ก้อนเนื้อในสมอง
ช่วงประมาณวันที่ 13- 19 ธ.ค. 52 พ่อมีอาการอ่อนแรงแขนขวา
และเริ่มลงไปยังขาขวา ตาพร่ามัว วันที่ 19 ตอนเย็นไปคลีนิคในตัวเมือง
หมอที่คลีนิคได้รักษาอาการเบื้องต้น วันที่ 21 ธ.ค. 52
อาการพ่อไม่ดีขึ้นเลย แม่และอาพาไปหาหมอที่คลีนิคอีกแห่งหนึ่ง
หมอที่คลีนิคเขียนใบส่งตัวให้ไปทำ CT-SCAN ที่โรงพยาบาล
และเข้านอนรักษาที่โรงพยาบาล วันที่ 22 ธันวาคม 2552 จากการอ่านผล CT-SCAN
พบว่า เจอก้อนเนื้อในสมองพ่อจำนวน 3 จุดใหญ่ อยู่ในสมองซีกซ้าย
ก้อนประมาณ 3 ซม. และ สมองซีกขวา และแกนกลางสมอง และเจอเม็ดเล็กๆๆ
กระจายอยู่ทั่วสมอง ทำให้ครอบครัวเราตกใจเป็นอย่างมาก
ตอนเย็นพ่อมีอาการชัก 3 ครั้ง แต่ไม่รุนแรง หมอบอกว่าเป็นอาการของโรค
ตอนนี้ยังวินิจฉัยไม่ได้ว่าก้อนเนื้อที่อยู่บนสมองเป็นก้อนเนื้อชนิดไหน
วันที่ 24 ธันวาคม 2552 เราได้เดินทางจาก กทม เพื่อไปพบหมอ
และเยี่ยมพ่อ
ซึ่งหมอแนะนำให้ผ่าตัดเพื่อจะได้นำชิ้นเนื้อออกมาตรวจว่าเป็นเนื้อชนิดไหน
และจะรักษาได้ถูกอาการ หมอได้ให้เวลาพวกเรา 1
ชม.เพื่อที่จะปรึกษาว่าจะ"ผ่าตัด" หรือ "ไม่ผ่าตัด"
หมอได้เขียนลงบันทึกว่าถ้าผ่าตัดแล้วอาการข้างเคียงมีดังนี้
1. พิการซีกขวาทั้งซึก
และอาจถึงแก่กรรม
2. ระบบภายใน
ระบบทางเดินหายใจ ตับ ปอด ลำใส้ หัวใจ ม้าม อาจจะมีอาการผิดปกติ
เนื่องจากมีผลมาจากการผ่าตัด
3.
ถ้าผ่าตัดเสร็จแล้วรอด กำลังไม่พออาจจะต้องพักรักษาอยู่ห้อง ICU
เป็นเวลานาน
4. และถ้าอยุ่ห้อง ICU
นานและไม่สามารถหายใจเองได้ อาจจะต้องเจาะคอ
5.
เสี่ยงต่อภาวะการติดเชื้อ
6.
อาจจะเป็นแผลกดทับเนื่องจากนอนเป็นระยะเวลานาน
7. อาจจะมีชีวติรอด
ช่วงระยะเวลา ตั้งแต่ 1 เดือนถึง 8 เดือน
(ค่าเฉลี่ยโดยประมาณของคนที่เป็นโรคนี้)
หลังจากพวกเราได้ยินที่หมออธิบายเป็นเวลาเกือบยี่สิบนาที
เราใช้เวลาปรึกษากัน 1 ชั่วโมง จึงได้ลงความเห็นกันว่า
เราจะไม่ให้หมอผ่าตัดสมองพ่อ เพราะพวกเราทำใจไม่ได้
เพราะรู้ดีว่าหลังจากการผ่าตัด พ่ออาจจะไม่รู้จักพวกเราอีกต่อไป
จากนั้นพ่อก็นอนรักษาตามอาการ และให้น้ำเกลือ และยารักษาอาการสมองบวม
ร่วม 10 วัน พ่อออกจากโรงพยาบาลวันที่ 30 ธ.ค. 52 กลับมาอยู่บ้าน