื่อขอรับศีลรับพรจากท่านทั้งหลายเหล่านั้น ก่อนที่จะออกไปสู่โลกแห่งการทำงาน โลกของผู้ใหญ่ที่แท้จริง

งานบายเนียร์ของหลายๆสถาบัน จะมีพี่บัณฑิตมาแจมด้วย

เนื่องจากเป็นการรวมพี่รวมน้อง รวมหลานเหลนสายรหัสมากมาย อีกทั้งอย่างที่บอกไป ครูบาอาจารย์ที่เคารพรักหลายท่านก็จะถูกเชิญให้มาเป็นเกียรติในงานนี้ด้วย ดังนั้น บัณฑิตที่จบการศึกษาไปแล้วหลายต่อหลายคนจึงถือโอกาสนี้ มากราบไหว้ทักทายอาจารย์ พบปะพูดคุยกัน กับทั้งเพื่อนร่วมรุ่นที่นัดกันมา กับทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องที่ไม่ได้เจอกันมานาน

งานบายเนียร์ งานเฉลิมฉลองความสำเร็จ และสายใยครูศิษย์รุ่นพี่รุ่นน้อง

หลายประเทศที่มีความเข้มงวดเกี่ยวกับเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง อย่างเช่น ญี่ปุ่น ก็ยังไม่มีการเฉลิมฉลองในลักษณะเดียวกันกับงานบายเนียร์ของเมืองไทย มากกว่าการเฉลิมฉลองความสำเร็จในการเรียนการศึกษา งานบายเนียร์เป็นการแสดงออกซึ่งความรู้สึกผูกพันธ์ของรุ่นพี่รุ่นน้อง ของครูกับศิษย์ ของบัณฑิตกับสถาบัน

เสื้อผ้าสวยๆ อาหารอร่อยๆ การแสดงตลกๆบนเวที ดูเผินๆเป็นเพียงแค่งานเลี้ยงรื่นเริงที่ไม่มีสาระอะไรไปมากกว่าความสนุกสนาน แต่เมื่อมองลึกเข้าไป ลึกลงไปถึงผลผลิตของการจัดงาน งานบายเนียร์มีแนวคิดที่งดงามและน่าชื่นชมไม่น้อยเลยทีเดียว