เครื่องเอ็มอาร์ไอ ภาควิชาฟิสิกส์ เป็นเครื่องที่ใช้สำหรับประกอบการเรียน การสอน งานวิจัย ที่สามารถแสดงลักษณะสัญญาญที่ได้จากเครื่องสร้างภาพ ทำให้นักศึกษารังสีเทคนิคได้เรียนรู้เพิ่มเติมมากขึ้น
สวัสดีครับ
วันนี้ขอนำเสนอภาพการเข้าเยี่ยมชมเครื่องมือประกอบการเรียน การสอนและงานวิจัยของนักศึกษารังสีเทคนิค ชั้นปีที่ 1 ที่ได้เรียนพื้นฐานความรู้ของ MRI ไปแล้ว เพื่อให้นักศึกษาได้เห็นความแตกต่างของ MRI ทางการแพทย์ กับ MRI ที่ใช้ในการศึกษาและวิจัย ณ ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยเข้าไปเรียนรู้ เครื่อง Magnetic Resonance Imaging : MRI และ Nucleus Magnetic Resonance : NMR ซึ่งได้รับความกรุณาจาก ดร.จันทร์เพ็ญ โทมัส และ คุณมัลลิกา พุดแดง ช่วยให้การบรรยายและให้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือดังกล่าว
นักศึกษาพร้อมกันที่หน้าภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์
ดร.จันทร์เพ็ญ โทมัส ในความรู้เกี่ยวกับเครื่องนิวเคลียร์แมกเนติกเรโซแนนซ์ (NMR)
อาจารย์สาธิตให้นักศึกษาได้เห็นการศึกษาค่าเวลาของการผ่อนคลาย (Relaxation time) ของสาร
โดยการเกิดอันตรกิริยาระหว่างรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงคลื่นวิทยุกับนิวเคลียสที่เกาะอยู่ที่ตำแหน่งต่างๆของสาร ขณะวางอยู่ในสนามแม่เหล็ก นิวเคลียสเหล่านี้มีสมบัติทางสนามแม่เหล็กต่างกัน เนื่องจากมีสภาวะแวดล้อมทางเคมีต่างกันจะมีระยะเวลาการผ่อนคลายที่แตกต่างกัน (การเก็บสัญญาณ T1 ภาพซ้าย และ T2 ภาพขวา ของสาร)
รวมถึงชนิดของคลื่น (Pulse sequence) ที่กระตุ้นในการเก็บข้อมูล โดยมากจะใช้ Spin Echo ที่มีการเปลี่ยนมุมของการกระตุ้นจาก 90 องศา เป็น 180 องศา เพื่อให้เกิดการรวมสัญญาณจากพฤติกรรมของนิวเคลียสที่มีการผ่อนคลายต่างกัน


เวลาในการผ่อนคลายในลักษณะ T1 จะเปลี่ยนแปลง เมื่อสนามแม่เหล็กมีความแรงแตกต่างกัน
แต่สำหรับ T2 แล้ว ค่าจะคงที่

การประยุกต์หลักการนี้มาใช้ในทางคลินิก เช่น มะเร็งและเนื้อเยื่อปกติ จะมีค่า T1 และ T2 ที่แตกต่างกัน หากเราสามารถทราบค่าการผ่อนคลายของสารได้ เพื่อสร้างภาพให้ได้คล้องกับสิ่งที่ต้องการดูหรือต้องการวินิจฉัย ก็จะสามารถกำหนดค่า TR (Time to Repeat) หรือ TE (Time of Echo) ให้เหมาะสมได้ เป็นต้น
เครื่อง MRI ที่ภาควิชาฟิสิกส์ แม่เหล็กที่ใช้เป็นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือขดลวดความต้านทาน (Resistive Magnet) มีความแรงสนามแม่เหล็ก 0.3 เทสลา ลักษณะแม่เหล็กแบบเปิด มีทิศทางสนามแม่เหล็ก ชี้จากแนวด้านล่างไปด้านบน

แต่ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ แม่เหล็กมีความแรง 1.5 เทสลา และแม่เหล็กเป็นชนิดขดลวดตัวนำยิ่งยวด (Superconductive Magnet) แม่เหล็กเป็นทรงกระบอก ทิศทางแม่เหล็กชี้ตามแนวยาวของร่างกาย
คุณมัลลิกา พุดแดง ได้สาธิตการสร้างภาพของมะละกอ
ที่ใช้เป็นตัวอย่างในการสแกน
การแสดงสัญญาณที่ออกมาจาก MRI 0.3 เทสลา

ภาพที่เห็น เป็นส่วนของ Real and Imaginary data ที่มีรูปทรงคล้ายกับมะละกอที่อยู่ระหว่างการสแกน ซึ่งคอมพิวเตอร์จะในไปผ่านขบวนการสร้างออกมาเป็นภาพในลักษณะ T1 หรือ T2 ต่อไป

เครื่อง MRI สำหรับใช้ในการศึกษาสัตว์ทดลองขนาดเล็กที่สร้างขึ้นมา ทำให้นักศึกษาได้เห็นส่วนประกอบ โครงสร้างของขดลวดที่เกี่ยวข้องกับเครื่อง เช่น Main Magnet หรือ Body coil และ Gradient coil รวมถึงวงจรและส่วนประกอบอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

แม่เหล็กไฟฟ้า ที่รอวันพัฒนาให้เสร็จสมบูรณ์
เครื่องวัดความแรงสนามแม่เหล็ก Gauss meter พร้อมหัววัด

ทางหลักสูตรได้แสดงความพระขอบคุณ ดร.จันทร์เพ็ญ โทมัส และ คุณมัลลิกา พุดแดง ที่ให้ความอนุเคราะห์ ให้ความรู้แก่นักศึกษาในครั้งนี้ด้วย

ความรู้ ไม่มีวันหมด
ยิ่งเรียน ยิ่งรู้ ยิ่งใช้ ยิ่งเก่ง ยิ่งพัฒนา



ขอบคุณคะ ที่นำการพัฒนาเรียนรู้ของนักศึกษา มาให้ชมกิจกรรมการเรียนการสอนคะ สุก้ได้รู้สิ่งแปลกใหม่ ว่านักศึกษา เก่งจริงๆ และผู้สอนยิ่งเก่งกว่า เสียดายที่แก่แล้ว เลยไม่สามารถมา พัฒนาความรู้ทางนี้ได้ เพราะคิดว่า ตนเองคงเข้าใจยากมากๆๆๆๆๆคะ
-ขอบคุณที่นำเรื่องราวดีๆมาเล่าสู่กันฟังคะ โดยเฉพาะเครื่องเอกซเรย์ มหัศจรรย์จริงๆ
-เปลี่ยนรูปใหม่ เอารูปน้องชายมาเคียงข้างด้วย
ขอบพระคุณ อาจารย์มากครับ วันนี้ช่วยให้ผมได้เรียนรู้ ในแง่มุม ของเรื่่อง MRI ที่นอกจากที่จะเกี่ยวกับการแพทย์ แล้ว ยังสามารถทำอะไรเพิ่มได้อีกมากมาย เพียงแต่เราต้องรู้จักใช้ประโยชน์จาก สิ่งนั้นๆ