เมื่อวันที่11 มกราคม 2553 เวลา 07.30 น. นำโดย น.อ.ถุงเงิน จงรักชอบ ผบ.นรข.เขตนครพนม   น.ต.พฤฒิชัย มหสธน หน.สถานีเรือธาตุพนม ได้ทำการจับกุม นางอุดม  วรสาร อายุ 34 ปี ราษฎรบ้านปากซอง เมืองสองคอน แขวงสะหวันนะเขต ประเทศ สปป.ลาว พร้อมของกลางยาบ้า 3,744 เม็ด บรรจุในห่อพลาสติกสีฟ้าจำนวน 19 ถุง ห่อหุ้มด้วยพลาสติกใสพันด้วยกระดาษกาวสีน้ำตาล ซุกซ่อนอยู่ในกางเกงชั้นในและยกทรงของผู้ต้องหา เงินสด 1,786 บาท หนังสือเดินทาง 1 เล่ม กระเป๋าสะพายลายทาง 1 ใบ ที่บริเวณทางขึ้นจุดผ่อนปรนไทย ลาว ม.2 ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม
         จากการสอบสวน นางอุดม ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจาก นางแก้ว  ไม่ทราบนามสกุล ราษฎรบ้านบัวไข เมืองไชยบุรี แขวงสะหวันนะเขต ประเทศ สปป.ลาว ในราคา 10,000
.-บาท ให้นำยาบ้ามาส่งให้กับกลุ่มนายทุนผู้ค้ายาเสพติดชาวไทย ที่จะมารอรับโดยใช้รถตู้มารับ เพื่อสะดวกในการเปลี่ยนถ่ายยาบ้าออกจากร่างกาย โดยทำเป็นขบวนการ และการเดินทางเข้าประเทศไทยจะประทับตราหนังสือเดินทางที่บริเวณด่าน ตม.มุกดาหาร (สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 มุกดาหาร  - สะหวันนะเขต)ก่อนทุกครั้ง แต่จะออกจากประเทศไทยตามจุดผ่อนปรนต่างๆเพื่อข้ามไปรับยาบ้ามาส่งให้กับผู้ค้าชาวอีกครั้งหนึ่งซึ่งในการประทับตราหนังสือเดินทางแต่ละครั้งจะอยู่ในประเทศไทยได้1 เดือน เดินทางไปได้ทั่วประเทศ ซึ่งจะสะดวกในการขนยาบ้า เนื่องจาก จะหลีกเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ได้เป็นอย่างดี จนท.นรข.สน.เรือธาตุพนม จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม ดำเนินคดีต่อไป
         น.ต.พฤฒิชัยฯ กล่าวว่าในปัจจุบันราคาการซื้อขายยาบ้าในประเทศ สปป.ลาว จะซื้อขายกันในราคามัดละ 110,000
130,000 บาท (1 มัดเท่ากับ 2,000 เม็ด)  และนำมาขายให้กับผู้ค้าชาวไทยตามแนวชายแดนในราคามัดละ 170,000 บาท ถ้าส่งถึงเขตปริมณฑลและ กทม. จะขายในราคามัดละ200,000 220,000 บาท แล้วแต่จะตกลงราคาการซื้อขายกัน จึงทำให้ในปัจจุบันกลุ่มผู้ค้ายาบ้าชาวลาวหันมาเป็นผู้ค้ากันเป็นจำนวนมาก โดยไม่ผ่านคนกลาง เนื่องจากมีรายได้ดีและเป็นการเสี่ยงที่น่าลงทุน เพื่อแลกกับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยสังเกตจากในปัจจุบันมีการจับกุมผู้ค้ายาบ้าได้มากขึ้น แสดงให้เห็นสถานการณ์แนวโน้มน่าจะทวีความรุนมากขึ้นด้วย  ซึ่ง จนท.นรข.สน.ธาตุพนม จะให้ความเข้มงวดมากขึ้นต่อไป.