คติธรรมท้ายเรื่อง ประเทืองปัญญา

     

อินทรวิเชียร ฉันท์ฯ

                อันภูบดีรา                             ชอชาตศัตรู

ได้ลิจฉวีภู                                             วประเทศสะดวกดี

               แลสรรพบรรดา                     วรราชวัชชี

ถึงซึ่งพิบัติบี                                         ฑอนัตถ์พินาศหนา

              เหี้ยมนั้นเพราะผันแผก          คณะแตกและต่างมา

ถือทิฐิมานสา                                        หสโทษพิโรธจอง

              แยกพรรคสมรรคภิน              ทนสิ้นบปรองดอง

ขาดญาณพิจารณ์ตรอง                       ตริมลักประจักษ์เจือ

              เชื่ออรรถยุบลเอา                   รสเล่าก็ง่ายเหลือ

เหตุหากธมากเมือ                                คติโมหเป็นมูล

             จึ่งดาลประการหา                    ยนภาวอาดูร

เสียแดนไผทสูญ                                   ยศศักดิเสื่อมนาม

             ควรชมนิยมจัด                         คุรุวัสสการพราหมณ์

เป็นเอกอุบายงาม                                  กลงำกระทำมา

ถอดความ  อินทรวิเชียรฉันท์

พระเจ้าอชาตศัตรูได้แผ่นดินวัชชีอย่างสะดวก  และกษัตริย์ลิจฉวีทั้งหลายก็ถึงซึ่งความพินาศล่มจม  เหตุเพราะความแตกแยกกัน  ต่างก็มีความยึดมั่นในความคิดของตน  ผูกโกรธซึ่งกันและกัน  ต่างแยกพรรค  แตกสามัคคีกัน ไม่ปรองดองกัน ขาดปัญญาที่จะพิจารณาไตร่ตรอง เชื่อถ้อยความของบรรดาพระโอรสอย่างง่ายดาย  เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะกษัตริย์แต่ละพระองค์ทรงมากไปด้วยความหลง  จึงทำให้ถึงซึ่งความฉิบหาย  มีภาวะความเป็นอยู่อันทุกข์ระทม เสียทั้งแผ่นดิน เกียรติยศ และชื่อเสียงที่เคยมีอยู่ ส่วนวัสสการพราหมณ์นั้นน่าชื่นชมอย่างยิ่งเพราะเป็นเลิศในการกระทำกลอุบาย

            พุทธาทิบัณฑิต                          พิเคราะห์คิดพินิจปรา

รภสรรเสริญสา                                      ธุสมัครภาพผล

           ว่าอาจจะอวยผา                         สุกภาวมาดล

ดีสู่ณหมู่ตน                                           บนิราศนิรันดร

             หมู่ใดผิสามัค                           คยพรรคสโมสร

ไป่ปราศนิราศรอน                                คุณไร้ไฉนดล

            พร้อมเพรียงประเสริฐครัน        เพราะฉะนั้นแหละบุคคล

 ผู้หวังเจริญตน                                     ธุระเกี่ยวกะหมู่เขา

            พึงหมายสมัครเป็น                   มุขเป็นประธานเอา

ธูรทั่วณตัวเรา                                       บมิเห็นณฝ่ายเดียว

            ควรยกประโยชน์ยื่น                 นรอื่นก็แลเหลียว

ดูบ้างและกลมเกลียว                            มิตรภาพผดุงครอง

           ยั้งทิฐิมานหย่อน                        ทมผ่อนผจงจอง

อารีมิมีหมอง                                         มนเมื่อจะทำใด

           ลาภผลสกลบรร                         ลุก็ปันก็แบ่งไป   

ตามน้อยและมากใจ                              สุจริตนิยมธรรม์

           พึงมรรยาทยึด                           สุประพฤติสงวนพรรค์

รื้อริษยาอัน                                           อุปเฉทไมตรี

          ดั่งนั้นณหมู่ใด                            ผิบไร้สมัครมี

พร้อมเพรียงนิพัทธ์นี                           รวิวาทระแวงกัน

          หวังเทอญมิต้องสง                     สยคงประสบพลัน

ซึ่งสุขเกษมสันต์                                   หิตะกอบทวิการ

          ใครเล่าจะสามารถ                      มนอาจระรานหาญ

หักล้างบแหลกลาญ                             ก็เพราะพร้อมเพราะเพรียงกัน

           ป่วยกล่าวอะไรฝูง                      นรสูงประเสริฐครัน

ฤๅสรรพสัตว์อัน                                    เฉพาะมีชีวีครอง

           แม้มากผิกิ่งไม้                           ผิวใครจะใคร่ลอ

มัดกำกระนั้นปอง                                  พลหักก็เต็มทน

           เหล่าไหนผิไมตรี                       สละลี้ณหมู่ตน

กิจใดจะขวายขวน                                บมิพร้อมมิเพรียงกัน

           อย่าปรารถนาหวัง                     สุขทั้งเจริญอัน    

มวลมาอุบัติบรร                                    ลุไฉนบได้มี

          ปวงทุกข์พิบัติสรร                       พภยันตรายกลี

แม้ปราศนิยมปรี                                    ติประสงค์ก็คงสม

           ควรชนประชุมเช่น                      คณะเป็นสมาคม

สามัคคิปรารม                                        ภนิพัทธรำพึง

          ไป่มีก็ให้มี                                    ผิวมีก็คำนึง

เนื่องเพื่อภิยโยจึง                                  จะประสบสุขาลัยฯ

(ถอดความไว้แล้วใน"ถอดความบทอาขยานในสามัคคีเภทคำฉันท์")

ฉบังฯ

         พร่ำพรรณ์ฉันทพากย์โดยใจ      เพียรจบตามนัย

นิทานบุราณประวัติ

         นามสฤษฎ์นายชิต  บุรทัต            เชลงเฉลยเผยอรรถ            

กถาณบูรพ์มูลมี

         ไว้ปากไว้วากย์วาที                      ไว้วงศ์กวี

ไว้เกียรติและไว้นามกร

         ไว้เฉลิมเสริมศรีพระนคร              คือพิทยาภรณ์

 พิเศษประดับสรรพงาม

          เขียนคิดติดต่อเต็มความ             ค้นคว้าพยายาม

ละบทละบาทอาจเห็น

         ฉันทพากย์ยากล้ำลำเค็ญ            ถ้อยคำจำเป็น

เพราะศัพท์บังคับหนักเบา

         โปรดได้อภัยตูผู้เยาว์                   วัยหย่อนอ่อนเชาวน์

มิใช่จะแต่งแข่งขัน

         อาศัยใจชอบเชิงประพันธ์            งานอื่นพื้นอัน

จะอ้างก็ว่างเวลา

        จำเนียรแต่เพียรอุตสา                   หพจน์พรรณนา

สัมฤทธิ์ด้วยจิตจงพลัน

         ฝากไว้ในหน้าแห่งบรรณ             บอกเชื้อเชิญสรรพ์

สุภาพมหาชนชม

         สถิตเสถียรเทียรฆกาลนิยม          สรรเสริญเทอญสม

ประสาทสุพรพาจา

          ขอจุ่งอิฐผลนานา                         เนื่องมาดปรารถนา

ลุผู้พิจารณ์อ่านฟังฯ

ถอดความฉบังฯ

                แต่งฉันท์พรรณนาด้วยความพากเพียรตามเนื้อเรื่องในนิทานโบราณ  นายชิต  บุรทัตเป็นผู้แต่งตามนิทานที่มีมาแต่โบราณ  เพื่อแสดงฝีปากการแต่งคำประพันธ์ฝากไว้ในวงวรรณกรรม  เพื่อเป็นเกียรติยศชื่อเสียง เพื่อเป็นเครื่องประดับอันงดงามพร้อมประดับบ้านเมือง  ได้พยายามเขียนติดต่อกัน ค้นคว้าทุกบททุกตอน  การแต่งฉันท์นั้นเป็นเรื่องยากในการใช้คำที่มีข้อจำกัดเรื่องเสียงหนักเสียงเบา  ได้โปรดอภัยแก่ข้าพเจ้าผู้อ่อนวัยและประสบการณ์  ซึ่งมิได้เจตนาแต่งเพื่อการแข่งขัน  อาศัยที่มีใจรักในการประพันธ์และมีเวลาว่างจากงานอื่น  ใช้เวลานานพากเพียรและอุตสาหะแต่งจนสำเร็จสมดังใจ  ฝากผลงานไว้ในวงวรรณกรรม  ขอเชิญประชาชนทั้งหลายอ่าน  ขอให้อยู่ยืนยงตราบกาลนาน  ได้รับความนิยมยกย่องด้วยคำพูดอันงดงาม  ขอให้สิ่งที่ปรารถนาต่าง ๆ จงประสบแด่ผู้ที่ได้พิจารณาอ่านและฟัง