จด แล้ว ก็ จำ ทำให้เกิดประโยชน์
|
ใช้ Schedule book
แบบผู้หญิงทำงานมืออาขีพ
สาวๆ
ส่วนใหญ่คงจะมีสมุดจดนัดหรือตารางงานต่างๆ ที่เรียกกันว่า
Schedule Book ใช่มั๊ยคะ? (บางคนก็เรียก Organizer Diary หรือ
Planner)
รู้มั๊ยว่าเจ้า Schedule Book
ของเราจะเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่ดีได้แค่ไหนนั้น
ขึ้นอยู่กับวิธีการเขียนล้วนๆ !
มาใช้เวลา 24
ชั่วโมง ใน 365 วัน ได้อย่างเต็มที่สุดๆ ไม่ว่าตารางงาน
(และตารางเที่ยว) จะล้นมือแค่ไหนด้วยการใช้ “Schedule Book” ธรรมดาๆ
แบบไม่ธรรมดาอีกต่อไป ยิ่งเขียนยิ่งใช้
ยิ่งสนุกและสบายขึ้น
ด้วยเทคนิคการใช้งานเพื่อให้เป็นตัวช่วยจัดการ
ชีวิตที่วุ่นวายให้ง่ายขึ้น
|
 |
|
เทคนิคสำหรับวันนี้เอาไว้สำหรับจดตารางงานของเราให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ด้วยการใช้สีต่างๆ จาก marker,
การเขียนด้วยการใช้ตัวย่อ สัญลักษณ์ หรือ Check Box ต่างๆ
และนอกจากเทคนิค “การจด” แล้วยังมีเทคนิค “การลบ”
อีกด้วย ไปดูกันเลยค่ะ

บรรลุเป้าหมาย
งานเสร็จได้อีกด้วยการเช็คถูก
|
|
วิธีที่หลายๆคนใช้กันก็คือการเช็คถูกหน้าข้องานต่างๆ
ที่ทำงานเสร็จแล้ว แต่ในบางทีที่งานยุ่งซะ
หรืออาจมีหลายโปรเจคที่กำลังทำหรือต้องตามงานอยู่
ลองใช้วิธีการจดตารางงานแบบจดไปพร้อมกับใส่สัญลักษณ์ต่างๆ
ที่ช่วยเตือนสติหรือแสดง “ระดับความสำคัญ” ไปด้วยก็จะทำให้
“เห็นภาพ”ของงานที่ต้องรับผิดชอบอยู่ได้ดีขึ้น
วิธีการเช็คมีหลายหลายแล้วแต่ประเภทงานและสไตล์ของแต่ละคน
ลองดูอันที่เหมาะกับเราไปปรับใช้กันค่ะ
1.ใช้ Check Mark
เช็คถูกเฉยๆหน้าหัวข้องานที่ทำเสร็จ
อันนี้ควรใช้สำหรับงานทั่วๆไปไม่ได้ต้องการเน้นอะไรมากมาย
---- ขีดฆ่าหนึ่งเส้น
สำหรับเน้นงานสำคัญที่ทำเสร็จ ช่วยเพิ่มกำลังใจในการทำงาน
=== ขีดฆ่าสองเส้น สำหรับเน้นเมื่อเสร็จงานที่เป็น
“หัวข้อใหญ่” หรือทั้ง “โปรเจค” นั้นๆ
|
 |
|
2.ใช้ Check
Box
สมุดจดตารางงานที่ขายๆ กันอยู่บางเล่มใจดีมี
Check Box มาให้ หรือ ถ้าขยันอยากทำเองก็ได้
-->
ง่ายๆ แต่ได้ผลเสมอ เข็คโลด ทำงานไหน
เสร็จก็เช็คซะ
--> -->
ระบายสีกล่อง เป็นสัญลักษณ์เอาไว้ เช่น ทำค้างไว้
เสร็จไปครึ่งเดียวอยู่ อันนี้จะเป็นประโยชน์มาก
สำหรับการตามงานที่ต้องใช้เวลาและต้องคอยกลับมาดูบ่อยๆ ว่า
progress เราไปถึงไหน เสร็จแล้วค่อยระบายสี
ให้เต็มกล่อง
-->
เช็คความสำคัญด้วย
อะไรสำคัญมากหน่อย
อาจจะเขียนสัญลักษณ์กลมๆ ไว้ในกล่อง หรือ
ถ้าไม่สำคัญก็อาจจะ เป็นสามเหลี่ยม
ลองหาแบบที่ตัวเองชอบและสะดวกดู
|

ลบงานที่เขียนผิดออกก็มีวิธีหลากหลาย
เขียนอะไรไปบางอย่างถ้าอยากจะลบออกก็มีเทคนิค
อยู่หลายวิธี เช่น ใช้การขีดฆ่าธรรมดาก็อย่างเช่นเวลา
งานเสร็จแล้วหรืออยากจะลบอะไรออกแต่ไม่แน่ใจ
ว่าอาจต้องกลับมาดูอีกหรือขีดทับให้ทึบไปเลยเวลา
ไม่อยากกลับมาดูให้สับสน เช่น เปลี่ยนเบอร์หรือ
ที่อยู่ใหม่ที่ขีดทึบที่จดไว้เลย หรือถ้าอยากให้สวย
สะอาดค่อยเอาน้ำยาลบคำผิดมาลบเอา
|
·
ขีดฆ่าเส้นเดียว เตรียมเอกสารให้เสร็จก่อนประชุม
·
ขีดทึบ เตรียมเอกสารให้เสร็จก่อนประชุม
·
ลบใหม่ ใช้ยางลบ
เทปหรือน้ำยาลบคำผิด
|


ใช้ประโยชน์ให้เต็มที่จากสัญลักษณ์หรือตัวย่อ
หลักสำคัญในการใช้ Schedule
book ก็คือเทคนิคการเขียน
ได้อย่างกระชับได้ใจความและรวดเร็วใช้ตัวย่อหรือสัญลักษณ์
ต่างๆ เข้าช่วย ดูตัวย่อพวกนี้แล้วลองเอาไปปรับใช้หาตัวย่อ
ส่วนตัวกันนะ
|

Zoning จัดพื้นที่เขียนตารางงาน
เพิ่มความชัดเจน
ลองใช้สีสันในการเขียนหรือไฮไลท์เพื่อแยกดูการแบ่งเวลาในแต่ละวัน
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เป็นงานประจำวัน, เรื่องส่วนตัว และ
เวลาในการเรียนเพื่อเพิ่มเติ่มความรู้ พอใช้สีสันแบ่งแบบนี้แล้วก็จะ
“มองเห็น”
การใช้เวลาในแต่ละวันของเรา
ว่าเราใช้เวลากับการทำงานมากเกินไปจนละเลยเวลาส่วนตัว หรือ
เวลาที่จะเพิ่มพูนความรู้เพื่ออนาคตของเราเองหรือเปล่า
การทำแบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยจัดการเวลา่ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป
แต่ช่วยให้เราสามารถลองย้อนกลับไปดูว่าจนถึงวันนี้เราใช้เวลาในชีวิตแต่ละวันไปแบบไหนบ้าง
MTG = Meeting DL = Dead Line
AP = Appointment S = Seminar or
Training
L = Lunch D = Dinner P = Party DT = Date

|
ถ้าลองฝึกวิธีจดตารางงานต่างๆ
บ่อยๆ จนเป็นนิสัยแล้ว สมุดจดงานเล่มเดิมๆจะช่วยให้งานต่างๆ
ราบรื่นมากขึ้นได้ไม่เหมือนเดิมเลยค่ะ 
|